Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.บัวหลวง : รอบด้านตลาดหุ้น

132

 

เศรษฐกิจไทย FDI ไทยเข้าสู่ขาขึ้น ...การฟื้นตัวตามวัฏจักร หรือจุดเปลี่ยนเชิงโครงสร้าง?
Key Highlights:
- FDI ไทยเข้าสู่วัฏจักรขาขึ้นจากแรงหนุนของการย้ายฐานการผลิตและการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI ของโลก โดย FDI ไทย ขยายตัวเฉลี่ย 14.2% ต่อปีในช่วงปี 2022–2025 และทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์กว่า 6 แสนล้านบาท ในปี 2025 สอดคล้องกับอาเซียนที่กำลังมีบทบาทมากขึ้นในฐานะจุดหมายปลายทางของนักลงทุนต่างชาติ จากแรงหนุนของกลยุทธ์ China+1 การกระจายฐานการผลิตของเจ้าของเทคโนโลยี เพื่อลดความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์

- เม็ดเงินลงทุน FDI ไทยยังคงมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องอย่างน้อยถึงปี 2027 หลังยอดอนุมัติการลงทุน BOI ปี 2025 ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1.6 ล้านล้านบาท ขณะที่ในอดีตกว่า 60–80% ของมูลค่าโครงการที่ได้รับอนุมัติการลงทุนมักทยอยเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจจริงภายใน 1–2 ปีแรก ส่งผลให้ทั้ง FDI และการลงทุนภาคเอกชน มีแนวโน้มกลับมาเป็นเครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจไทยในช่วงปี 2026–2027

- โครงสร้าง FDI ไทยกำลังเปลี่ยนไปสู่อุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง โดยเม็ดเงินลงทุนมักกระจุกตัวใน Data Center เซมิคอนดักเตอร์ PCB แบตเตอรี่ความจุสูง และ Smart Electronics สะท้อนว่าไทยกำลังยกระดับจากฐานการผลิตแบบดั้งเดิมสู่ฐานการลงทุนเชิงยุทธศาสตร์ของอุตสาหกรรมดิจิทัลและอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง ซึ่งน่าจะสร้างโอกาสในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยในตลาดโลก

- แม้ไทยยังมีมูลค่า FDI เป็นอันดับ 4 ของอาเซียน แต่บทบาทของ FDI ต่อเศรษฐกิจไทยกำลังเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนจากสัดส่วน FDI ต่อ nominal GDP ในปัจจุบันที่เพิ่มขึ้นสู่ 3.2% สูงกว่าเมื่อปี 2015 ขณะที่เวียดนามและอินโดนีเซียมีสัดส่วนลดลง

อย่างไรก็ตาม การที่ FDI รอบนี้จะเป็นจุดเปลี่ยนเชิงโครงสร้างมากกว่าการฟื้นตัวตามวัฏจักร จะขึ้นอยู่กับความสามารถของไทยในการพัฒนาธุรกิจที่เกี่ยวข้องในห่วงโซ่อุปทาน การเพิ่มสัดส่วนการใช้วัตถุดิบหรือสินค้าขั้นกลางในประเทศ (Local content) การเพิ่มผลิตภาพ การพัฒนาทักษะแรงงานทักษะสูง การต่อยอดวิจัยและพัฒนา รวมไปถึงการสร้างระบบนิเวศของอุตสาหกรรมใหม่ ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยระยะเวลาในประเมินผลลัพธ์ต่อเศรษฐกิจจริง



สรุปภาพตลาดวานนี้ SET อยู่ไม่ไหวๆ ไหลต่อแรง ไม่ใช่แค่อิทธิพล DELTA แต่หุ้นที่อุตส่าห์รอให้หมุนเข้าแทน ส่วนใหญ่กลับโดนขายใส่ด้วย ไม่ว่าจะเป็น AOT GULF และกลุ่มธนาคาร ขณะที่ดูในเชิงพื้นฐานหลายตัวตอบรับตามประเด็นบวก-ลบ จริง อย่างหุ้น Downgrade เชิงพื้นฐานอย่าง SCGP ลงแรง (หลังเต็มมูลค่า) ตรงกันข้าว GUNKUL บวกสวน หลังปิดดีลฟิลิปปินส์มูลค่าเพิ่มอย่างมีนัยฯ PTTEP เล่นตรงไปตรงมากับราคาน้ำมันที่รีบาวด์ และเห็การขยับของโรงกลั่น-ปิโตรเคมีด้วยเช่นกัน

