Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.คิงส์ฟอร์ด : บทวิเคราะห์ภาวะตลาดหุ้นรายวัน

85

Market Wrap-Up

  • SET วันที่ 8 ก.ค.69 ปิด -27.88 จุด อยู่ที่ 1,576.25 จุด มูลค่าการซื้อขาย 97,962 ลบ. พอร์ตโบรกขาย 2,324 ลบ. สถาบันขาย 2,010 ลบ. ต่างชาติซื้อ 3,226 ลบ. และรายย่อยซื้อ 1,108 ลบ. NVDR มียอดซื้อสุทธิ 2,445 ลบ. โดยมียอดซื้อ ADVANC,KTB,GULF,SCB,PTT และยอดขาย PTTEP,DELTA,BBL,PTTGC,THAI มูลค่า Short Sales อยู่ที่ 2,292 ลบ. หุ้นที่มี % ช็อตเซลสูง เช่น BONDUS01,VGI,STA โดยนักลงทุนต่างประเทศมีสถานะ Short ใน Index Futures จำนวน 14,936 สัญญา ยอดสะสมตั้งแต่ต้นปีต่างชาติ Long สุทธิรวม 63,057 สัญญา ต่างชาติขายสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย 1,825 ลบ.

Market View

  • ตลาดหุ้นสหรัฐ DJIA -1.09%, S&P500 -0.28%, Nasdaq +0.20% นำโดยกลุ่มวัสดุ -2.5%, กลุ่มการเงิน -1.92% หลัง ปธน.ทรัมป์เผยในการประชุมนาโตที่ตรุกี ว่าข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐ – อิหร่านได้ยุติลงแล้ว หลังอิหร่านได้ยิงโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ WTI วานนี้ +4.37% อยู่ที่ $73.52/บาร์เรล, US Bond Yield 10 ปี ปรับขึ้นอยู่ที่ 4.576% และ CME FedWatch ชี้มีโอกาส 67% ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ใน ก.ย. นี้ ขณะที่กลุ่มพลังงาน +1.45% และกลุ่มเทคโนโลยี +1.44% จากฟื้นตัวของดัชนีเซมิคอน ฯ +2.23% นำโดย Broadcom +4.8% หลังร่วมกับ Apple ใช้งบ $3 หมื่น ล. เพื่อจัดหาชิปร่วมกันของทั้ง 2 บริษัท ส่วนรายงาน Fed Minutes มิ.ย. นั้นคณะกรรมการเฟดเสียงแตก โดยกลุ่มหนึ่งเห็นควรลดดอกเบี้ยหากเงินเฟ้อปรับลดลง ขณะที่อีกกลุ่มหนุนขึ้นดอกเบี้ยจากความกังวลเงินเฟ้อสหรัฐยังอยู่ในระดับสูง ซึ่งเป็นผลจากภาวะสงครามและ ม.ภาษีของสหรัฐ   
  • ตลาดหุ้นยุโรป STOXX 600 -1.61% นำโดยกลุ่มเหมืองแร่ -4.4%, ก่อสร้าง -3.7%, ยานยนต์ -3.7% ขณะที่กลุ่มพลังงาน +1.9% หลังสหรัฐเผยข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่านได้ยุติลงแล้ว ส่งผลให้นักลงทุนกลับมากังวลต่อภาวะเงินเฟ้อในกลุ่มยูโรโซน โดย LSEG ชี้ ECB มีโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.42% จากเดิมจะขึ้น 0.25% ในปีนี้ ขณะที่ดัชนี IBEX ของสเปน -2.7% หลัง ปธน.ทรัมป์สั่งให้ รมว.คลังสหรัฐยุติการค้ากับสเปน เนื่องจาก ปธน.ทรัมป์ไม่พอใจนายกฯสเปนที่มีแนวนโยบายการต่างประเทศที่ขัดแย้งกับสหรัฐในหลาย ๆ ประเด็น
