Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.เอเซีย พลัส ชี้จ้างงานสหรัฐฯ ต่ำคาดลดแรงกดดันเฟดดอกเบี้ย ดักเก็งกำไรรับงานใหญ่ Apple และงบแกร่ง Snowflake หนุนกลุ่มซอฟต์แวร์ ด้าน กกร. ปรับเพิ่มจีดีพีไทยโต 2.1-2.5% แนะกลยุทธ์ "หุ้นมีเกราะ" BCH-BDMS-TIPH สู้ตลาดผันผวน

62

สำนักข่าวหุ้นอินไซด์(3 กันยายน 2569)-------บล.เอเซีย พลัส ประเมินทิศทางเศรษฐกิจและตลาดทุนโลก โดยชี้ว่าตลาดหุ้นโลกมีสัญญาณฟื้นตัวระยะสั้นรับตัวเลขจ้างงานเอกชนสหรัฐฯ ชะลอตัวลง ช่วยผ่อนคลายแรงกดดันต่อทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ชั่วคราว ทว่ายังคงต้องจับตาความเสี่ยงเชิงรอยต่อของนโยบายการเงินตึงตัวพร้อมกันของธนาคารกลางหลัก และประเด็นค่าเงินเยนผันผวน ขณะที่เศรษฐกิจไทยได้รับปัจจัยหนุนหลัง กกร. ปรับเพิ่มประมาณการอัตราการเติบโตของจีดีพีและส่งออกปีนี้ แนะนำเน้นลงทุนแบบเฉพาะตัวในหุ้นกลุ่มที่มีปัจจัยหนุนเฉพาะด้านและมีเกราะป้องกันตลาดผันผวน

 

ตลาดโลกฟื้นตัวระยะสั้นรับตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ ชะลอตัวชั่วคราว ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวดีดขึ้นเล็กน้อยประมาณ 0.5% - 0.6% สอดคล้องกับการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์และการย่อตัวลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Bond Yield) หลังจากสถาบัน ADP รายงานตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชนเดือนสิงหาคม 2569 อยู่ที่ 38,000 ตำแหน่ง ซึ่งต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 47,000 ตำแหน่งอย่างมีนัยสำคัญ ปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้เครื่องมือ FedWatch Tool ชี้ว่า น้ำหนักคาดการณ์โอกาสที่ FED จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมรอบเดือนกันยายนนี้ ลดลงมาอยู่ที่ระดับ 62.3% (จากเดิม 67.2%) ทั้งนี้ ตลาดจับตาการรายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payrolls) ในช่วงปลายสัปดาห์นี้ ซึ่งตลาดคาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นราว 55,000 ตำแหน่ง หากตัวเลขจริงออกมาต่ำกว่าคาดจะเป็นแรงหนุนจิตวิทยาการลงทุนต่อ แต่หากสูงกว่าคาดอาจกระตุ้นความกังวลดอกเบี้ยและสร้างความผันผวนให้กับตลาดสินทรัพย์เสี่ยงได้

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงต้องระมัดระวังประเด็นความเสี่ยงเชิงโครงสร้างการเงินโลก จากสัญญาณนโยบายการเงินตึงตัวพร้อมกันของ 4 ธนาคารกลางยักษ์ใหญ่ ได้แก่ FED, ธนาคารกลางอังกฤษ (BOE), ธนาคารกลางยุโรป (ECB) และธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ซึ่งสถิติในอดีตชี้ชัดว่า ในเดือนที่ธนาคารกลางเหล่านี้ปรับขึ้นดอกเบี้ยพร้อมกัน ตลาดหุ้นโลก (ดัชนี MSCI ACWI หรือ MXWD) มักเผชิญแรงขายรุนแรงก่อนจะทยอยฟื้นตัวในเดือนถัดไป (สะท้อนจากเดือน ก.ย. 2565 ดัชนี MXWD ลดลง 9.74% ก่อนฟื้นตัว 5.96% ในเดือนถัดมา และเดือน ธ.ค. 2565 ปรับฐานลดลง 4.05% ก่อนพลิกกลับมาบวก 7.10% ในเดือนถัดไป)

