Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.เอเซีย พลัส : บทวิเคราะห์ภาวะตลาดหุ้นรายวัน

62


รอลุ้น FED คืนนี้ กลยุทธ์ SELECTIVE


HORIZON MARKET VIEW
• บรรยากาศการลงทุนทั่วโลกยังอยู่ในโหมดระมัดระวัง หลังนักลงทุนรอติดตามผลการประชุม FED และ DOT PLOT คืนนี้เวลาตี 1 ขณะที่ราคาน้ำมันโลกปรับขึ้นกว่า 2%จากความกังวลการปิดท่อส่งน้ำมันของซาอุฯ ซึ่งกระทบอุปทานราว 4-5% ของโลกส่งผลให้ความเสี่ยงเงินเฟ้อกลับมาเป็นประเด็นสำคัญอีกครั้ง
• สำหรับการประชุม FED รอบเดือน ก.ย. 2026 ฝ่ายวิจัยฯ คาดการณ์ SENARIOทิศทางดอกเบี้ยของ FED และผลกระทบต่อตลาดหุ้น คือ 1) กรณี FED คงดอกเบี้ยที่3.75% พร้อม DOT PLOT ชี้ขึ้นดอกเบี้ยปีนี้ 1 ครั้ง มีโอกาสหนุนตลาดหุ้นดีดตัวแรง2) กรณี FED ขึ้นดอกเบี้ยเป็น 4.00% และ DOT PLOT ชี้ขึ้นปีนี้ 1 ครั้ง ตามตลาดคาดมีโอกาสเห็นตลาดหุ้นรีบาวน์หลังถูกกดดันตั้งแต่ต้น ก.ย. 3) กรณี FED ขึ้นดอกเบี้ยเป็น 4.00% แต่ DOT PLOT ชี้ขึ้นปีนี้มากกว่า 1 ครั้ง เสี่ยงกดดันตลาดหุ้นผันผวน

 

REGION RADAR
• CLARITY ACT ซึ่งเป็นกฎหมายคริปโตของสหรัฐฯ โดยต้องการเสียงวุฒิสภาสหรัฐฯ ถึง 60 เสียงเพื่อที่จะเป็นการผ่านกฎหมายฉบับนี้อย่างไรก็ตาม มีเสียงวุฒิสภาสหรัฐฯ เห็นด้วยเพียงแค่ 49 เสียง การโหวตรอบนี้จึงยังไม่ผ่าน หลีกเลี่ยงกลุ่ม CRYPTO ในระยะสั้น
• TRIP.COM (9961 HK) รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ออกมาสูงกว่าที่ตลาดคาด รายได้รวมอยู่ที่ 1.57 หมื่นล้านหยวน +5% YOY (สูงกว่าคาด 0.3%)ขณะที่ EPS อยู่ที่ 7.27 หยวน +1% YOY (สูงกว่าคาด20%) โดยได้แรงหนุนหลักจากธุรกิจขนส่งที่ออกมาสูงกว่าคาด

 

THAI FOCUS
• เศรษฐกิจไทยยังฟื้นตัวช้าในช่วง 1H69 ภาครัฐจึงเร่งออกมาตรการกระตุ้น พร้อมปลดล็อกงบปี 70 วงเงิน 3.79 ล้านล้านบาท โดยมีงบลงทุน 7.89 แสนล้านบาท (20.8%) อีกทั้งลุ้นดีลภาษีนำเข้าสหรัฐฯของไทยวันที่17-18 ก.ย.69 หากสำเร็จ จะเพิ่มส่วนแบ่งตลาดสินค้าไทยในสหรัฐฯเพิ่มเติม
• หุ้นกลุ่มได้ประโยชน์รับเหมา CK, STECON ลุ้นงานประมูลใหม่ เติมBACKLOG 2–3 ปีและวัสดุก่อสร้าง SCC, SCCC, TPIPL, TASCOได้แรงหนุนจากการลงทุนและอุปสงค์ในประเทศ


SYNAPSE STRATEGY
• หลายปัจจัยเสี่ยงกดดันตลาดหุ้น ทั้ง FED ตลาดคาดขึ้นดอกเบี้ยคืนนี้จับตา DOT PLOT, ความเสียหาย PIPELINE ซาอุฯ เสี่ยงกระทบSUPPLY น้ำมัน 4–5%, CLARITY ACT ไม่ผ่านวุฒิสภาฯ และรอติดตามการประชุม US–CH 24 ก.ย. 69
• งบประมาณปี 2570 เบิกผ่าน หนุนเศรษฐกิจไทยดูดีระยะถัดไปPRIME PICKS 3 หุ้นเลือก CK ลุ้นเร่งเดินหน้า MEGA PROJECTS,ERW บาทอ่อน + มาตรการท่องเที่ยว + GOLDEN WEEK, BDMSราคาหุ้น LAGGARD + คาด 3Q26 ฟื้นตัวจากผู้ป่วยไทยและต่างชาติ

