Market Wrap-Up
- SET วันที่ 10 ก.ค.69 ปิด +13.25 จุด อยู่ที่ 1,621.55 จุด มูลค่าการซื้อขาย 77,145 ลบ. พอร์ตโบรกซื้อ 624 ลบ. สถาบันซื้อ 2,065 ลบ. ต่างชาติซื้อ 2,081 ลบ. และรายย่อยขาย 4,769 ลบ. NVDR มียอดซื้อสุทธิ 4,426 ลบ. โดยมียอดซื้อ PTT,SCB,SCC,WHA,KCE และยอดขายBBL,DELTA,KTB,ADVANC,CPF มูลค่า Short Sales อยู่ที่ 1,696 ลบ. หุ้นที่มี % ช็อตเซลสูง เช่น TISCO,CPALL,SCGP โดยนักลงทุนต่างประเทศมีสถานะ Long ใน Index Futures จำนวน 5,940 สัญญา ยอดสะสมตั้งแต่ต้นปีต่างชาติ Long สุทธิรวม 87,463 สัญญา ต่างชาติขายสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย 9,364 ลบ.
Market View
- ตลาดหุ้นสหรัฐ DJIA +0.29%, S&P500 +0.42%, Nasdaq +0.29% ได้แรงหนุนจากกลุ่มวัสดุ +1.1%, บริการสื่อสาร +0.9% หลัง ADRs ของ SK Hynix เข้าซื้อขายวันแรก +12.7% จากราคา IPO ปิดที่ $168.01/หุ้น ส่งผลบวกไปยังหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิปรายอื่นด้วย เช่น Sandisk, Western Digital โดยสัปดาห์ที่ผ่านมา DJIA -0.5%, S&P500 +1.2%, Nasdaq +1.7% WoW นำโดยกลุ่มพลังงาน +3.5% WoW ปรับขึ้นตามราคาน้ำมันดิบหลัง ปธน.ทรัมป์ประกาศยกเลิกข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่าน ขณะที่กลุ่มเทคโนโลยี +2.8% WoW นำโดย Meta Platform ที่จะเริ่มผลิตชิปเองในช่วง ก.ย. นี้ และวางแผนกำลังการประมวงผลจาก 7 Gigawatts เป็น 14 Gigawatts ภายในปีหน้า ซึ่งต้องใช้เงินลงทุนราว 1.45 แสน ล.ดอลลาร์ โดยนักลงทุนรอการรายงานกำไร Q2/69 ของ บจ.ใน S&P500 ซึ่ง LSEG คาด +24% YoY ประเด็นที่ต้องติดตามวันอังคาร US CPI มิ.ย., 14 – 15 ก.ค.ถ้อยแถลงนโยบายการเงินของ ปธ.เฟด ต่อสภาคองเกรส และอิหร่านประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ หลังเกิดการยังโจมตีกันระหว่างสหรัฐ – อิ่หร่านในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
- ตลาดหุ้นยุโรป STOXX 600 +0.04% และ -1.78% WoW หลังสหรัฐ - อิหร่านเปิดฉากโจมตีกันรอบใหม่ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ Brent +5% WoW และเงินเฟ้อยูโรโซนอาจอยู่ในระดับสูงต่อไป ซึ่งเป็นผลลบต่อหุ้นกลุ่มเทค ฯ เช่น ASML -2.1%, Soitec ผู้ผลิตชิปฝรั่งเศส -5.9% ขณะที่ดัชนี IBEX สเปน -2.3% หลัง ปธน.ทรัมป์ประกาศตัดสัมพันธ์ทางการค้ากับสเปน เนื่องจากมีความเห็นต่างกันในแนวนโยบายต่างประเทศหลายเรื่อง
- ตลาดหุ้นเอชียวันศุกร์ที่ผ่านมา ดัชนีนิเกอิ +1.2% ได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มชิป & AI หลังสหรัฐเผยว่าอิหร่านพร้อมที่จะเจรจาเพื่อยุติความขัดแย้ง ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรญี่ปุ่นปรับลดลง ส่วน Kospi เกาหลีใต้ +2.5% นำโดยหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิป เช่น Samsung Electronics +2.5%, SK Square บริษัทลงทุนด้าน AI +6.2% ฟื้นตัวตามกลุ่มเทค ฯ สหรัฐ ขณะที่ดัชนีเซี่ยงไฮ้ -1.0% จากแรงขายกลุ่มเทคฯ จีน เช่น Cambricon Tech -8.8%, Zhongji Innolight -8.4% ทางด้านข้อมูลเศรษฐกิจจีนสัปดาห์นี้ติดตาม ยอดส่งออก – เข้า , ยอดค้าปลีก, ผลผลิตภาคอุต ฯ มิ.ย. และ GDP จีน Q2/69 คาด 4.4% & Q1/69 ที่ 5.0% YoY
