Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.บัวหลวง : รอบด้านตลาดหุ้น

66

 

แนวโน้มสินทรัพย์ต่างประเทศ Sentiment ตลาดหุ้นสหรัฐฯ และไทยปรับตัวดีขึ้น
KEY FINDINGS:
- สหรัฐฯ: Sentiment Indicator ของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ฟื้นตัวขึ้น โดยดัชนี CNN Fear & Greed ปรับขึ้นจากโซน Fear สู่โซน Neutral มาตรวัดปรับขึ้นจากระดับ 32 จุด สู่ 47 จุด ส่วนผลสำรวจ AAII สะท้อนมุมมองที่ดีขึ้นในหมู่นักลงทุน จาก Bull-Bear Spread ที่ปรับเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า
- ไทย: BLS Greed & Fear Barometer ของตลาดหุ้นไทยแข็งแกร่งขึ้นต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่สองและยังคงอยู่ในโซน Greed มาตรวัดปรับเพิ่มขึ้นจาก 58 เป็น 60 จุด สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่ดีขึ้น
US MARKET SENTIMENT TRACKER:
ดัชนี S&P500 ของตลาดหุ้นสหรัฐฯ แกว่งตัวในกรอบแคบในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ปิดทรงตัวเมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า จากการหมุนกลุ่ม (Sector Rotation) ขณะที่ Sentiment Indicator ที่ส่งสัญญาณฟื้นตัวขึ้น โดยดัชนี CNN Fear & Greed ปรับขึ้นจากโซน Fear สู่โซน Neutral มาตรวัดปรับขึ้นจากระดับ 32 จุด สู่ 47 จุด หนุนจากองค์ประกอบด้าน Put/Call Ratio ที่ปรับลดลงจาก 0.75 เป็น 0.73 และ Stock Price Strength ที่ปรับเพิ่มขึ้นจาก 2.17% เป็น 2.33%
ในทำนองเดียวกัน ผลสำรวจความเชื่อมั่นนักลงทุนของ AAII สะท้อนมุมมองที่ดีขึ้นในช่วง 6 เดือนข้างหน้า โดยสัดส่วนผู้ตอบแบบสอบถามที่มีมุมมอง Bullish เพิ่มขึ้นจาก 31.4% เป็น 36.3% (แต่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ 37.5%) และสัดส่วนฝั่ง Bearish ลดลงจาก 42.3% เหลือ 37.2% (แต่สูงกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ 31.0%) ส่งผลให้ Bull-Bear Spread ปรับตัวเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้าจาก -10.9% เป็น -0.9%
THAI MARKET SENTIMENT TRACKER:
ตลาดหุ้นไทยแกว่งตัวผันผวนบริเวณกรอบ 1,575-1,620 จุด ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.9% WoW สอดคล้องกับดัชนี BLS Greed & Fear Barometer ที่แข็งแกร่งขึ้น และยังคงยืนในโซน Greed ต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่สอง มาตรวัดปรับเพิ่มขึ้นจาก 58 จุดสู่ 60 จุด โดยองค์ประกอบย่อยดีขึ้นในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นดัชนี Bull-to-Bear Indicator ที่ปรับขึ้นจากระดับ 54% สู่ 57% รวมถึง Market Breadth ที่ขยับขึ้นได้ และ Momentum Strength ที่แข็งแกร่งขึ้นจาก 12.3 จุดสู่ 15.2 จุด
IMPLICATION:
แม้ว่า Sentiment ของตลาดหุ้นสหรัฐฯ จะฟื้นตัวขึ้นเข้าสู่โซน Neutral แต่ความผันผวนมีโอกาสปรับเพิ่มขึ้น จากระดับใกล้จุดต่ำสุดเดิมที่เคยทำไว้ในช่วงต้น มิ.ย. อีกทั้งความกว้างของตลาด (Stock Price Market Breadth) ยังคงอ่อนแอ สะท้อนจากดัชนี McClellan Volume Summation Index ที่อยู่ในระดับต่ำ ส่งผลให้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ อาจยังคงผันผวนในระยะอันสั้น
สำหรับตลาดหุ้นไทย แม้บรรยากาศการลงทุนจะยังคงแข็งแกร่ง แต่คาดว่าดัชนี SET จะยังคงผันผวนตามปัจจัยภายนอกและฤดูกาลประกาศผลประกอบการ นอกจากนี้ ดัชนี Bull-to-Bear Indicator ที่ขยับเข้าใกล้กรอบบน อีกครั้ง อาจส่งผลให้เกิดแรงขายทำกำไรเข้ามาในระยะสั้น