  • ตลาดหุ้นเอชียวานนี้ ดัชนีนิเกอิ -2.1% จากความต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับสูง ซึ่งเป็นผลลบต่อหุ้นกลุ่มยานยนต์และสายการบิน ส่วน Kopsi เกาหลีใต้ -5.35% จากแรงขาย Samsung Electronics -6.2%, SK Hynix -5.7%, Hyundai Motor -3.5% จากความกังวลต่อมูลค่าของหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิป AI ที่ซื้อขายในระดับราคาค่อนข้างแพง และเริ่มกังวลต่อการเติบโตของอุปสงค์ของชิป AI ขณะที่ดัชนีเซี่ยงไฮ้ -0.49% หลังสหรัฐได้โจมตีทางอากาศต่ออิหร่านรอบใหม่ เพื่อเป็นการตอบโต้อิหร่านที่ยิงเรือบรรทุกน้ำมัน 3 ลำในช่องแคบฮอร์มุซ โดยสหรัฐได้ยกเลิกใบอนุญาตให้อิหร่านขายน้ำมันได้จนถึงวันที่ 21 ส.ค. ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับสูงขึ้น ทางด้านข้อมูลเศรษฐกิจเช้านี้ติดตาม CPI จีน มิ.ย. คาด +1.1% & พ.ค. +1.2% YoY และ PPI จีน มิ.ย. คาด +4.1% & พ.ค. +3.9% YoY
  • SET วานนี้ -1.74% ปริมาณการซื้อขาย 7 หมื่น ลบ. พอร์ตโบรกขาย 2,324 ลบ. สถาบันขาย 2,010 ลบ. ต่างชาติซื้อ 3,226 ลบ. และรายย่อยซื้อ 1,108 ลบ. จากแรงขายกลุ่มอิเล็ก ฯ -4.25% นำโดย DELTA -4.18% ส่งผลลบต่อดัชนี -13 จุด จากความกังวลต่ออุปสงค์ความต้องการใช้ชิปในตลาดโลกได้ผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว หลังนักลงทุนเริ่มกังวลต่อความสามารถในการสร้างรายได้ของกลุ่ม Hypersclaer ที่มีต้นทุน Capex ข้างค่อนสูง ขณะที่ช่วงบ่ายหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว, ขนส่ง, บรรจุภัณฑ์ ก็ปรับลดลงหลังสหรัฐประกาศยกเลิกข้อตกหยุดยิง 60 วันกับอิหร่าน ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับสูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบไปยังกลุ่ม Domestic Play ด้วย เช่น ไฟแนนท์ และค้าปลีก  โดยเม็ดเงินลงทุนยังเลือกพักในกลุ่ม Dividend & Defensive Play เช่น ธนาคาร , ไอซีที ส่วนประเด็นในประเทศที่ต้องติดตามในวันนี้ คือ ศาล รธน.จะอ่านคำวินิจฉัยต่อคำร้อง พรก.เงินกู้ 4 แสน ลบ. นั้นเข้าข่ายผิด กม.รธน.หรือไม่ ซึ่งหากไม่ผิด กม. ก็ส่งผลบวกต่องบลงทุนราว 2 แสน ลบ. ที่ใช้ในโครงการปรับโครงสร้างพลังงานในประเทศจากระบบฟอสซิลสู่พลังงานทดแทน ซึ่งหากประเมินจาก Consensus ชี้มีโอกาส 50 – 60% ที่ พรก.เงินกู้ 4 แสน ลบ. จะไม่ขัดต่อ รธน. หากเป็นไปตาม Consensus คาดจะส่งผลบวกต่อหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้า, รับเหมาก่อสร้าง, กล่ม Supply Chain ของ Data Center  และธนาคาร  

Daily Strategy

 

  • ประเมินแนวรับดัชนี SET ที่ 1,560 – 1,570 แนวต้าน 1,580 – 1,590 คาดเช้านี้ได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิปในตลาดเอเชียเหนือเริ่มฟื้นตัว และคาดทรงตัวรอฟังคำวินิจฉัยของศาล รธน.ต่อ พรก.เงินกู้ 4 แสน ลบ. ว่าเข้าข่ายผิด กม.รธน.หรือไม่ แนะนำทยอยซื้อกลุ่มที่ได้ประโยชน์จาก ม.ส่งเสริมการลงทุน BBL,KBANK,SCB,GULF,GPSC,BGRIM,GUNKUL,AMATA,WHA,STECON,CK  ในกรณี พรก.เงินกู้ไม่ผิด กม.รธน./ เก็งกำไร PTT,PTTEP,TOP,BCP,SPRC ตามราคาน้ำมันดิบที่ปรับขึ้นหลังสหรัฐยกเลิกข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่าน

