ENERGY : ขยายกำหนดเส้นตายการโอนสินทรัพย์ ERU
- TOP และ GPSC แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยถึงการตัดสินใจขยายกำหนดเส้นตายสำหรับ GPSC ในการตัดสินใจขั้นสุดท้ายว่าจะรับโอนหน่วยผลิตพลังงาน Energy Recovery Unit (ERU) ขนาด 250MW จาก TOP หรือไม่ จากเดิมวันที่ 31 สิงหาคม 2026 เป็นวันที่ 30 ตุลาคม 2026 โดยการขยายกำหนดเวลาดังกล่าวมีสาเหตุมาจากเงื่อนไขบังคับก่อนบางประการภายใต้สัญญาซื้อขายสินทรัพย์ที่ยังไม่บรรลุผล ซึ่งรวมถึงโครงการ ERU ที่ยังไม่แล้วเสร็จภายในกรอบเวลาที่กำหนดไว้เดิม
- เราไม่คาดว่าพัฒนาการดังกล่าวจะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อราคาหุ้นของทั้ง TOP และ GPSC
- เราไม่คาดว่าการตัดสินใจของ GPSC ว่าจะรับโอนสินทรัพย์ ERU หรือไม่ จะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อความคืบหน้าของโครงการ CFP ของ TOP เช่นกัน ภายใต้ภาวะตลาดการกลั่นในปัจจุบันและสถานะงบดุลของ TOP เราเชื่อว่า TOP น่าจะสามารถจัดหาเงินทุนสำหรับโครงการ ERU ได้ด้วยตนเองโดยไม่ประสบความยากลำบากอย่างมีนัยสำคัญ หากมีความจำเป็น งบประมาณโครงการ ERU อยู่ที่ประมาณ 757 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เทียบกับงบประมาณรวมของโครงการ CFP ที่ 7.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
- เรายังไม่มองว่าการที่ GPSC อาจตัดสินใจไม่รับโอน ERU จะเป็นปัจจัยลบต่อ GPSC โดยกำลังการผลิต 250MW ของ ERU คิดเป็นเพียงประมาณ 1.9% ของกำลังการผลิตที่ GPSC มีภาระผูกพันอยู่ หาก GPSC ตัดสินใจไม่ดำเนินการโอนดังกล่าว GPSC จะมีสิทธิได้รับเงิน 96.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐที่ได้ชำระให้ TOP ไปก่อนหน้านี้คืน พร้อมดอกเบี้ย 4% จากนั้น GPSC สามารถนำเงินสดดังกล่าวไปใช้กับโอกาสการเติบโตอื่น ๆ รวมถึงการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับ Data Centre ที่อาจเกิดขึ้น ที่สำคัญ แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าฉบับใหม่คาดว่าจะสร้างโอกาสการเติบโตเพิ่มเติมในประเทศสำหรับ GPSC ในทางกลับกัน หาก GPSC ตัดสินใจเดินหน้ารับโอน เราเชื่อว่าเงื่อนไขที่ TOP และ GPSC เจรจาร่วมกันน่าจะยังคงทำให้โครงการสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ด้านผลตอบแทนที่ GPSC ต้องการ
- เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” สำหรับ TOP โดยให้มูลค่าที่เหมาะสมที่ 73.50 บาท และคงคำแนะนำ “ถือ” สำหรับ GPSC โดยให้มูลค่าที่เหมาะสมที่ 51.00 บาท