 

แนวโน้มตลาดวันนี้ หมุนเล่นหุ้นปิโตรเคมี
ราคาหุ้นสินค้าโภคภัณฑ์ที่ อิงต้นทุนพลังงานเป็นวัตถุดิบในการผลิต คาดว่าจะเริ่มรับรู้อานิสงส์ จากต้นทุนที่เห็นแนวโน้มลด และ ราคาขายที่มีโอกาสเพิ่ม ซึ่งราคาหุ้นปิโตรเคมีที่พักฐานลงมาจนเซ็ตตัวได้ เราแนะนำกลับเข้าเล่นรอบ
โดยเรา แนะเลือกซื้อ หุ้นในกลุ่มปิโตรเคมี โรงกลั่น เครื่องดื่มชูกำลัง หมูไก่ โรงไฟฟ้า เมื่อราคาพักอยู่บนฐาน และไม่หลุดลงแรงผิดปกติ สำหรับกลุ่มปิโตร โรงกลั่น อาจได้อานิสงส์บวก จากความคาดหวังญี่ปุ่นผ่าน กม.รองรับ แนฟทา เป็นสินค้ารับรองฯ
ซึ่งจะทำให้เกิดการสนับสนุนให้เกิดการกักตุนสินค้าในระยะสั้น โดยผู้ผลิตไทยอยู่ในกลุ่มที่มีผลิตภัณฑ์นี้ได้จากการกลั่นน้ำมัน แต่ยังไม่พอใช้ยังต้องนำเข้า คาดในระยะสั้นจะส่งผลดีต่อราคาขายแนฟทา หากเกิดการเร่งกักตุนในภูมิภาค เช่น ญี่ปุ่น
กลยุทธ์แนะแบ่งกะ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ โดยแบ่งเป็น 2 ช่วงเวลา กะแรก (1) ซื้อแพง ขายแพง หุ้นกลุ่มธนาคารและหุ้นมูลค่าตลาดใหญ่ (Big-Market Cap) สามารถเก็งกำไรได้ พร้อมกับวาง trailing stop หากราคาร่วงลงแรงผิดทาง
กะสอง (2) ช่วงครึ่งหลังเดือน ก.ค. คาดว่างบการเงินกลุ่ม Non-Bank จะทยอย ออกรายงานคาดการณ์งบ และเราชิงจังหวะเก็บหุ้นกลุ่มนี้ไว้ก่อนเลย เช่น เครื่องดื่มชูกำลัง, หุ้นอุปโภคบริโภค (หมู ไก่)


กลยุทธ์การลงทุน กลยุทธ์การลงทุนช่วงนี้ สะสมหุ้นเมื่อราคาย่อลง เน้นไปที่หุ้นผลตอบแทนเงินปันผลสูง หุ้นที่มีการปรับเพิ่มประมาณการกำไร และ เพิ่มการเล่นหุ้นตามกระแสการเก็งกำไร


วิเคราะห์ทางเทคนิค Key Factor: ระหว่างที่รอผลคำตัดสินศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคดี พรก. กู้เงิน 4 แสนล้าน “เห็นชอบ หรือ ไม่เห็นชอบ”
มุมมอง: SET Index อยู่ในสมรภูมิเลือกข้างระหว่าง”Bull..พักเพื่อขึ้นต่อ & Bear…กลับข้างเปลี่ยนเป็นลง”
Bull case: ดัชนีเดินหน้าทะลุ 1,600 จุด เพื่อขึ้นสู่ด่านย่อย 1,630 หรือขึ้นไปถึงด่านหลัก 1,650 จุด (Impulse wave 5) ขาขึ้นยังไม่จบ
Bear case: SET หลุดเส้น EMA 10 & 25 วัน 1,580-1,590 จุด มีโอกาสปรับฐานลงไปที่ตำแหน่ง Fibonacci retracement 23.6% บริเวณ 1,550 จุด (Worst case 1,520 จุด = Fibo 50%)
Note: ย้อนรอย 2 คดีประวัติศาสตร์ พ.ร.ก.กู้เงิน ในศาลรัฐธรรมนูญ: ครั้งที่ 1 ปี 2555 (รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร) ครั้งที่ 2 ปี 2563 - 2564 (รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา) ศาลรัฐธรรมนูญมีมติว่า "ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ" ทั้ง 2 ครั้ง

 