 

HORIZON MARKET VIEW
ลุ้นประชุม FED คืนนี้ หลังเงินเฟ้อและน้ำมันเพิ่มแรงกดดันต่อเนื่อง
บรรยากาศการลงทุนทั่วโลกยังอยู่ในโหมดระมัดระวัง หลังนักลงทุนรอติดตามผลการประชุม FED และ DOTPLOT คืนนี้เวลาตี 1 ขณะที่ราคาน้ำมันโลกปรับขึ้นกว่า 2% จากความกังวลการปิดท่อส่งน้ำมัน

สำหรับการประชุม FED รอบเดือน ก.ย. 2026 ฝ่ายวิจัยฯ คาดการณ์ SENARIO ทิศทางดอกเบี้ยของ FED และผลกระทบต่อตลาดหุ้น ดังนี้
• กรณี FED คงดอกเบี้ยไว้ที่ 3.75% สวนทางตลาดคาดว่าจะปรับขึ้นดอกเบี้ย 25 BPS. พร้อมกับคาดการณ์ DOT PLOT ส่งสัญญาณปรับขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้แค่ 1 ครั้ง ตามตลาดคาด อาจหนุนให้ตลาดหุ้นดีดตัวขึ้นแรง
• กรณี FED ปรับขึ้นดอกเบี้ยสู่ระดับ 4.00% พร้อมกับคาดการณ์ DOT PLOT ส่งสัญญาณปรับขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้แค่ 1 ครั้ง ตามตลาดคาด อาจหนุนให้ตลาดหุ้นรีบาวน์หลังจากถูกแรงกดดันมานับตั้งแต่ต้นเดือน ก.ย. อาทิ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ -2.6%MTD ถึง -3.1%MTD
• กรณี FED ปรับขึ้นดอกเบี้ยสู่ระดับ 4.00% ตามตลาดคาด แต่คาดการณ์ DOT PLOT ส่งสัญญาณปรับขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้มากกว่า 1 ครั้ง ซึ่งสูงกว่าตลาดคาด เสี่ยงกดดันตลาดหุ้นผันผวนได้อย่างไรก็ดี สัญญาณต่างๆ ในมุมมองของตลาดการเงิน ชี้ไปในทางปรับขึ้นดอกเบี้ย สะท้อนจาก BOND YIELDทุกช่วยอายุสหรัฐฯ ทำจุดสูงสุดในปีนี้รวมถึงคาดการณ์ FEDWATCH TOOL มอง FED ปรับขึ้นดอกเบี้ยปีนี้ 2
ครั้ง และปีหน้า 2 ครั้ง

นอกจากนี้ ท่าทีของคณะกรรมการ FED มีแนวโน้มเหยี่ยวมากขึ้นชัดเจน หลังจาก KEVIN WARSH เข้ารับตำแหน่งประธาน FED คนใหม่ ในเดือน พ.ค. 2026 อีกทั้ง ดัชนี FEDSPEAK ขยับขึ้นใกล้แตะ 9.0 หรือมีSENTIMENTไปในทางสายเหยี่ยวมากสุดนับตั้งแต่กลางช่วงปี2023 ซึ่งระดับดอกเบี้ยในขณะนั้นอยู่ที่ 5.0%

REGION RADAR
กฎหมาย CLARITY ACT ไม่ผ่าน CRYPTO ยังไม่ใช่ขาขึ้น
CLARITY ACT ซึ่งเป็นกฎหมายคริปโตฉบับใหญ่ของสหรัฐฯ มีการโหวตในเมื่อวานนี้ โดยต้องการเสียงวุฒิสภาสหรัฐฯ ถึง 60 เสียงเพื่อที่จะเป็นการผ่านกฎหมายฉบับนี้อย่างไรก็ตาม มีเสียงวุฒิสภาสหรัฐฯ เห็นด้วยเพียงแค่49 เสียง ขณะที่ไม่เห็นด้วย 50 เสียง การโหวตรอบนี้จึงยังไม่ผ่าน ซึ่งทาง DEMOCRATS ระบุว่าต้องการให้กฎหมายมีข้อจำกัดที่เข้มกว่านี้เกี่ยวกับการถือครอง CRYPTO ของเจ้าหน้าที่รัฐบาล โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ TRUMP และครอบครัว ซึ่งมีธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลอยู่มาก การโหวตไม่ผ่านในกฎหมาย CLARITY
ACT ในครั้งนี้ ยืนยันมุมมองเดิมของเราว่าตลาด CRYPTO ยังไม่ใช่ขาขึ้นและเดือน ก.ย. มักจะปรับตัวลงตามสถิติในอดีตที่ผ่านมา ยังคงแนะนำให้หลีกเลี่ยงกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับ CRYPTO อาทิ DR: COIN01 และ DR: HOOD80ไปก่อนในเดือนนี้ โดยเรามองว่ากลุ่ม CRYPTO จะกลับมาน่าสนใจอีกครั้งในช่วงไตรมาส 4 และคาดว่ากลุ่มนี้จะเริ่มกลับมาเป็นขาขึ้นครั้งใหญ่ปลายปีนี้