นอกจากนี้ ท่าทีเชิง Hawkish (เข้มงวด) ของผู้ว่าการ BOJ (Kazuo Ueda) ที่ส่งสัญญาณพร้อมพิจารณาขึ้นดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25% สู่ระดับ 1.00% ในวันที่ 17–18 กันยายนนี้ และการระบุของกรรมการ BOJ (Hajime Takata) ว่าการปรับขึ้นดอกเบี้ยดังกล่าวอาจไม่ใช่ครั้งสุดท้าย ส่งผลให้ค่าเงินเยนดีดตัวแข็งค่าอย่างรวดเร็วแตะระดับสูงสุดระหว่างวันที่ 158.22 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐ (+1.2%) ตลาดจึงกลับมาเฝ้าระวังความเสี่ยงจากการคลายสถานะ Yen Carry Trade อีกครั้ง โดยกลุ่มหุ้นเทคโนโลยี เซมิคอนดักเตอร์ และสินทรัพย์ดิจิทัล มีความอ่อนไหวเชิงสถิติต่อการเคลื่อนไหวของเงินเยนสูงกว่าช่วงอดีต (สถิติชี้ว่า หากเงินเยนอ่อนค่าทุกๆ 1% ดัชนี NASDAQ มักปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.21%, ดัชนี SOX เพิ่มขึ้น 0.38%, ดัชนี KOSPI เพิ่มขึ้น 0.44% และ Bitcoin เพิ่มขึ้น 0.52%)

 

ดักเก็งกำไร Supply Chain ของ Apple ต้อนรับนวัตกรรมจอพับ และกลุ่ม Software รับอานิสงส์ AI

เกาะติดงาน "Surprise and Shine" ของ Apple (9 ก.ย. 2569): ตลาดคาดหวังการเปิดตัวนวัตกรรมสมาร์ตโฟนหน้าจอพับรุ่นแรกของค่ายอย่าง "iPhone Ultra" พร้อมด้วย iPhone 18 Pro, iPhone 18 Pro Max, Apple Watch Series 12 และ Apple Watch Ultra 4 ฝ่ายวิจัย บล.เอเซีย พลัส เปิดเผยว่าห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ของ iPhone Ultra ประกอบด้วยผู้ผลิตรายใหญ่ระดับโลก ได้แก่ Samsung Display (จอ OLED), Lens Technology (กระจก UTG บางพิเศษ), Shin Zu Shing (โมดูลบานพับ), Foxconn (ผู้ประกอบชิ้นส่วนหลัก) และ Sunny Optical (ผู้ผลิตชุดกล้อง) แนะนำเก็งกำไรระยะสั้นใน DR: SUNNY80 (อ้างอิงหุ้น Sunny Optical 2382 HK) ซึ่งมีโอกาสรับผลบวกเชิงบวกจากยอดขายที่คาดว่าจะฟื้นตัวโดดเด่น
กลุ่มซอฟต์แวร์ฟื้นตัวแข็งแกร่งนำโดย Snowflake: หุ้น Snowflake (SNOW US) รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปีบัญชี 2570 แข็งแกร่งกว่าตลาดคาดการณ์อย่างท่วมท้น โดยมีรายได้รวมแตะ 1.55 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (+35% YoY) และกำไรต่อหุ้น (EPS) อยู่ที่ 0.62 ดอลลาร์สหรัฐ (+77% YoY) ได้รับอานิสงส์โดยตรงจากการนำ AI เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานบนแพลตฟอร์ม ดันยอดผู้ใช้ระบบช่วยเขียนโค้ดด้วย AI เติบโตอย่างรวดเร็ว พร้อมปรับเพิ่มคาดการณ์รายได้ทั้งปีขึ้นสู่ระดับ 6.07 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนว่ากลุ่มซอฟต์แวร์ไอทีสากล (เช่น Snowflake, Datadog, Salesforce) สามารถเติบโตควบคู่ไปกับ AI ได้ดี แนะนำเก็งกำไรระยะสั้นผ่าน DR: SNOW23

กกร. ปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP และส่งออกไทยปี 2569 ดอกเบี้ย 1.0% เอื้อมาตรการรัฐ