 

  • PTTEP (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมาย 00 บาท) เก็งกำไรตาม sentiment ของราคาน้ำมันดิบในระยะสั้น โดยมีปัจจัยหนุนจากความเสี่ยงทางด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่กลับมาตึงเครียด แนวโน้มกำไร 2Q69 ปรับตัวขึ้นเด่นทั้ง QoQ, YoY ที่ระดับ 2.7 หมื่นล้านบาท เป็นจุดสูงสุดของปี แม้ outlook 2H69 จะชะลอตัวลงตามราคาขาย (ASP) แต่ตลาดรับรู้ไปแล้ว ขณะที่ภาพรวมฐานะทางการเงินและกระแสเงินสดยังคงแข็งแกร่ง ทาให้สามารถคาดหวังต่ออัตราการจ่ายเงินปันผล (Dividend Yield) ในระดับสูงราว 7% ต่อปี
  • ADVANC (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 380.0บาท) กำไรสุทธิ 1Q69 อยู่ที่ 13,496 ลบ. (+28%YoY , -6%QoQ) การอ่อนตัว QoQ จากรายการพิเศษบวกใน 4Q68 ขณะที่ YoY สามารถโตได้ดีจาก รายได้ +3%YoY และมาร์จิ้นดีขึ้นหลังสิ้นสุดสัญญา 2100 MHZ กับ NT ส่วนการดำเนินงานในช่วง 2Q69 คาดว่ามีโอกาสอ่อนตัวต่อ QoQ ตามฤดูกาล แต่ยังเป็นบวกได้ต่อเนื่อง YoY รวมถึงการใช้ Data ที่คาดว่าจะสูงขึ้นในช่วงบอลโลก และกำลังซื้อในประเทศที่กดดันน้อยลงจากม.ช่วยเหลือของภาครัฐฯและราคาน้ำมันที่ลดลงช่วงปลายไตรมาสทั้งนี้ เรายังมอง ADVANC มีความน่าสนใจในการเป็นหุ้นที่จ่ายปันผลสม่ำเสมอ(ไม่รวมปันผลพิเศษ) Dividend Payout Ratio ในโซน 80%/ Dividend Yield ในโซน 3-5% สามารถรับความผันผวนของตลาดได้ดี และ ภาพระยะยาว มีมุมมองบวกต่อธุรกิจใหม่ร่วมกับพันธมิตรอย่าง Data Center, Cloud, Virtual Bank

 

 

Daily Key Factors

Oil Update(+) WTI ส.ค. +$3.08 อยู่ที่ $73.52 / บาร์เรล, Brent ก.ย.+$3.86อยู่ที่ $78.02/บาร์เรล หลังเกิดเหตุโจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน 3 ลำบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ ปธน.ทรัมป์ประกาศยกเลิกข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่าน ขณะที่รัสเซียประกาศระงับการส่งออกน้ำมันดีเซล หลังถูกโดรนของยูเครนโจมตีโรงกลั่นน้ำมันที่เมืองออมสค์

 

Gold Update (-) Comex Gold  ส.ค. -$75.0 ปิดที่ 4,082.40 ดอลลาร์/ออนซ์ หลังราคาน้ำมันดิบปรับสูงขึ้นจากเหตุการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ กอปรกับสหรัฐได้ยุติข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่าน ส่งผลให้เงินเฟ้อของสหรัฐอาจปรับสูงขึ้น และเฟดอาจจำเป็นต้องปรับขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้ ซึ่งเป็นผลลบต่อสัญญาทองคำ

 

Fund Flow(+) Fund Flow ต่างชาติในตลาด TIP วานนี้ซื้อสุทธิ +70.83 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยซื้อหุ้นไทย +96.33 ล.ดอลลาร์สหรัฐ  ขายหุ้นอินโด ฯ  -38.31 ล.ดอลลาร์สหรัฐ  และซื้อหุ้นฟิลิปปินส์ +12.81 ล.ดอลลารห์สหรัฐ

 

(-) ค่าเงินบาทเช้านี่อ่อนค่าอยู่ที่ 33.47 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

(-) ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี ปรับขึ้นอยู่ที่ 4.580 %