What to watch หุ้นในตลาดหุ้นฮ่องกง จำนวนมากกำลังจะหมด Lock up period คาดอาจมีแรงขายหุ้นจำนวนมากรออยู่
จื้อผู่ (Zhipu) บริษัทพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของจีน กำลังพิจารณาระดมทุนครั้งใหญ่ผ่านการขายหุ้นเพิ่มเติมในตลาดหุ้นฮ่องกง
รายงานระบุว่า บริษัทกำลังหารือร่วมกับที่ปรึกษาทางการเงินเกี่ยวกับแผนเสนอขายหุ้น ซึ่งอาจเกิดขึ้นเร็วที่สุดในเดือนก.ค. หลังจากระยะเวลาห้ามขายหุ้น (lock-up period) 6 เดือน ภายหลังการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) จะสิ้นสุดลงในวันที่ 8 ก.ค.นี้
รัฐบาลญี่ปุ่นมีคาดหวังที่จะบังคับใช้ระบบคลังสำรอง เพื่อรับประกันว่าจะมีอุปทานแนฟทาอย่างมั่นคงและต่อเนื่องในช่วงเวลาเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน หากแนฟทาได้รับการอนุมัติให้เป็นผลิตภัณฑ์สำคัญตามกฎหมายดังกล่าว ภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องจะสามารถรับการสนับสนุนทางการเงินเพื่อใช้สำหรับการวิจัยและการลงทุนในสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการผลิตต่อไป

พรก.กู้เงิน มีกำหนดพิจารณา 9 ก.ค. นี้ ด้านรองฯเอกนิติ ดันนโยบายปีแห่งการลงทุน ชู Thailand Fast Pass ดันเม็ดเงิน FDI แตะ 1 ล้านล้านบาท พร้อมดึงเม็ดเงินลงทุนรัฐวิสาหกิจ 2.7 แสนล้านลงระบบเศรษฐกิจ ชดเชยงบลงทุนหด

ทั้งนี้กลยุทธ์สำคัญคือการเปลี่ยนผ่านโดยกำหนดให้ Thailand FastPass กำหนดเงื่อนไขให้ผู้รับการส่งเสริมการลงทุนต้องลงเม็ดเงินจริงอย่างน้อย 20% ภายในปีนี้
เงินเฟ้อฟิลิปปินส์ชะลอตัวต่อเนื่อง ลดแนวโน้มแบงก์ชาติขึ้นดอกเบี้ย (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่สำคัญ ปรับตัวขึ้น 6.4% ในเดือนมิ.ย. ซึ่งชะลอตัวลงจากระดับ 6.8% ในเดือน พ.ค. และเป็นการชะลอตัวลงติดต่อกันเดือนที่สอง ซึ่งช่วยลดแรงกดดันที่ธนาคารกลางฟิลิปปินส์จะดำเนินนโยบายคุมเข้มทางการเงินเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ
CPI เดือนมิ.ย. ชะลอตัวลงจากเดือนเม.ย.ที่พุ่งขึ้น 7.2% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 3 ปี และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 6.5%
BSP ได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายแล้ว 0.50% ในปีนี้


หุ้นแนะนำวันนี้
PTTGC จีซี โพลีออลส์ จํากัด (GCP) ปรับแผนการผลิตเพื่อหยุดผลขาดทุนระยะยาวใน PTTGC และเปิดโอกาสในการขายผลิตภัณฑ์ Polyois ให้ลูกค้าภายนอก หนุนกำไรระยะยาว PTTGC ราว 1.5 พันล้านบาทต่อปี
แนวรับ 33.75 ต้าน 35 Stop loss 33


Tactical port เพิ่ม IRPC PTTGC ถอด SCGP STECON WHA WHAUP

 

 

 

 

รายงานพื้นฐานวันนี้

Telecom Sector
2Q26 ผันผวน แต่ปลายไตรมาสฟื้น ADVANC เด่น, TRUE ยังโต, THCOM รอปัจจัยใหม่
เรามองผลประกอบการ 2Q26 ฟื้นตัวในช่วงปลายไตรมาส หลังเดือน เม.ย.-พ.ค. ได้รับผลกระทบจากความตึงเครียดบริเวณชายแดน กระทบการใช้จ่ายผู้บริโภค ขณะที่มาตรการ "ไทยช่วยไทย" ช่วยหนุนการใช้งานมือถือระบบเติมเงิน ทำให้จำนวนผู้ใช้บริการใหม่ยังแข็งแกร่ง ด้านการควบคุมต้นทุนยังเป็นจุดเด่นของทั้ง ADVANC และ TRUE จากค่าใช้จ่าย SG&A และต้นทุนโครงข่ายที่ลดลง หลังหมดสัญญาเช่าคลื่นกับ NT

