Market Wrap-Up
- SET วันที่ 19 ส.ค.69 ปิด -86 จุด อยู่ที่ 1,609.76 จุด มูลค่าการซื้อขาย 97,800 ลบ. พอร์ตโบรกซื้อ 1,190 ลบ. สถาบันซื้อ 1,443 ลบ. รายย่อยซื้อ 6,066 ลบ. และต่างชาติขาย 8,699 ลบ. NVDR มียอดขายสุทธิ 232 ลบ. โดยมียอดซื้อ TTB,KBANK,PTTEP,STA,BBL และยอดขาย ADVANC,DELTA,GULF,KTB,BDMS มูลค่า Short Sales อยู่ที่ 3,488 ลบ. หุ้นที่มี % ช็อตเซลสูง เช่น SIRI,TISCO,TSLA01 โดยนักลงทุนต่างประเทศมีสถานะ Short ใน Index Futures จำนวน 10,897 สัญญา ยอดสะสมตั้งแต่ต้นปีต่างชาติ Long สุทธิรวม 37,972 สัญญา ต่างชาติซื้อสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย 1,090 ลบ.
Market View
- ตลาดหุ้นสหรัฐ DJIA +22%, S&P500 +0.21%, Nasdaq +0.16% หลัง ก.คลังสหรัฐประกาศจะซื้อคืนพันธบัตรอายุ 10, 20 และ 30 ปี โดยจะเพิ่มวงเงินจากเดิม $2 พัน ล. เป็นอย่างน้อย $4 พัน ล.ในแต่รอบ เริ่มตังแต่ 9 ก.ย. – 4 พ.ย. เพื่อเป็นการเพิ่มสภาพคล่องให้กับตลาด ส่งผลให้ US Bond Yield 10 ปี และ 30 ปี ปรับลดลงอยู่ที่ 4.683% และ 5.187% ตามลำดับ โดยวานนี้กลุ่มบริการสุขภาพ +3.5% นำโดย Moderna +177% หลังผลทดลองยารักษามะเร็งชนิด mRNA ร่วมกับ Merck +12.6% ช่วยลดความเสี่ยงการเป็นซ้ำ และการแพร่กระจายของมะเร็งผิวหนังชนิด Melanoma ได้ดี ขณะที่กลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย +2.1% ส่วนกลุ่มอุตสาหกรรม -0.9% และเทคโนโลยี -0.7% ทางด้านรายงาน Fed Minutes ก.ค. คณะกรรมการยังมีความกังวลต่อเงินเฟ้อ และหลายท่านเห็นว่าจำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ย หากเงินเฟ้อไม่ลงมาที่เป้าหมาย 2% ส่วนค่ำวันนี้ติดตามตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และวันศุกร์ US PMI ภาคการผลิต & บริการ เบื้องต้น ส.ค.
- ตลาดหุ้นยุโรป -0.11% ต่ำสุดในรอบ 3 สัปดาห์ จากแรงขายกลุ่มอวกาศ & กลาโหม -1.6% และธนาคาร -1.5% ถูกกดดันจาก Bond Yield ที่ผันผวน และผลกระทบต่อภาคครัวเรือน & ภาคธุรกิจหาก ECB ปรับขึ้นดอกเบี้ย ซึ่ง LSEG คาดมีโอกาสที่ ECB จะปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.5% ในปีนี้ แต่ดัชนียังได้แรงหนุนจากกลุ่มทรัพยากรพื้นฐาน +3.3% ปรับขึ้นตามราคาโลหะมีค่า และกลุ่มบริการสุขภาพ +1.4% ขณะที่ Bond Yield เยอรมัน 30 ปี วานนี้ -0.13% อยู่ที่ 3.766% ลดลงตาม US Bond Yield ทางด้านข้อมูล UK CPI ก.ค. 2.9% & มิ.ย. 2.6% YoY สาเหตุมาจากการปรับขึ้นเพดานราคาพลังงานที่ 13% และวันศุกร์ติดตาม PMI ภาคผลิต & บริการยูโรโซน ส.ค.