สรุปภาพตลาดวานนี้ หุ้นไทยเด้งแรงกว่าภูมิภาคในวานนี้ โดยใน 32 จุด DELTA รับไปแค่ 12 จุด ที่เหลือกระจายไปเกือบทุกกลุ่ม (ยกเว้นปิโตรเคมีที่มีแรงขายเข้ามา) โดยหุ้นเด่นๆ พบว่าเป็นกลุ่มอิเล็กฯ ฟื้น KCE HANA CCET กลุ่มเชื่อมโยง Data Center ทั้ง WHAUP EASTW ITEL ALT รับเหมาฯ STECON CK CIVIL SEAFCO และกลุ่มรับอานิสงส์ผ่าน พ.ร.ก. เงินกู้ฯ เปลี่ยนผ่านพลังงาน KGEN COM7 MGC


แนวโน้มตลาดวันนี้ ความเชื่อมั่นเต็มเปี่ยม
นลท.ต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทย 8.6 พันล้านบาท ด้วยความเชื่อมั่นเต็มร้อย หลังจาก กลต.มีทั้งแถลงการณ์เคส “สุภาพร พิมพ์พงษ์” และ ศาล รธน.ไฟเขียว พรก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท
ใครที่เล่นตามน้ำ ซื้อแพงขายแพงกว่า ยังสามารถเล่นตามกลยุทธ์ “กะแรก” ได้ต่อ ได้แก่ หุ้นกลุ่มธนาคารและหุ้นมูลค่าตลาดใหญ่ (Big-Market Cap) เก็งกำไร พร้อมกับวาง trailing stop หากราคาร่วงลงแรงผิดทาง
ส่วนนักลงทุน “กะสอง” แนะเลือกซื้อ หุ้นในกลุ่มปิโตรเคมี เครื่องดื่มชูกำลัง หมูไก่ โรงไฟฟ้า เมื่อราคาพักอยู่บนฐาน และไม่หลุดลงแรงผิดปกติ
สำหรับกลุ่มปิโตร (เน้นปิโตรเคมี) คาดได้อานิสงส์บวก จากความคาดหวังญี่ปุ่นผ่าน กม.รองรับ แนฟทา เป็นสินค้ารับรองฯ ซึ่งจะทำให้เกิดการสนับสนุนให้เกิดการกักตุนสินค้าในระยะสั้น โดยผู้ผลิตไทยอยู่ในกลุ่มที่มีผลิตภัณฑ์นี้ได้จากการกลั่นน้ำมัน แต่ยังไม่พอใช้ยังต้องนำเข้า คาดในระยะสั้นจะส่งผลดีต่อราคาขายแนฟทา หากเกิดการเร่งกักตุนในภูมิภาค เช่น ญี่ปุ่น


กลยุทธ์การลงทุน กลยุทธ์การลงทุนช่วงนี้ สะสมหุ้นเมื่อราคาย่อลง เน้นไปที่หุ้นผลตอบแทนเงินปันผลสูง หุ้นที่มีการปรับเพิ่มประมาณการกำไร และ เพิ่มการเล่นหุ้นตามกระแสการเก็งกำไร


วิเคราะห์ทางเทคนิค Key Factor: ศาลรธน. ชี้ขาด พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท "ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ" ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ ที่เข้ามาปลดล็อกความอึมครึมทางการเมืองและเศรษฐกิจของไทยที่ยืดเยื้อมานาน ส่งผลให้ภาพ SET Index เปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ
Breakout & Reversal Pattern: SET Index พักฐานในลักษณะกรอบสะสมพลัง การปลดล็อกครั้งนี้ส่งผลให้เกิดแรงซื้อดันเบรคทะลุกรอบแนวต้านจิตวิทยาขึ้นมา พร้อมเกิดสัญญาณกลับตัวในระยะสั้น
EMA ทำงาน: ดัชนีพลิกกลับขึ้นมายืนเหนือเส้น EMA 10 & 25 วัน อีกครั้ง เป็นการยืนยันรอบการฟื้นตัวที่แข็งแกร่งเพื่อกลับไปทดสอบแนวต้านด้านบน previous high 1620 หรืออาจขึ้นสู่เป้าหมายระยะกลาง 1,650 จุด (Impulse wave 5)
แนวรับ: 1,580-1,590 จุด = เส้น EMA กลายเป็นฐานรับที่เหนียวแน่นหลังปลดล็อกข่าว
เลือกหุ้นตามสไตล์: ผู้นำกลุ่ม (SCB, SCC, GULF) หุ้นต้นรอบ (ADVANC ,BDMS BBIK) คุมความเสี่ยงขั้วตรงข้าม (DELTA ,TOP)