ADVANC ยังคงเป็นหุ้นเด่นของกลุ่ม โดยคาด กำไรหลัก 2Q26 อยู่ที่ 1.36 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 24% YoY และ 1% QoQ แม้ยอดขายเครื่อง iPhone จะชะลอตามฤดูกาล แต่รายได้จากบริการยังทรงตัว และ EBITDA ยังเติบโตจากการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ

ขณะที่ TRUE คาดกำไรหลัก 6.22 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 48% YoY แม้ลดลงเล็กน้อย QoQ จากค่าใช้จ่ายการตลาดและการปรับกลยุทธ์คอนเทนต์ แต่จำนวนลูกค้าใหม่ทั้งมือถือและบรอดแบนด์ยังฟื้นตัวต่อเนื่อง

ส่วน THCOM ยังเป็นหุ้นที่อ่อนแอที่สุดในกลุ่ม โดยคาด ขาดทุนหลัก 102 ล้านบาท จากรายได้ธุรกิจดาวเทียมและทีวีที่ยังหดตัว รวมถึงการเลื่อนรับรู้รายได้โครงการใหม่ ขณะที่การกลับมามีกำไรยังต้องรอความคืบหน้าของโครงการ USO Phase 3 และธุรกิจดาวเทียมวงโคจรต่ำ (LEO) ในระยะถัดไป
Fundamental view: เรายังคงให้ ADVANC เป็นหุ้นเด่นของกลุ่ม จากกำไรที่เติบโตต่อเนื่องและการควบคุมต้นทุนที่แข็งแกร่ง ส่วน TRUE ยังได้อานิสงส์จาก Synergy หลังควบรวม แม้มีแรงกดดันระยะสั้นจากค่าใช้จ่ายการตลาด ขณะที่ THCOM ยังต้องรอปัจจัยหนุนใหม่จาก USO Phase 3 และ LEO จึงยังไม่เห็นจุดเปลี่ยนของผลประกอบการในระยะสั้น

 

 


Tactical Stock (ITEL/ALT)
จากธีมผู้ “สร้าง Data Center” สู่ผู้ “เชื่อมต่อ Data Center”
เราเริ่มต้นคำแนะนำเชิงกลยุทธ์ (Tactical BUY) หุ้น ITEL และ ALT จากการมองธีม Data Center กำลังเข้าสู่เฟสใหม่ จากเดิมที่ตลาดให้น้ำหนักกับนิคมฯ ผู้รับเหมา และโรงไฟฟ้า สู่กลุ่มโครงสร้างพื้นฐานด้าน Connectivity ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญเพื่อให้ Data Center เปิดใช้บริการได้

ในภาพรวมเรามองว่าธีม Value Chain ของการสร้าง Data Center ทั้ง Fiber, Data Center Interconnect (DCI), Cable Landing Station และ International Gateway จะมีบทบาทและถูกจัดตามากขึ้น หลังจาก BOI มีคำขอลงทุน Data Center มูลค่า 7.28 แสนล้านบาทในปี 2025 และอนุมัติโครงการเพิ่มอีก 9.58 แสนล้านบาทในเดือน พ.ค. 2026 ซึ่งกว่า 9.13 แสนล้านบาท เป็นโครงการ Data Center และ Data Hosting ทำให้ ITEL และ ALT เป็นหุ้นที่ได้อานิสงส์โดยตรงในช่วง "Connect the Box" ขณะที่แรงหนุนกำไรมีแนวโน้มชัดเจนในช่วง 2027-28 เมื่อ Data Center เริ่มเปิดใช้งานจริง

ITEL (ราคาเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ 2.00 บาท, ผิดทาง Stop loss 1.45 บาท): จุดเด่นอยู่ที่โครงข่ายไฟเบอร์ทั่วประเทศ สิทธิใช้แนวทางรถไฟระยะยาว และการขยายธุรกิจสู่ต่างประเทศผ่าน ITEL Global และ SEAX โดยมี Backlog จากกลุ่ม Hyperscaler แล้ว 372 ล้านบาท และ Contract on hand ที่จะรับรู้ปี 2026 อีก 1.33 พันล้านบาท ขณะที่รายได้ประจำ (Recurring Revenue) อยู่ราว 1.4 พันล้านบาทต่อปี รวมถึงยังมี Upside จากโครงการ USO Phase 3 ซึ่งบริษัทคาดหวังงานราว 1 พันล้านบาท