- ตลาดหุ้นเอเชียวานนี้ดัขนีนิเกอิ -3.16% จากแรงขายกลุ่มโลหะที่ไม่มีส่วนผสมของเหล็ก, เซรามิก และกลุ่ม AI & Data Center หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรญี่ปุ่นอายุ 30 ปี ทรงตัวอยู่ที่ 2.9% เช่นเดียวกับ Kospi เกาหลีใต้ -5.8% นำโดย Samsung Electronics -8%, SK Hynix -9.7% ส่วนดัชนีเซี่ยงไฮ้ -2.4% จากแรงขายหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิป เช่น SMIC -5.1%, Cambricon Tech -9.6% และ Hua Hong Semiconductor -11.9% จากความกังวลต่อเงินเฟ้อและต้นทุนการเงินที่มีแนวโน้มสูงขึ้น ประเด็นสำคัญวันนี้ติดตามอัตราดอกเบี้ย LPR จีน 1 & 5 ปี คาดคงดอกเบี้ยที่ 3.0%, 3.5% ตามลำดับ และวันศุกร์ Core CPI ญี่ปุ่น ก.ค. คาด 1.8% & มิ.ย. 1.6% YoY
- SET วานนี้ -0.73% ปริมาณการซื้อขาย 9.7 หมื่น ลบ. พอร์ตโบรกซื้อ 1,190 ลบ. สถาบันซื้อ 1,443 ลบ. รายย่อยซื้อ 6,066 ลบ. และต่างชาติขาย 8,699 ลบ. โดยดัชนีปรับลดลงจากแรงขายกลุ่มอิเล็ก ฯ -2.02% นำโดย DELTA -22% ส่งผลลบต่อดัชนี -6.0 จุด ปรับลดลงตามหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิปในตลาดเอเชียเหนือ หลัง US Bond Yield 10 & 30 ปี ปรับสูงขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนการเงินมีแนวโน้มปรับสูงขึ้นตามด้วย ซึ่งเป็นผลลบต่อ Valuation ของหุ้นกลุ่ม Growth ส่วนกลุ่มไอซีทีก็ -1.57% หลัง ADVANC ขึ้นเครืองหมาย XD @ 8.69 บาท/หุ้น โดยเม็ดเงินลงทุนได้สลับเข้าไปยังกลุ่มพลังงาน, ปิโตรเคมี และโรงกลั่นที่คาดจะได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันดิบที่ปรับสูงขึ้น หลังสหรัฐ – อิหร่านมีท่าทีจะไม่เจรจาเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งอาจก่อให้ภาวะอุปทานน้ำมัน & ปิโตรเคมีภัณฑ์ขาดแคลน ส่วนกลุ่มธนาคาร +0.16% เนื่องจากเป็นกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากแนวโน้มดอกเบี้ยของ ธ.กลางหลัก ๆ ที่ปรับสูงขึ้น ซึ่งเป็นผลบวกต่อผลตอบแทนการลงทุนในพอร์ตพันธบัตร โดยภาพรวมดัชนี SET ผันผวนน้อยกว่าดัชนีภูมิภาค เนื่องจากมีสัดส่วนหุ้นกลุ่มเทค ฯ น้อยกว่า และยังได้ปัจจัยหนุนจากการปรับเพิ่มคาดการณ์ EPS ของ SET ปีนี้จากเดิม 102 บาท เป็น 107 บาท เป็นจุด Support ในดัชนีหุ้นต่างประเทศมีความผันผวนสูง
Daily Strategy
- ประเมินแนวรับดัชนี SET ที่ 1,600 แนวต้าน 1,620 - 1,630 คาดดัชนีเช้านี้โอกาสฟื้นตัว หลัง US Bond Yied 10 ปี & 30 ปี ปรับลดลง หลัง ก.คลังสหรัฐได้เข้าเพิ่มเม็ดเงินในการซื้อคืนพันธบัตรสหรัฐซึงถือว่าเป็นผลบวกต่อ Fund Flow ที่ลงทุนในตลาดหุ้นเกิดใหม่ แนะนำทยอยซื้อบริเวณแนวรับ เช่น KBANK,KTB,GULF,GPSC,GUNKUL,ADVANC,BJC,CRC,BH,BDMS,PR9 เป็นหุ้นกลุ่ม Value & Defensive Play / กลุ่มอุปโภค & ท่องเที่ยวคาดได้ปัจจัยหนุนจาก ม.กระตุ้นเศรษฐกิจและเข้าสู่ช่วง High Season เช่น AOT,CENTEL,ERW,OSP,CBG / เก็งกำไรระยะสั้น DELTA,HANA,KCE หลัง US Bond Yield อายุ 10 & 30 ปี ปรับลดลง