สำหรับทิศทางเศรษฐกิจไทย คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประกาศปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ของไทยปี 2569 ขึ้นสู่ระดับ 2.1% - 2.5% (จากเดิม 1.6% - 2.0%) ควบคู่กับการปรับเพิ่มเป้าหมายการส่งออกของไทยปีนี้ขึ้นมาอยู่ที่ 12% - 16% (จากกรอบเดิม 8% - 10%) อย่างไรก็ตาม ยังคงมีปัจจัยท้าทายเชิงโครงสร้างจากการฟื้นตัวในลักษณะ "K-Shape Economy" ที่การเติบโตกระจุกตัวในบางภาคส่วนและไม่ทั่วถึง

สถิติระบุว่าเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีแรก (1H69) ขยายตัวได้ 2.4% ดังนั้นเพื่อให้ภาพรวมจีดีพีทั้งปีบรรลุเป้าหมายของสภาพัฒน์ฯ ที่ 2.2% และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ 2.3% จีดีพีในช่วงครึ่งปีหลัง (2H69) จำเป็นต้องเติบโตอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 2.0% และ 2.2% ตามลำดับ ฝ่ายวิจัยฯ ประเมินว่า อัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยที่ทรงตัวในระดับต่ำสุดเอเชียที่ 1.0% ผนวกกับการเติบโตของเศรษฐกิจที่ค่อนข้างจำกัด จะเป็นตัวเร่งสำคัญให้ภาครัฐต้องผสานมาตรการผ่อนคลายทางการเงินอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการผลักดันมาตรการกระตุ้นทางการคลังที่เข้มข้นยิ่งขึ้นในอนาคตอันใกล้ เช่น โครงการไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2, ไทยเที่ยวไทย พลัส และ Thailand Fastpass

 

กลยุทธ์ "หุ้นมีเกราะป้องกันภัยพิบัติ" สู้ศึกมรสุมการเมืองและการเงินโลกผันผวน แม้ดัชนี SET Index จะมีโอกาสปรับตัวขึ้นในทางเทคนิคระยะสั้น (Technical Rebound) หลังจากรับรู้ปัจจัยลบและปรับฐานไปบางส่วน แต่ตลาดยังเผชิญปัจจัยเสี่ยงในประเทศที่สั่นคลอนความมั่นใจของกระแสเงินทุนต่างชาติในระยะสั้น (Fund Flow) อาทิ ประเด็นการเมืองที่ร้อนขึ้น คดีข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) และการรอฟังคำวินิจฉัยคดีคัดค้านแถบบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งในช่วงปลายเดือนนี้ ฝ่ายวิจัยฯ แนะนำกลยุทธ์การลงทุนให้เน้น "ตั้งรับเชิงรุก" ผ่านกลุ่มหุ้นปลอดภัยที่ได้ Sentiment บวกส่วนตัวและเป็น "หุ้นมีเกราะป้องกันความเสี่ยงสากล" ดังนี้:

กลุ่มโรงพยาบาล (BCH, BDMS): มีเกราะความต้องการใช้บริการที่แข็งแกร่ง ท่ามกลางยอดผู้ป่วยติดเชื้อโควิดในประเทศที่เร่งตัวขึ้น และการเข้าสู่ช่วงฤดูกาลระบาดระลอกใหม่ (High Season)
กลุ่มประกันภัย (TIPH, THRE): ได้รับประโยชน์ทางตรงจากนโยบายภาครัฐที่ส่งเสริมมาตรการเข้าถึงระบบประกันภัยแห่งชาติ
กลุ่มเกษตรและยางพารา (KSL, STA): ได้รับอานิสงส์เชิงบวกจากความเสี่ยงทาง Supply สินค้าเกษตรลดลงจากปัญหาภัยแล้ง ซึ่งส่งผลช่วยพยุงและเร่งตัวราคาพืชผลในตลาดโลก

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

ตามสถานการณ์ By : เจ๊มดแดง

เจ๊มดแดง ไต่กิ่งมะม่วง ชั่วโมงนี้ ไม่มีอะไรดีไปกว่า เกาะติด ตามสถานการณ์ อย่างใกล้ชิด แม้เรื่องเดิม เดิม แต่ก็มี...

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้