วันอังคารที่ผ่านมาดัชนีเคลื่อนไหวในแดนลบเป็นหลัก โดยมีแรงกดดันจากความกังวลสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางอาจกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง หลังมีรายงานว่าสหรัฐได้ทำการโจมตีเกาะเกซม์ของอิหร่านประกอบกับนักลงทุนชะลอการลงทุนก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐในวันนี้ โดยแรงขายกดดันหลักมาจากหุ้นกลุ่ม Big-Cap นำโดย อิเล็กทรอนิกส์ และพลังงาน โดยเฉพาะ DELTA กดดันดัชนีราว 7 จุดส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,491.01 จุด -16.19 จุด -1.07% มูลค่าการซื้อขาย 63,494.12 ลบ.Program Trading -328.01 ลบ. ต่างชาติ+632.84 ลบ. TFEX +1,988 สัญญา ตราสารหนี้-6,737.23 ลบ.
ปัจจัยบวก
+ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ลดลง 37 เซนต์ หรือ 0.38% ปิดที่ 96.09 ดอลลาร์/บาร์เรลหลังมีสัญญาณบ่งชี้ถึงความคืบหน้าในการเจรจาเพื่อยุติสงครามทั้งในยูเครนและอิหร่านอย่างไรก็ตาม เหตุการณ์โจมตีระลอกล่าสุดยังคงทำให้นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานชะงักงัน
+ ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครนหวังว่าการเจรจารอบใหม่ระหว่างยูเครนและรัสเซียที่กรุงอาบูดาบี ซึ่งมีสหรัฐฯ เป็นคนกลางจะนำไปสู่การประชุมสามฝ่ายในระดับผู้นำ ซึ่งรวมถึงประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย
+ สหรัฐเปิดเผยผลสำรวจพบว่า ตัวเลขการเปิดรับสมัครงาน ซึ่งเป็นมาตรวัดอุป สงค์ในตลาดแรงงาน เพิ่มขึ้น 333,000 ตำแหน่ง สู่ระดับ 7.523 ล้านต าแหน่งในเดือนก.ย. และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 7.100 ล้านตำแหน่ง จากระดับ7.190 ล้านตำแหน่งในเดือนส.ค.
+ ครม.อนุมัติการดำเนินมาตรการลดภาระค่าครองชีพของประชาชนผ่านอัตราค่าโดยสารร่วมในระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน โดยมีค่าแรกเข้าตามสัญญาเดิมไม่เกิน 17 บาท และค่าโดยสารสูงสุดไม่เกิน 45 บาทต่อเที่ยว
+ ครม.มีมติเห็นชอบปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตรถยนต์ไฟฟ้า ทั้ง BEV (รถยนต์ไฟฟ้าที่ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่อย่างเดียวและขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า) และ REEV (รถยนต์แบบพลังงานผสมเชื้อเพลิงและไฟฟ้าที่สามารถชาร์จได้และขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเท่านั้น) ที่นำเข้าจากต่างประเทศ เป็น 35% จากปัจจุบัน BEV เสียภาษีอัตรา 10% และ REEV เสียอัตราภาษี 15%มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 มกราคม 2570 เป็นต้นไป
ปัจจัยลบ
- ดัชนีดาวโจนส์ปิดลดลง 197.26 จุด หรือ -0.38% ผิดหวังผลประกอบการของบริษัท Appleอย่างไรก็ตาม แรงซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) หนุนดัชนี S&P500 และ Nasdaqปิดเพิ่มขึ้น ขณะที่นักลงทุนจับตาการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ รวมทั้งตัวเลขจ้างนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ
-ช่วงเช้าวันนี้ (4 พ.ย.) ตามเวลาไทย หลังนักลงทุนประเมินผลการเลือกตั้งกลางเทอมปี 2569ซึ่งมีแนวโน้มว่า พรรคเดโมแครตจะคว้าเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร และอาจรวมถึงวุฒิสภาด้วย ส่งผลให้ S&P500 ฟิวเจอร์พลิกกลับมาเคลื่อนไหวในแดนลบ หลังจากปรับตัวขึ้นในช่วงแรก
- กองทัพสหรัฐฯ ปฏิบัติการโจมตีเกาะเกชม์ (Qeshm Island) ของอิหร่านในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นการโจมตีแบบจ ากัดวงและจงใจปิดเงียบเพื่อไม่ให้ถูกมองว่าเป็นปฏิบัติการทางทหารครั้งใหญ่
- อิหร่านยังไม่พึงพอใจต่อคำตอบของสหรัฐฯในข้อเรียกร้องให้เปิดช่องแคบฮอร์มุซ โดยระบุว่าสหรัฐจะต้องชี้แจงเงื่อนไขทั้ง 7 ข้อของอิหร่านอย่างครบถ้วนและชัดเจน พร้อมทั้งดำเนินการตามเงื่อนไขดังกล่าว เพื่อให้มีการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง
- ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ประเมินว่าปี 69 จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทย 31.5 ล้านคน ลดลง 4.5% จากปี 68 ที่มีเกือบ 33 ล้านคน และต่ ากว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ที่ 32-34 ล้านคน เนื่องจากสงครามในตะวันออกกลางที่ผลักดันต้นทุนพลังงานและค่าโดยสารเครื่องบินให้สูงขึ้น รวมถึงปัญหาความสามารถในการแข่งขันของไทยเอง
+/- หากพรรครีพับลิกันสามารถรักษาอำนาจการควบคุมสภาคองเกรสไว้ได้ก็อาจท าให้ตลาดหุ้นดีดตัวขึ้นในระยะสั้นจากความโล่งใจของนักลงทุน หากพรรคเดโมแครตได้รับชัยชนะครั้งใหญ่โดยเฉพาะในการเลือกตั้งผู้ว่าการรัฐเท็กซัส ก็อาจยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อหุ้นกลุ่มปัญญาประดิษฐ์ (AI)เนื่องจากตลาดอาจมองว่ามาตรการจำกัดการก่อสร้างศูนย์ข้อมูล (Data Center) จะได้รับแรงสนับสนุนมากขึ้นในระดับประเทศ
แนวโน้มตลาดวันนี้
คาดดัชนียังแกว่งตัวผันผวนระหว่างวัน โดยนักลงทุนยังจับตาผลการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐอย่างใกล้ชิด ขณะที่ในประเทศยังติดตามการประกาศงบของบริษ ทจดทะเบียนที่ทยอยออกมาต่อเนื่อง คาดกรอบดัชนีในวันนี้ที่1,485-1,500 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
-แผน PDP ฉบับใหม่ : GULF BGRIM GPSC GUNKUL
-High Season กลุ่มโรงพยาบาล 3Q69 : BDMS PR9 BH
-ซ่อมแซมหลังน้ำลด : GLOBAL DOHOME HMPRO TASCO DCC DRT
- หุ้นเด่น IAA : BDMS KBANK DELTA GULF CRC
- หุ้นที่ประโยชน์จากโครงการ Solar ภาคประชาชน: GUNKUL GULF SOLAR COM7 KUMWEL ASEFA