(-) ดัชนี BDI ปิด -4 จุด อยู่ที่ 2,871

(-) BitCoin เช้านี้  -0.87% อยู่ที่ 62,487 ดอลลาร์สหรัฐ

 

 Economic Calendar

 

ในประเทศ

07 ก.ค.     สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย แถลงสรุปภาวะตลาดตราสาร   

                  หนี้ไทย ไตรมาสที่ 2/69

สัปดาห์ที่2  กระทรวงพาณิชย์ แถลงดัชนีเศรษฐกิจการค้า

  ตลท. แถลงสรุปภาพรวมภาวะตลาดหลักทรัพย์

  ม.หอการค้าไทย แถลงดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค,

  ดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทย

  สภาธุรกิจตลาดทุนไทย แถลงผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นนัก 

  ลงทุนและอัพเดตสถานการณ์ลงทุน

ต่างประเทศ

06 ก.ค.      US ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการบริการ  (มิ.ย.)

09 ก.ค.      US ยอดขายบ้านมือสอง (Existing Home Sales)  (มิ.ย.)

                  US รายงานการประชุมของ FOMC

                  US จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก

 

Theme Strategy

ทยอยสะสมหุ้น Value Stock / High Dividend Yield / AI Infrastructure ได้ประโยชน์จากมาตรการลดค่าครองชีพ-กระตุ้นกำลังซื้อของรัฐฯ มาตรการสนับสนุนเม็ดเงินลงทุนภาครัฐและเอกชน

 

(1)High Dividend Yield กลุ่มธนาคารพาณิชย์ KBANK, KTB, SCB, TTB, BAY*, KKP*, TISCO กลุ่ม REIT CPNREIT*

 

(2) Anti-Commodity ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมัน-ก๊าซฯ ลดลง กลุ่มโรงไฟฟ้า BGRIM*, GPSC* กลุ่มบรรจุภัณฑ์ SCGP* กลุ่มวัสดุก่อสร้าง EPG*, SCC*, TOA* กลุ่มท่องเที่ยว-ขนส่ง-ร.พ. CENTEL*, MINT*, ERW*, AOT, BA, BH, BDMS, PR9*, BCH, CHG

 

(3) กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กฯ / ICT / AI Infrastructure / รับเหมาฯ-นิคมฯ-สาธารณูปโภค DELTA*, CCET*, KCE, HANA*, SMT*, ADVANC, TRUE, GULF*, ASEFA*, FTE*, TRT*, STECON, INSET*, AMATA, WHA, WHAUP*, EASTW*

 

(4) การลงทุนภาครัฐฯ เอกชน CK, SEAFCO*, PYLON*, GUNKUL*, BEM*, KGEN*

 

(5) สินเชื่อ-ไฟแนนซ์ / สินค้าอุปโภค-บริโภค MTC*, SAWAD*, TIDLOR*, SINGER*, SGC*, SCAP*, NCAP*, CPALL, CPAXT, CPN*, CRC, CBG*, ICHI*, OSP*, SAPPE*, TACC*

 

**หุ้นแนะนำเชิงกลยุทธ์ที่ยังไม่อยู่ใน Coverage ของฝ่ายวิจัย

 

Asset Allocation: Equity 50% Fixed Income 40% Alternative Investment etc. Gold 5% Cash 5%

 

Today Fundamental Research: -

 

 

Monthly Portfolio July 2026: GPSC*, CPN*, BH, MINT*, CPALL

 

 

 

Analysts

Apichai Raomanachai  

Fundamental and Technical Investment Analysis ID No.  002939

Tel  02-829-6999  Ext  2200

Email : apichai.ra@kfsec.co.th

Nopporn Chaykaew     

Fundamental Analysis ID No.  043964

Tel  02-829-6999  Ext  2203

Email : noppoen.ch@kfsec.co.th

Nattawat Poosunthornsri  

Fundamental Analysis ID No.  087077

Tel  02-829-6999  Ext  2204

Email : nattawat.po@kfsec.co.th

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

ตามสถานการณ์ By : เจ๊มดแดง

เจ๊มดแดง ไต่กิ่งมะม่วง ชั่วโมงนี้ ไม่มีอะไรดีไปกว่า เกาะติด ตามสถานการณ์ อย่างใกล้ชิด แม้เรื่องเดิม เดิม แต่ก็มี...

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้