 


What to watch หุ้นในตลาดหุ้นฮ่องกง จำนวนมากกำลังจะหมด Lock up period คาดอาจมีแรงขายหุ้นจำนวนมากรออยู่
จื้อผู่ (Zhipu) บริษัทพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของจีน กำลังพิจารณาระดมทุนครั้งใหญ่ผ่านการขายหุ้นเพิ่มเติมในตลาดหุ้นฮ่องกง
รายงานระบุว่า บริษัทกำลังหารือร่วมกับที่ปรึกษาทางการเงินเกี่ยวกับแผนเสนอขายหุ้น ซึ่งอาจเกิดขึ้นเร็วที่สุดในเดือนก.ค. หลังจากระยะเวลาห้ามขายหุ้น (lock-up period) 6 เดือน ภายหลังการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) จะสิ้นสุดลงในวันที่ 8 ก.ค.นี้
รัฐบาลญี่ปุ่นมีคาดหวังที่จะบังคับใช้ระบบคลังสำรอง เพื่อรับประกันว่าจะมีอุปทานแนฟทาอย่างมั่นคงและต่อเนื่องในช่วงเวลาเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน หากแนฟทาได้รับการอนุมัติให้เป็นผลิตภัณฑ์สำคัญตามกฎหมายดังกล่าว ภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องจะสามารถรับการสนับสนุนทางการเงินเพื่อใช้สำหรับการวิจัยและการลงทุนในสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการผลิตต่อไป
ก.ล.ต. แจงปม สุภาพร พิมพงษ์ เผยมีตัวตนจริง พบกรอกข้อมูลเท็จ ปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการตามขั้นตอนตรวจสอบเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมย้ำต้องสร้างสมดุลระหว่างความรวดเร็วกับการตรวจสอบ
ตลท.แจ้งปรับหุ้น JTS ออกจาก SET100 เพราะผิดนัดชำระหนุ้นกู้ เปลี่ยน JMART เข้าเสียบแทน
ศาลรัฐธรรมนูญ นัดไต่สวนพยานบุคคลคดีบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง 26 ส.ค. ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาคำร้องในคดีที่ผู้ตรวจการแผ่นดินได้รับเรื่องร้องเรียน จำนวน 22 คำร้อง ขอให้พิจารณายื่นคำร้องพร้อมความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญ กรณีคณะกรรมการการเลือก และคณะ ดำเนินการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป เมื่อวันที่ 8 ก.พ. 69 โดยกำหนดรูปแบบและจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่มีการใช้รหัสแท่ง (Barcode) และรหัสคิวอาร์ (QR Code) ซึ่งน่าเชื่อได้ว่า สามารถสืบทราบและตรวจสอบตัวตนผู้ลงคะแนนรวมถึงผลการลงคะแนนได้ ทำให้การออกเสียงลงคะแนนมิได้เป็นไปโดยลับ เป็นการกระทำที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 4, 25, 32, 34, 85, 95 และ 224 เป็นต้น


หุ้นแนะนำวันนี้ PTTGC จีซี โพลีออลส์ จํากัด (GCP) ปรับแผนการผลิตเพื่อหยุดผลขาดทุนระยะยาวใน PTTGC และเปิดโอกาสในการขายผลิตภัณฑ์ Polyois ให้ลูกค้าภายนอก หนุนกำไรระยะยาว PTTGC ราว 1.5 พันล้านบาทต่อปี
แนวรับ 33.75 ต้าน 35 Stop loss 33


Tactical port เพิ่ม PLANB

 

 

 