- TFG* (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 12.20 บาท) แนวโน้ม 2H69 คาดทยอยฟื้นตัวดีขึ้น QoQ มีปัจจัยหนุนจากราคาเนื้อสัตว์ในประเทศที่เริ่มฟื้นตัวทั้งราคาไก่และราคาสุกร เนื่องจาก supply ที่ลดลง ขณะที่รายได้จากธุรกิจค้าปลีกยังคงเติบโตขึ้นตามแผนการขยายสาขาเพิ่มให้ครบ 875 สาขาในสิ้นปีจากปัจจุบัน 748 สาขา โดยจะเพิ่มสินค้าเป็นแบรนด์ตัวเอง สินค้ากลุ่มอื่น เช่นกาแฟ ข้าวสาร ซึ่งมี margin สูง นอกจากนี้ยังได้ผลบวกจากต้นทุนวัตถุดิบอย่างข้าวโพดที่ลดลง รวมถึงมองการบริโภคที่จะฟื้นตัวในช่วง high season และมาตรการกระตุ้นของภาครัฐ ในส่วนต่างประเทศมีแผนรุกตลาดเวียดนามขยายฐานลูกค้า โดยบริษัทจะเริ่มก่อสร้างโรงอาหารสัตว์ และขยายธุรกิจไก่ เพิ่มเติมจากธุรกิจสุกรที่มีอยู่แล้ว ทั้งนี้ อิงจาก consensus ตลาดคาดกำไรสุทธิปี 69 ที่ 1 พันล้านบาท -5%YoY และจะกลับมาเติบโตในปี 70 ที่ 8.2 พันล้านบาท +16%YoY
- MAGURO* (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 21 บาท) กำไรสุทธิ 2Q69 อยู่ที่ 40 ลบ.(+23%YoY, +16%QoQ) แม้ว่าจะมีปัจจัยกดดันจาก SSSG -5.5%YoY แต่มีแรงหนุนจากการเปิดสาขาและแบรนด์ใหม่ๆ เช่น IPPE KOPPE เป็นที่นิยม ส่งให้รายได้ยังสามารถเติบโตทั้ง QoQ และ YoY ส่วนการดำเนินงานในช่วงถัดไป 3Q69 คาดว่าจะยังมีแนวโน้มเดียวกับ 2Q69 มีโอกาส +YoY +QoQ มีแรงหนุนจากการเปิด Kaiten Sushi Ginza Onodera ร้านซูชิสายพานระดับพรีเมียมจากเครือ ONODERA GROUP ประเทศญี่ปุ่น ทั้งนี้ MAGURO* วางเป้าขยายสาขาใหม่ในปีนี้และปีหน้าไม่ต่ำกว่า 20 สาขา/ปี ปัจจุบัน ตลาดคาดกำไรสุทธิ MAGURO* ปี69 และ70 ที่ 159 ลบ.(+7%YoY) และ 204 ลบ.(+28%YoY) ตามลำดับ
Daily Key Factors
Oil Update(+) WTI ก.ย. +$0.89 อยู่ที่ $85.83 / บาร์เรล, Brent ต.ค.+$0.60 อยู่ที่ $91.62/บาร์เรล จากความกังวลต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลาง หลังสหรัฐ – อิหร่านยังไม่สามารถเจรจาเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่ UAE ได้ระงับการทำธุรกรรมทางการเงินทั้งหมดกับอิหร่าน หลังอิหร่านยิงขีปนาวุธมุ่งเป้าโจมตี UAE
Gold Update (+) Comex Gold ธ.ค. +$124..70 ปิดที่4,545.30 ดอลลาร์/ออนซ์ ได้ปัจจัยหนุนจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐอายุ 10 ปี, 30 ปี ปรับลดลง หลัง ก.คลังสหรัฐจะเพิ่มวงเงินซื้อคืนพันธบัตรระยะยาวจาก 2 พัน ล.ดอลลาร์สหรัฐ เป็นอย่างน้อย 4 พัน ล.ดอลลาร์สหรัฐ
Fund Flow(-)Fund Flow ต่างชาติในตลาด TIP วานนี้ขายสุทธิ -224.63 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดย ขายหุ้นไทย -262.97 ล.ดอลลาร์สหรัฐ ซื้อหุ้นอินโดฯ +52.32 ล.ดอลลาร์สหรัฐ และขายหุ้นฟิลิปปินส์ -13.98 ล.ดอลลารห์สหรัฐ
(+) ค่าเงินบาทเช้านี่แข็งค่าอยู่ที่ 32.82 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
(+) ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี ปรับลดลงอยู่ที่ 4.638 %
(-) ดัชนี BDI ปิด -39 จุด อยู่ที่ 2,776
(+) BitCoin เช้านี้ +7.71% อยู่ที่ 69,357 ดอลลาร์สหรัฐ
