STECON : Preview ผลประกอบการ 3Q26F : งานก่อสร้าง Data Center ขับเคลื่อนการเติบโต YoY
คงคำแนะนำ “ซื้อ” ; กำไรลดลง QoQ จากฐานเงินปันผล GULF ที่สูงใน 2Q26
เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” สำหรับ STECON โดยมีมูลค่าที่เหมาะสมที่ 22.40 บาท เนื่องจากการเติบโตของรายได้จากธุรกิจก่อสร้างจาก Backlog ที่เพิ่มขึ้น ยังคงเป็นปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนกำไร เราคาดว่ากำไรสุทธิ 3Q26F จะอยู่ที่ 256 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 56.8% YoY แต่ลดลง 71.9% QoQ โดยการลดลง QoQ มีสาเหตุหลักจากการไม่มีรายได้เงินปันผลจาก GULF จำนวน 736 ล้านบาท ซึ่งบันทึกไว้ใน 2Q26 หากไม่รวมรายการดังกล่าว เราคาดว่ากำไรจะเติบโตทั้ง YoY และ QoQ จากการสนับสนุนของรายได้ที่เพิ่มขึ้นและอัตรากำไรที่ทรงตัว
โครงการ Data Center และรถไฟฟ้าหนุนรายได้ ขณะที่อัตรากำไรทรงตัว
เราคาดว่ารายได้จากธุรกิจก่อสร้างจะอยู่ที่ 1.02 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 34.8% YoY และ 7.0% QoQ โดยการเติบโตได้รับแรงหนุนจากโครงการ Data Center, โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม, โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ และโครงการพลังงานสะอาด เนื่องจากรายได้ส่วนใหญ่มาจาก Backlog ที่มีอยู่ เราจึงคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะทรงตัว QoQ ที่ 7.4% เพิ่มขึ้นจาก 7.2% ใน 3Q25 ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเพียง 2.9% QoQ ด้านค่าใช้จ่ายดอกเบี้ย คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 41.3% YoY และ 24.1% QoQ หลังจากบริษัทออกหุ้นกู้มูลค่า 5 พันล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 3.3% ในเดือนสิงหาคม
โมเมนตัมรายได้มีแนวโน้มต่อเนื่องสู่ 4Q26F
เราคาดว่ารายได้จากธุรกิจก่อสร้างใน 4Q26F จะเพิ่มขึ้นทั้ง YoY และ QoQ จากการเร่งตัวของการรับรู้รายได้จาก Backlog โดยรายได้จากธุรกิจก่อสร้างในช่วง 9M26F คิดเป็น 77% ของเป้าหมายรายได้ทั้งปีของบริษัทที่ 35,000 ล้านบาทแล้ว ทำให้เรามองว่ามีโอกาสสูงที่รายได้ปี 2026 จะสูงกว่าเป้าหมายที่บริษัทวางไว้ สำหรับการรับงานใหม่ บริษัทตั้งเป้ามูลค่างานใหม่ในปี 2026 ไว้ที่ 5 หมื่นล้านบาท โดยโครงการภาคเอกชนที่อยู่ระหว่างดำเนินการประกอบด้วย, โครงการ Data Center จำนวน 3 โครงการ มูลค่ารวม 4.98 หมื่นล้านบาท, โครงการโรงไฟฟ้า มูลค่า 1.6 หมื่นล้านบาท, โครงการสนามบิน มูลค่า 3 พันล้านบาท ทั้งนี้ บริษัทคาดว่าจะรายงานความคืบหน้าของมูลค่างานที่ได้รับตั้งแต่ต้นปีเมื่อเทียบกับเป้าหมายดังกล่าว ในการประชุมนักวิเคราะห์ครั้งถัดไป
คงประมาณการก่อนการประชุมนักวิเคราะห์ ; คงคำแนะนำ “ซื้อ”
เราคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2026-2028F ไว้ที่ 1.75 พันล้านบาท, 1.47 พันล้านบาท และ 1.65 พันล้านบาท ตามลำดับ เพื่อรอข้อมูลเพิ่มเติมจากการประชุมนักวิเคราะห์ เรายังคงมูลค่าที่เหมาะสมสำหรับ STECON ที่ 22.40 บาท อิงการประเมินมูลค่าด้วยวิธี SOTP ซึ่งสะท้อน Upside 23% จากราคาปัจจุบันที่ 18.20 บาท และยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ความเสี่ยงสำคัญ ได้แก่ ความล่าช้าในการได้รับงานใหม่ การแข่งขันจากผู้รับเหมาจีนในการประมูลงาน Data Center การกลับมาปรับเพิ่มขึ้นของต้นทุนก่อสร้างหลังสิ้นสุดข้อตกลงตรึงราคาวัสดุ เงินปันผลจาก GULF ที่ต่ำกว่าคาด ภาระหนี้ที่เพิ่มขึ้นจากกรอบการออกหุ้นกู้วงเงิน 2 หมื่นล้านบาท ซึ่งได้รับการอนุมัติแล้ว