- SET +0.64% WoW ปริมาณการซื้อขายเฉลี่ย/วัน 0 หมื่น ลบ. +0.53% WoW พอร์ตโบรกขาย 3,415 ลบ. สถาบันขาย 5,160 ลบ. รายย่อยขาย 6,704 ลบ. และต่างชาติซื้อ 15,730 ลบ. WoW โดยช่วงต้นสัปดาห์ SET ปรับลดลง หลังเกิดเหตุสหรัฐ – อิหร่านกลับมายิงโจมตีกันอีกครั้ง ส่งผลให้ ปธน.ทรัมป์สั่งยกเลิกข้อตกลงหยุดยิง และอิหร่านประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับขึ้นกว่า +5% WoW ซึ่งเป็นปัจจัยลบต่อหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว, ขนส่ง, รพ. จากความกังวลต่อจำนวนนักท่องเที่ยว & ผู้ป่วยจากฝั่งตะวันออกกลางอาจชะลอตัวลง แต่ดัชนี SET เริ่มมาฟื้นตัวในช่วงวันพฤหัสที่ผ่านมา หลัง ศาล รธน.มีมติต่อ พรก.เงินกู้ 4 แสน ลบ.ไม่เข้าข่ายขัดต่อ กม.รธน. ซึ่งส่งผลบวกต่อหุ้นกลุ่มธนาคาร, ไฟแนนท์, ไอซีที และอาหาร จากคาดการณ์กำลังซื้อในประเทศจะฟื้นตัวได้จากเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจผ่าน ม.เยียวยาวิกฤตพลังงานผ่านโครงการไทยช่วยไทยพลัส และโครงการลงทุนเพื่อปรับโครงสร้างพลังงานในประเทศ ซึ่งทาง ธปท.ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ไทยปีนี้จากเดิมคาด +1.5% ขึ้นเป็น +2.3% YoY ขณะที่ Fund Flow ต่างชาติใน ก.ค. มียอดซื้อสุทธิ +2.84 หมื่น ลบ. MTD ได้ปัจจัยหนุนจากกองทุน Active Fund ที่ปรับพอร์ตการลงทุนออกจากหุ้นกลุ่มเทค ฯ เข้ามาลงทุนในกลุ่ม Value ในตลาดแถบอาเซียน สัปดาห์นี้วันอังคารติดตาม TISCO จะรายงานกำไร Q2/69 คาดที่ 1,740 ลบ. +0.2% QoQ, +5.7% YoY
Daily Strategy
- ประเมินแนวรับดัชนี SET ที่ 1,610 – 1,615 แนวต้าน 1,630 คาดดัชนีมีโอกาสชะลอตัวระหว่างรอประเมินสถานการณ์ในตะวันออกกลาง และเริ่มเข้าสู่ช่วงการรายงานกำไร Q2/69 ของกลุ่มธนาคารซึ่งคาดมีโอกาสทรงตัว YoY, QoQ แนะนำทยอยซื้อกลุ่มที่ประโยชน์จาก ม.ปรับเปลี่ยนโครงสร้างพลังงาน เช่น GULF,GPSC,BGRIM กลุ่มติดตั้ง Solar Roof Top เช่น GUNKUL,SINGER /กลุ่ม EV Car เช่น KGEN,MGC,ASAP,NEX,EA และกลุ่มไฟแนนท์ EV Car เช่น TISCO,KKP,TTB,TCAP/ เก็งกำไรกลุ่มพลังงาน เช่น PTTEP,PTT,BCP,SPRC
- BBIK* (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 25.25 บาท) ผลการดำเนินงาน 1Q69 บริษัทมีกำไร 81 ล้านบาท -36%QoQ, +13%YoY โดย QoQ ลดลงตามปัจจัยฤดูกาล แต่ YoY เติบโตได้จากรายได้ที่ขยายตัว 7%YoY ส่วนใหญ่จากรายได้ ERP รวมถึง GPM ที่ดีขึ้น ทั้งนี้บริษัทยังคงเป้ารายได้ปี 69 โต 20%YoY ขณะที่ Backlog สิ้น 1Q69 ที่ 803 ล้านบาท (ถ้ารวม JV อยู่ที่ 1 พันล้านบาท) แนวโน้ม 2Q69 และในช่วงที่เหลือของปีรายได้เร่งตัวขึ้นตามความต้องการด้าน AI และธุรกิจการเงิน (virtual banking) อิงจาก consensus คาดกำไรปี 69 ที่ 380 ล้านบาท +11%YoY และปี 70 ที่ 420 ล้านบาท +11%YoY valuation ไม่แพง PER < 10 เท่า