รายงานพื้นฐานวันนี้

GULF
กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์
เทียบ GULF กับ 3 ยักษ์ใหญ่โลก และธีม Data Center คือเครื่องยนต์เติบโตรอบใหม่
เรามองว่า GULF ไม่ได้เพียงเพิ่มธุรกิจ Data Center แต่กำลังเดินตามโมเดลของบริษัทระดับโลกที่ประสบความสำเร็จในการต่อยอดจากธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานเดิม ได้แก่ Reliance Industries (อินเดีย), SK Group (เกาหลีใต้) และ NTT (ญี่ปุ่น) ซึ่งล้วนใช้กระแสเงินสดจากธุรกิจเดิมไปสร้างธุรกิจ Digital Infrastructure รอบใหม่ โดยแต่ละรายมีจุดเด่นต่างกัน ได้แก่ Reliance ใช้ธุรกิจพลังงานต่อยอดสู่ Telecom (Jio), Cloud และ AI, SK Group ใช้พลังงานและเซมิคอนดักเตอร์สร้าง AI Infrastructure ผ่าน "AI Co." ขณะที่ NTT ใช้เครือข่ายโทรคมนาคมต่อยอด Data Center และทยอยนำสินทรัพย์เข้ากอง REIT เพื่อหมุนเงินลงทุนกลับมาขยายธุรกิจต่อเนื่อง
สำหรับ GULF เรามองว่า Upside ระยะใกล้ๆ จะมาจาก Power-to-Compute โดย GULF ปรับโมเดลลงทุน Data Center จาก JV 40% เป็นโครงการที่ถือหุ้น 70% (GEDC01) ทำให้รับรู้ผลตอบแทนได้มากขึ้น จากเดิมลงทุน 25MW ขยายเป็น 50MW ในเฟสแรก พร้อมตั้งเป้ากำลังการผลิต 1GW ภายใน 3-5 ปี และ 1-2GW ในระยะยาว รองรับความต้องการจาก Hyperscaler อย่าง Google, Microsoft และ AWS นอกจากนี้ GULF ยังสามารถนำพลังงานหมุนเวียนจากไทย ลาว และโอมาน (เข้าไปลงทุน) ทำเป็นพอร์ต Green PPA ขายให้ลูกค้า Data Center ซึ่งช่วยสร้างรายได้เพิ่มจาก Premium Green Power
รายงานวันนี้ ยังชี้ให้เห็น 4 Synergy สำคัญ ของ "GULF Assemble" (ธุรกิจที่อยู่ในกลุ่มของ GULF) สามารถทำให้เกิดได้ ได้แก่ (1) จากเดิม Power สู่ Compute สู่ Cloud สร้างมูลค่าเพิ่มจากไฟฟ้าสู่บริการดิจิทัล (2) ใช้ฐานลูกค้า ADVANC ต่อยอดธุรกิจการเงินและ Digital Asset (3) ขาย Green Power ให้ลูกค้า Data Center และ (4) ใช้ THCOM เป็นโครงสร้างพื้นฐานด้าน Connectivity และพันธมิตรสำหรับ Data Center และธุรกิจพลังงานของกลุ่ม (รายละเอียดดูในรายงาน)
เรามองว่าสิ่งที่นักลงทุนควรติดตาม หากการเปลี่ยนผ่านสู่ Digital Infrastructure ประสบความสำเร็จ ได้แก่ สัดส่วนกำไรจากธุรกิจดิจิทัลเพิ่มขึ้น, การรับรู้รายได้และ EBITDA เพิ่มขึ้นหลังถือหุ้น Data Center มากขึ้น, การลงทุน (Capex) เร่งตัว, Leverage เพิ่มขึ้นแต่ยังอยู่ในระดับบริหารได้ รวมถึงความเป็นไปได้ในการตั้ง AI Investment Vehicle หรือการนำ Data Center ที่ดำเนินงานแล้วเข้ากอง REIT เพื่อได้เงินเงินลงทุนไปลงทุนใหม่ (คล้ายโมเดลของ NTT รวมถึงแนวคิด AI Co. ของ SK Group)
Fundamental view: เรายังคงมุมมองเชิงบวกต่อ GULF โดยประเมินว่า SOTP ปัจจุบันสะท้อนธุรกิจหลัก ทั้งโรงไฟฟ้า ADVANC THCOM ธุรกิจ Data Center (คิดบนสมมติฐานกำลังผลิตประมาณ 1GW) และ Digital Asset Exchange แล้ว พร้อมคงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 78 บาท และเลือกเป็น Top Pick ของกลุ่มโรงไฟฟ้า

 

 