ALT (เราคาเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ 2.20 บาท, Stop loss 1.65 บาท): จุดแข็งคือการถือครองโครงสร้างพื้นฐานด้านโครงข่าย ทั้งเส้นทางหลักในประเทศ International Gateway และ Cable Landing Station โดยโครงการ TalayLink ของ Google ถือเป็นจุดยืนยันศักยภาพของบริษัท ขณะที่โครงการสำคัญคือเส้นทาง กรุงเทพฯ-EEC ระยะทางราว 270 กิโลเมตร เชื่อมกรุงเทพฯ กับพื้นที่ Data Center ใน EEC ซึ่งบริษัทคาดเริ่มก่อสร้าง 3Q26 และเริ่มรับรู้รายได้อย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่ 4Q27 พร้อมตั้งเป้าขยายสัดส่วนรายได้ประจำต่อเนื่อง

ทั้งนี้ เราขอเชิญนักลงทุนร่วมงาน BLS Thai Corporate Day ช่วงบ่ายวันนี้ โดย ITEL เวลา 13.00-14.00 น. และ ALT เวลา 14.30-15.30 น.

 

สรุปประเด็นจาก Quick take
PTTGC
พีทีที โกลบอล เคมิคอล
แผนปรับโครงสร้างธุรกิจบริษัท จีซี โพลีออลส์ จํากัด
ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท จีซี โพลีออลส์ จํากัด (GCP) มีมติอนุมัติแผนปรับโครงสร้างธุรกิจ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์อุตสาหกรรม โดย GCP จะหยุดการดำเนินการผลิต Polyols ชั่วคราว (Mothball) และรักษาโรงงานให้อยู่ในสภาพพร้อมกลับมาดำเนินการผลิตหากสถานการณ์ตลาดปรับตัวดีขึ้น ทั้งนี้บริษัทจะตั้งสำรองค่าใช้จ่ายสำหรับการ Mothball จำนวนไม่เกิน 1,800 ล้านบาทในงบการเงินงวด 2Q26
View from fundamental: ถึงแม้ว่าจะต้องรับรู้ค่าใช้จ่ายพิเศษเข้ามาในงบ 2Q26 แต่เรามีมุมมองเป็นบวกสำหรับผลกระทบต่อผลการดำเนินงานหลักในระยะยาวของ PTTGC เราจึงคงคำแนะนำ ซื้อ (ราคาเป้าหมาย 42 บาท)

AWC
แอสเสทเวิรด์คอร์ป
จับมือ Universal ต่อยอด Entertainment Destination
AWC ประกาศความร่วมมือกับ Universal Destinations & Experiences พัฒนา 2 แห่ง ในไทยกับ AWC ได้แก่ Kung Fu Panda ที่เวิ้งนครเกษม เยาวราช และ DreamWorks-themed Water Park ที่ Aquatique Pattaya โดยคาดทยอยเปิดให้บริการราวปี 2030
View from fundamental: เรามองข่าวนี้เป็นบวก เป็น catalyst ระยะยาว (คาดเปิดราวปี 2030) โดยเราคาดเพิ่มมูลค่าโครงการให้กับบริษัทได้ และที่สำคัญ AWC มี track record จาก Jurassic World ที่พิสูจน์แล้วว่าสามารถเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว อัตราการเช่าและค่าเช่าได้อย่างมีนัยสำคัญ เราจึงมองว่าการพัฒนา Aquatique Pattaya โดยมีโอกาสสร้างมูลค่าในลักษณะเดียวกัน ขณะที่บริษัทยังรักษาวินัยการลงทุน


วิกิจ ถิรวรรณรัตน์ Tel. (662) 618-1336
นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน/ปัจจัยทางเทคนิค
นภนต์ ใจแสน นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน
ภูวดล ภูสอดเงิน, AISA นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน

 

 

 

 

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

ตามสถานการณ์ By : เจ๊มดแดง

เจ๊มดแดง ไต่กิ่งมะม่วง ชั่วโมงนี้ ไม่มีอะไรดีไปกว่า เกาะติด ตามสถานการณ์ อย่างใกล้ชิด แม้เรื่องเดิม เดิม แต่ก็มี...

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้