- SSP* (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 4.90 บาท) จากการ Company Visit เมื่อวันที่ 10 ก.ค.69 ที่ผ่านมา เรามีมุมมองเชิงบวกต่อ SSP* ซึ่งเป็นหุ้นที่มีธุรกิจเข้ากับ Mega Theme อย่าง พลังงานสะอาด และ Demand การใช้ไฟฟ้าที่สูงจาก AI / Data Center ขณะที่กำลังผลิตของ SSP* เข้าสู่ของเฟสการขยายอีกครั้ง โดย ภาพระยะสั้น ปีนี้ คาดว่า SSP* จะมีแรงหนุนจาก โรงไฟฟ้า LEO 2 ที่ COD มาช่วงปลายปี68 2.คาดว่าจะ COD โรงไฟฟ้าขยะอีก 2 โรง(19.8 MW) ในช่วง 4Q69 และ 3.กำไรพิเศษจากการขายโรงไฟฟ้า Yamaga ซึ่งคาดว่าจะเข้ามาใน 2Q69 ส่วนในช่วงถัดไป ปี70 คาดว่าจะเป็นหมุดหมายสำคัญของ SSP* จากแผน COD โรงไฟฟ้าใหม่ที่จะส่งผลให้ Installed Capacityขึ้นมาอยู่ที่ 663 MW(จาก 367 MW ณ สิ้นปี68/ 387 MW ที่คาดในปี69) หลักๆมาจากโครงการ Bogo ในฟิลิปปินส์ ที่ 150 MW ด้านปัจจัยบวกอื่นนอกเหนือจากกำลังผลิตที่สูงขึ้น เรามองว่า SSP* มีจุดเด่นในการหางานต่างประเทศ รวมถึงจะได้ประโยชน์จาก Scale ที่ใหญ่ขึ้นส่งผลให้ช่องทางในการกู้ยืมมากขึ้นส่งผลให้ Effective Interest Rate มีโอกาสลดลง ขณะที่ IBD/E ณ สิ้น 1Q69 อยู่ที่ 1.98x จาก Debt Covenant ที่ 3x ดังนั้น SSP* จึงยังมีความสามารถในการกู้ยืมเพื่อลงทุนโครงการใหม่ๆในระดับที่ดี ปัจจุบัน ตลาดคาดกำไรสุทธิของSSP* ปี69 และ70 จะอยู่ที่ 996 ลบ.(+77%YoY) และ 821 ลบ.(-18%YoY จากปี69 ที่คาดว่าจะมีกำไรพิเศษ) ตามลำดับ ในเชิงพื้นฐาน ยังดูน่าสนใจ จาก Forward 69-70F PE ที่ 6x, PBV ที่ 0.6x และ Dividend Yield ที่ 5%
Daily Key Factors
Oil Update(-) WTI ส.ค. -$0.67 อยู่ที่ $71.41 / บาร์เรล, Brent ก.ย.-$0.28อยู่ที่ $76.01/บาร์เรล โดยสัปดาห์ที่ผ่านมา WTI +4%, Brent +5% WoW หลังสหรัฐ – อิหร่านยิงโจมตีกันรอบใหม่บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้สหรัฐประกาศยุติข้อตกลงหยุดยิง ขณะที่ประเทศคนกลาง เช่น กาตาร์, ปากีสถาน, ตุรกี, อียิปต์ และซาอุ ฯ พยายามประสานให้มีการเจรจารอบใหม่ โดยสัญญาน้ำมันดิบเช้านี้ WTI +2.5% อยู่ที่ $73.91/บาร์เรล, Brent +2.6% อยู่ที่ $78.62/บาร์เรล
Gold Update (-) Comex Gold ส.ค. -$27.10 ปิดที่ 4,113.70 ดอลลาร์/ออนซ์ หลังนักลงทุนกังวลต่อภาวะเงินเฟ้ออาจสูงขึ้นจากภาวะสงคราม ซึ่งอาจส่งผลให้เฟดต้องปรับขึ้นดอกเบี้ย
Fund Flow(+) Fund Flow ต่างชาติในตลาด TIP สัปดาห์ที่ผ่านมาซื้อสุทธิ +434.42 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยซื้อหุ้นไทย +472.06 ล.ดอลลาร์สหรัฐ ขายหุ้นอินโด ฯ -96.42 ล.ดอลลาร์สหรัฐ และซื้อหุ้นฟิลิปปินส์ +58.78 ล.ดอลลารห์สหรัฐ
(-) ค่าเงินบาทเช้านี่อ่อนค่าอยู่ที่ 33.36 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
(-) ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี ปรับขึ้นอยู่ที่ 4.584 %
(+) ดัชนี BDI ปิด +34 จุด อยู่ที่ 2,944
(+) BitCoin เช้านี้ +0.72% อยู่ที่ 64,281 ดอลลาร์สหรัฐ
Economic Calendar
ในประเทศ
สัปดาห์ที่4 กระทรวงพาณิชย์ แถลงภาวะการค้าระหว่างประเทศ
ส.อ.ท. แถลงยอดผลิตและส่งออกรถยนต์
รถจักรยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์
สัปดาห์ที่5 สศอ. แถลงดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม
ต่างประเทศ
14 ก.ค. US ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) (มิ.ย.)