SCC
ปูนซิเมนต์ไทย
คาด 2Q26 กำไรฟื้นแรง พร้อมอัปเกรดประมาณการปี 2026
เราคาดกำไรหลัก 2Q26 อยู่ที่ 7.25 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 135% YoY และ 299% QoQ จากการ ฟื้นตัวพร้อมกันของทั้ง 3 ธุรกิจ ได้แก่ Chemical, Cement & Building Materials (CBM) และ Packaging และมีเงินปันผลรับ โดยธุรกิจปิโตรเคมีได้แรงหนุนจากส่วนต่างผลิตภัณฑ์ (Spread) ที่สูงขึ้น แม้ปริมาณขายลดลงจากการหยุดเดินโรงงาน ROC และ LSP ส่วนธุรกิจวัสดุก่อสร้างได้อานิสงส์จากปริมาณขายและราคาขายที่ดีขึ้น รวมถึงการปรับโครงสร้างองค์กร ขณะที่ธุรกิจบรรจุภัณฑ์ฟื้นตัวจากทั้งส่วนงาน Integrated Packaging และ Fibrous
เรามองว่าสถานการณ์ตะวันออกกลางยังเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม เพราะหากความขัดแย้งกลับมารุนแรงและกระทบการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ จะทำให้ส่วนต่างปิโตรเคมี (Chemical Spread) มีโอกาสทรงตัวในระดับสูงต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม แม้กรณีสถานการณ์คลี่คลาย การกลับมาผลิตของโรงงานต่าง ๆ ยังต้องใช้เวลา 1.5-2 เดือน ในการจัดหาวัตถุดิบ และ 2-3 ปี ในการซ่อมแซมโรงงานที่ได้รับความเสียหาย ทำให้เราเชื่อว่าส่วนต่างปิโตรเคมียังอยู่ในระดับสูงอีกหลายเดือน
สำหรับ 3Q26 คาดกำไรหลักยังเติบโต YoY จากทั้ง 3 ธุรกิจ แต่จะอ่อนตัว QoQ เนื่องจากกำไรธุรกิจปิโตรเคมีและบรรจุภัณฑ์ลดลง รวมถึงไม่มีเงินปันผลรับเหมือนไตรมาส 2 ขณะที่ธุรกิจวัสดุก่อสร้างยังได้แรงหนุนจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐ
ทั้งนี้ เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2026 เป็น 2.01 หมื่นล้านบาท จากเดิม 1.04 หมื่นล้านบาท จากแนวโน้มผลประกอบการ 1H26 ที่แข็งแกร่ง
Fundamental view: เราคงคำแนะนำ ซื้อ พร้อมปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 267 บาท (จาก 260 บาท) หลัง ปรับเพิ่มประมาณการกำไร

 

สรุปประเด็นจาก Quick take

Utilities
รัฐเตรียมยกเลิก Adder Solar
รัฐมีมติเตรียมยกเลิก "สัญญาชั่วนิรันดร์" ลดราคารับซื้อไฟจาก Adder เหลือ 2.16 บาท บังคับใช้เฉพาะกลุ่มที่ครบอายุสัญญา 25 ปี และรับ Adder ครบ 10 ปีแล้ว เรามองว่าการยกเลิกสัญญานี้ จะส่งผลกระทบเฉพาะ Solar เท่านั้น ส่วน Wind ไม่กระทบเพราะต้นทุนอยู่ที่ 3.1-3.2 บาทอยู่แล้ว
View from fundamental: มองว่ารัฐจะปรับกฎยาก เพราะกระทบภาพลักษณ์การลงทุน Renewable ไทย และเสี่ยงถูกฟ้องจากทั้งเอกชนไทยและต่างชาติที่ลงทุนอยู่

Energy
กบง. มีมติปรับลดราคาดีเซลหน้าโรงกลั่นอีกครั้ง
ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) เมื่อวันที่ 8 ก.ค. 2026 มีมติเห็นชอบปรับลดราคาหน้าโรงกลั่นสำหรับน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว
View from fundamental: ข่าวดังกล่าวน่าจะเป็น negative sentiment ต่อหุ้นกลุ่มโรงกลั่น การแทรกแซงของภาครัฐอย่างต่อเนื่องน่าจะเป็นปัจจัยกดดันต่อหุ้นกลุ่มโรงกลั่น ภายในกลุ่มพลังงาน เราชอบ BANPU (อุปสงค์ถ่านหินที่เพิ่มขึ้นเพื่อใช้ทดแทนน้ำมัน, มีความเสี่ยงจากการแทรกแซงของภาครัฐต่ำกว่า) และ PTT (อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลสูงและสม่ำเสมอ)


วิกิจ ถิรวรรณรัตน์ Tel. (662) 618-1336
นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน/ปัจจัยทางเทคนิค
นภนต์ ใจแสน นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน
ภูวดล ภูสอดเงิน, AISA นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน

 

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

ตามสถานการณ์ By : เจ๊มดแดง

เจ๊มดแดง ไต่กิ่งมะม่วง ชั่วโมงนี้ ไม่มีอะไรดีไปกว่า เกาะติด ตามสถานการณ์ อย่างใกล้ชิด แม้เรื่องเดิม เดิม แต่ก็มี...

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้