TRIP.COM เผยผลประกอบการไตรมาส 2 ออกมาดีกว่าคาด
TRIP.COM (9961 HK) รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ออกมาสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ โดยรายได้รวมอยู่ที่ 1.57 หมื่นล้านหยวน +5% YOY (สูงกว่าคาด 0.3%) ขณะที่ EPS อยู่ที่ 7.27 หยวน +1% YOY (สูงกว่าคาด20%) โดยได้แรงหนุนหลักจากธุรกิจขนส่งที่ออกมาสูงกว่าคาด แม้ธุรกิจโรงแรมจะยังคงซบเซา นอกจากนี้ ธุรกิจต่างประเทศเติบโตอย่างแข็งแกร่งในทุกเซกเมนต์โดยรายได้บนแพลตฟอร์มต่างประเทศของบริษัทเพิ่มขึ้นมากกว่า50% YOY และรายได้จากการท่องเที่ยวขาเข้า (INBOUND TRAVEL) เพิ่มขึ้นในระดับ DOUBLE DIGITเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน


THAI FOCUS
โอกาสจากสงครามการค้า มาตรการกระตุ้นระยะสั้น และการกลับมาของวัฏจักรลงทุนภาครัฐปี2570 หนุน GDP ไทยเปิด UPSIDEจากปัญหาTRADE WAR ที่ยืดเยื้อ ส่งผลให้อัตราภาษีนำเข้าที่แท้จริง (EFFECTIVE TAX RATE) ของสินค้าจากหลายประเทศพุ่งสูงขึ้น นำมาซึ่งภาวะเงินเฟ้อจากต้นทุนที่สูงขึ้น โดยล่าสุดทีมไทยแลนด์เร่งเดินหน้าเจรจากับผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) เพื่อปูทางให้นายกฯไทย (คุณอนุทิน) เตรียมหารือกับทรัมป์ ในช่วง 17-18 ก.ย.69 เพื่อลุ้นปิดดีลข้อตกลงทางภาษีซึ่งหากสำเร็จ จะเป็นโอกาสทองให้สินค้าไทยเข้าไปช่วงชิงส่วนแบ่งการตลาดในสหรัฐฯ ได้มากขึ้น

ภาพรวมเศรษฐกิจไทยยังฟื้นตัวช้าในช่วง 1H69 ภาครัฐไม่ได้นิ่งนอนใจ ล่าสุดมีสัญญาณการเตรียมขยายเวลาโครงการไทยช่วยไทย พลัส ออกไปอีก 2 เดือน พร้อมกับจ่อคลอดมาตรการใหม่ๆ ออกมาเพื่อพยุงและกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม พ.ร.บ. งบประมาณปี 70 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท ผ่านสภาฯ โดยมีงบลงทุนสูงถึง 7.89 แสนล้านบาท หรือ 20.8% ของงบทั้งหมด พร้อมแผนผลักดันโครงการคมนาคม 262 โครงการ และงบท้องถิ่นเกือบ3.95 แสนล้านบาท ซึ่งจะช่วยเร่งกิจกรรมก่อสร้างและโครงสร้างพื้นฐานทั่วประเทศอย่างมีนัยฯการปลดล็อกงบประมาณรอบนี้ จะสร้าง SENTIMENT เชิงบวกอย่างต่อภาคธุรกิจ ดังน

• ผู้ได้ประโยชน์โดยตรง กลุ่มรับเหมาก่อสร้างขนาดใหญ่ (เช่น CK, STECON) ที่จะได้ประโยชน์จากการเปิดประมูลโครงการระบบรางและมอเตอร์เวย์ ช่วยเติม BACKLOG ยาวต่อเนื่อง 2-3 ปี
• ผู้ได้ประโยชน์ทางอ้อม กลุ่มวัสดุก่อสร้าง ที่จะฟื้นตัวตามอุปสงค์ในประเทศ ทั้งกลุ่มปูนซีเมนต์ (SCC,SCCC, TPIPL) และกลุ่มยางมะตอย (TASCO)