Economic Calendar
ในประเทศ
17 ส.ค. สภาพัฒน์แถลงตัวเลข GDP ไตรมาส2/2569
19 ส.ค. กระทรวงพาณิชย์ แถลงภาวะการค้าระหว่างประเทศ
สัปดาห์ที่3 ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม
สัปดาห์ที่4 สศอ. แถลงดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม
สศค.รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง, ภาวะเศรษฐกิจ
ภูมิภาค, ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค
ธปท.รายงานภาวะเศรษฐกิจและการเงินไทย
ส.อ.ท. แถลงยอดผลิตและส่งออกรถยนต์
รถจักรยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์
ประชุม กนง. ครั้งที่4/2569
ต่างประเทศ
19 ส.ค. EU ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ( ก.ค.)
US สินค้าคงคลังน้ำมันดิบ
20 ส.ค. US รายงานการประชุม FOMC
US จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก
21 ส.ค. US ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิต ( ส.ค.)
US ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการบริการ ( ส.ค.)
Theme Strategy
ทยอยสะสมหุ้น Value Stock / High Dividend Yield / AI Infrastructure ได้ประโยชน์จากมาตรการลดค่าครองชีพ-กระตุ้นกำลังซื้อของรัฐฯ มาตรการสนับสนุนเม็ดเงินลงทุนภาครัฐและเอกชน
(1)High Dividend Yield กลุ่มธนาคารพาณิชย์ KBANK, KTB, SCB, TTB, BAY*, KKP*, TISCO กลุ่ม REIT CPNREIT*
(2) Anti-Commodity ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมัน-ก๊าซฯ ลดลง กลุ่มโรงไฟฟ้า BGRIM*, GPSC* กลุ่มบรรจุภัณฑ์ SCGP* กลุ่มวัสดุก่อสร้าง EPG*, SCC*, TOA* กลุ่มท่องเที่ยว-ขนส่ง-ร.พ. CENTEL*, MINT*, ERW*, AOT, BA, BH, BDMS, PR9*, BCH, CHG
(3) กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กฯ / ICT / AI Infrastructure / รับเหมาฯ-นิคมฯ-สาธารณูปโภค DELTA*, CCET*, KCE, HANA*, SMT*, ADVANC, TRUE, GULF*, ASEFA*, FTE*, TRT*, STECON, INSET*, AMATA, WHA, WHAUP*, EASTW*
(4) การลงทุนภาครัฐฯ เอกชน CK, SEAFCO*, PYLON*, GUNKUL*, BEM*, KGEN*
(5) สินเชื่อ-ไฟแนนซ์ / สินค้าอุปโภค-บริโภค MTC*, SAWAD*, TIDLOR*, SINGER*, SGC*, SCAP*, NCAP*, CPALL, CPAXT, CPN*, CRC, CBG*, ICHI*, OSP*, SAPPE*, TACC*
**หุ้นแนะนำเชิงกลยุทธ์ที่ยังไม่อยู่ใน Coverage ของฝ่ายวิจัย
Asset Allocation: Equity 50% Fixed Income 40% Alternative Investment etc. Gold 5% Cash 5%
Today Fundamental Research: -
Monthly Portfolio July 2026: GPSC*, CPN*, BEM*, TRUE, STA*, CRC
Analysts
Apichai Raomanachai
Fundamental and Technical Investment Analysis ID No. 002939
Tel 02-829-6999 Ext 2200
Email : apichai.ra@kfsec.co.th
Nopporn Chaykaew
Fundamental Analysis ID No. 043964
Tel 02-829-6999 Ext 2203
Email : noppoen.ch@kfsec.co.th
Nattawat Poosunthornsri
Fundamental Analysis ID No. 087077
Tel 02-829-6999 Ext 2204
Email : nattawat.po@kfsec.co.th