15 ก.ค. CN ดัชนีจีดีพี (GDP) ของจีน ไตรมาส 2)
US ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) (มิ.ย.)
16 ก.ค. US ดัชนียอดขายปลีก (มิ.ย.)
US ดัชนีภาคการผลิตจากธนาคารกลางรัฐฟิลาเดลเฟีย ( ก.ค.)
US จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก
17 ก.ค. EU ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) (มิ.ย.)
Theme Strategy
ทยอยสะสมหุ้น Value Stock / High Dividend Yield / AI Infrastructure ได้ประโยชน์จากมาตรการลดค่าครองชีพ-กระตุ้นกำลังซื้อของรัฐฯ มาตรการสนับสนุนเม็ดเงินลงทุนภาครัฐและเอกชน
(1)High Dividend Yield กลุ่มธนาคารพาณิชย์ KBANK, KTB, SCB, TTB, BAY*, KKP*, TISCO กลุ่ม REIT CPNREIT*
(2) Anti-Commodity ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมัน-ก๊าซฯ ลดลง กลุ่มโรงไฟฟ้า BGRIM*, GPSC* กลุ่มบรรจุภัณฑ์ SCGP* กลุ่มวัสดุก่อสร้าง EPG*, SCC*, TOA* กลุ่มท่องเที่ยว-ขนส่ง-ร.พ. CENTEL*, MINT*, ERW*, AOT, BA, BH, BDMS, PR9*, BCH, CHG
(3) กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กฯ / ICT / AI Infrastructure / รับเหมาฯ-นิคมฯ-สาธารณูปโภค DELTA*, CCET*, KCE, HANA*, SMT*, ADVANC, TRUE, GULF*, ASEFA*, FTE*, TRT*, STECON, INSET*, AMATA, WHA, WHAUP*, EASTW*
(4) การลงทุนภาครัฐฯ เอกชน CK, SEAFCO*, PYLON*, GUNKUL*, BEM*, KGEN*
(5) สินเชื่อ-ไฟแนนซ์ / สินค้าอุปโภค-บริโภค MTC*, SAWAD*, TIDLOR*, SINGER*, SGC*, SCAP*, NCAP*, CPALL, CPAXT, CPN*, CRC, CBG*, ICHI*, OSP*, SAPPE*, TACC*
**หุ้นแนะนำเชิงกลยุทธ์ที่ยังไม่อยู่ใน Coverage ของฝ่ายวิจัย
Asset Allocation: Equity 50% Fixed Income 40% Alternative Investment etc. Gold 5% Cash 5%
Today Fundamental Research: -
Monthly Portfolio July 2026: GPSC*, CPN*, BH, MINT*, CPALL
Analysts
Apichai Raomanachai
Fundamental and Technical Investment Analysis ID No. 002939
Tel 02-829-6999 Ext 2200
Email : apichai.ra@kfsec.co.th
Nopporn Chaykaew
Fundamental Analysis ID No. 043964
Tel 02-829-6999 Ext 2203
Email : noppoen.ch@kfsec.co.th
Nattawat Poosunthornsri
Fundamental Analysis ID No. 087077
Tel 02-829-6999 Ext 2204
Email : nattawat.po@kfsec.co.th