SYNAPSE STRATEGY
จับตาดอกเบี้ย FED ท่ามกลางความเสี่ยงโลก พร้อมเปิดโผหุ้นเด่นรับอานิสงส์งบประมาณปี 2570
วันนี้นักลงทุนต่างจับตาไปที่การประชุม FED โดยเครื่องมือ CME FED WATCH ให้น้ำหนักสูงถึง 92% ว่า FEDจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 25 BPS (0.25%) แต่สิ่งที่ต้องจับตา คือ DOT PLOT ที่จะสะท้อนทิศทางดอกเบี้ยในระยะถัดไปในขณะเดียวกัน โลกกำลังเผชิญกับความเสี่ยง 2 ด้านหลัก ได้แก่
• OIL SHOCK เกิดความเสียหายที่ EAST-WEST PIPELINE ในซาอุดีอาระเบีย ซึ่งกระทบต่ออุปทานน้ำมันโลกราว 4-5% หากซ่อมแซมล่าช้า อาจส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้น
• FISCAL & INFLATION RISK สหรัฐฯเผชิญความท้าทายด้านงบประมาณกระทรวงกลาโหมจากสงครามกับอิหร่าน ซึ่งประเมินต้นทุนไว้สูงถึง 38 พันล้านเหรียญฯ และอาจเพิ่มขึ้นอีกเดือนละ 3 พันล้านเหรียญฯ ปัจจัยนี้อาจดันให้เงินเฟ้อสหรัฐฯในช่วงต้นปี 2027 พุ่งขึ้นอีก 0.5% และส่งผลกระทบต่อBOND YIELD สหรัฐฯ

นอกจากนี้ยังมีประเด็นร่างกฎหมาย CLARITY ACT (เกี่ยวกับคริปโทฯ) ที่ไม่ผ่านวุฒิสภาสหรัฐฯ ทำให้กฎระเบียบยังไม่ชัดเจน กดดันตลาดคริปโทฯ รวมถึงต้องรอติดตามการประชุมระดับสูง ระหว่างสหรัฐฯ-จีน ในวันที่ 24 ก.ย.69

 

ส่วนไทย ปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญ คือ การเบิกจ่ายงบประมาณปี 2570 ที่จะเข้ามาหมุนเวียนและกระตุ้น GDP ในประเทศ โดยมี 4 กลุ่มอุตสาหกรรมที่น่าจับตาและได้ประโยชน์ได้แก่
• กลุ่มค้าปลีก (COMM): ได้รับอานิสงส์จากมาตรการรัฐที่ช่วยประคองกำลังซื้อและการบริโภคระดับฐานราก (หุ้นเด่น: CPALL, CPAXT, BJC)
• กลุ่มท่องเที่ยวและบริการ (TOURISM): รับงบสนับสนุนการท่องเที่ยวและโครงสร้างพื้นฐานสนามบิน(หุ้นเด่น: AOT, CENTEL, THAI)
• กลุ่มธนาคาร (BANK): เติบโตตามภาพรวม GDP ที่ฟื้นตัวจากการอัดฉีดงบประมาณ (หุ้นเด่น: BBL,KBANK, KTB)
• กลุ่มรับเหมาฯ และวัสดุก่อสร้าง: ปลดล็อกวัฏจักรการลงทุนและการเบิกจ่ายโครงการเมกะโปรเจกต์ของรัฐ (หุ้นเด่น: SCC, SCCC, TPIPL, CK, STECON)

ในสภาวะตลาดที่ผันผวนหนัก เลือกหุ้นเด่นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ดังนี้CK รับกระแสบวกเต็มๆ จาก พ.ร.บ. งบประมาณปี 2570 ที่ผ่านสภา คาดหวังการเดินหน้าโครงการเมกะโปรเจกต์ของรัฐฯ

ERW หุ้นท่องเที่ยวที่รับประโยชน์จากค่าเงินบาทที่อ่อนตัว, โครงการกระตุ้นจากภาครัฐ (ไทยเที่ยวไทยพลัส) และเทศกาล GOLDEN WEEK
BDMS หุ้นกลุ่มการแพทย์ที่ราคาปัจจุบันยังปรับตัวขึ้นช้า (LAGGARD) แต่คาดผลประกอบการไตรมาส 3Q26จะฟื้นตัวเด่นทั้งจากผู้ป่วยชาวไทยและต่างชาติ

 


จัดทำโดย
ภราดร เตียรณปราโมทย์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์

ภวัต ภัทราพงศ์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์
เลขทะเบียนนักวิเคราะห์: 117985

สิริลักษณ์ พันธ์วงค์
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์

ธนกฤต สัจจมงคล
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

ทั่วโลก รอ เฟด.... By : นายกล้วยหอม

นายกล้วยหอม ตอนนี้ ตลาดหุ้นทั่วโลก ต่างเฝ้า รอผลประชุมของ เฟด ว่า จะขึ้นดอกเบี้ยหรือไม่ รวมถึง มุมมองต่อเศรษฐกิจ....

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้