Today’s NEWS FEED

News Feed

InnovestX "คาดวันนี้ SET ฟื้นตัวได้บ้าง แต่กรอบบนยังจำกัด"

57



สำนักข่าวหุ้นอินไซด์ ( 3 กันยายน 2569 ) ------ InnovestX บริษัทหลักทรัพย์ในกลุ่ม SCBX ออกบทวิเคราะห์ ประจำวันที่ 3 กันยายน 2569

 

คาด SET รีบาวด์ฟื้นตัว หลัง Bond Yield สหรัฐฯ ชะลอตัวลง อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันทรงตัวในระดับสูงจากการปะทะกันรอบใหม่ของสหรัฐฯ-อิหร่าน แม้มีข่าวว่าสหรัฐฯ พยายามควบคุมไม่ให้สงครามลุกลามบานปลายก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือน พ.ย. ยังเป็นปัจจัยจำกัดกรอบการฟื้นตัว โดยคาดตลาดยังคง Selective Buy ในหุ้นที่มีปัจจัยหนุนเฉพาะตัว และหุ้นที่ปรับลงแรงในช่วงก่อนหน้า ทางเทคนิคดัชนีปรับลงทดสอบเส้นค่าเฉลี่ย 75 วัน อาจมีจังหวะรีบาวด์แต่ยังไม่เห็นสัญญาณกลับตัวที่ชัดเจน

ประเด็นสำคัญ
• GRM เบนซินในยุโรปพุ่งแตะระดับ $62/bbl เข้าใกล้จุดสูงสุดใน มิ.ย. 2022 จากแรงกดดันด้านอุปทานโลกที่ตึงตัวตามสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางและยูเครน ขณะที่สัญญาล่วงหน้าดีเซลยังทรงตัวในระดับสูง มองบวกต่อกลุ่มโรงกลั่น (TOP SPRC BCP)
• รมว. คลังเตรียมประชุมบอร์ด Data Center นัดแรก ร่วมกับผู้ว่าฯ กทม. กระทรวงพลังงาน และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯในวันที่ 4 ก.ย. 2026 เพื่อพิจารณาแนวทางกำกับดูแล ลดช่องโหว่ทางกฎหมาย และผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และได้สั่ง BOI ยุติการส่งเสริมการลงทุนโครงการใหม่ตั้งแต่ เม.ย. ที่ผ่านมา มองผลกระทบจำกัดต่อกลุ่มนิคม (AMATA WHA) เพราะได้อานิสงส์การลงทุนส่วนใหญ่ในพื้นที่นอกเมืองและใน EEC
• กกร. ปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ไทยปีนี้ขึ้นสู่ระดับ 2.1-2.5% พร้อมขยายเป้าส่งออกเป็น 12-16% แรงหนุนจากคำสั่งซื้อและยอดคำขอรับการส่งเสริมลงทุนดีกว่าคาด รวมถึงศึกษาแผนลงทุน Data Center ทุกๆ 100MW ที่คาดจะสร้างเม็ดเงินลงทุนกว่า 6 หมื่นลบ. มองบวกต่อภาพรวมตลาดหุ้นไทย โดยเฉพาะกลุ่มธนาคาร (KTB BBL KBANK) กลุ่มนิคม (WHA AMATA) และกลุ่มโรงไฟฟ้า (GULF GPSC BGRIM)
• ตลท. เตรียมบังคับใช้เกณฑ์ใหม่ ก.ย.-ต.ค. นี้ หลัง ก.ล.ต. พิจารณาอนุมัติปรับปรุงคุมเข้มการทำชอร์ตเซล, Uptick และ HFT ควบคู่กับการยกระดับเกณฑ์กำกับดูแลบริษัทจดทะเบียน เพื่อสร้างความโปร่งใสและเรียกคืนความเชื่อมั่นจากนักลงทุน ระยะกลาง-ยาวมองบวกต่อเสถียรภาพของตลาดหุ้นไทย โดยเฉพาะหุ้นใน SET50
• รมว. พาณิชย์สหรัฐฯ พิจารณาขยายอัตราภาษีศุลกากรรอบใหม่ต่อกลุ่มเซมิฯ ขั้นสูงให้ครอบคลุมสินค้าที่มีชิปเป็นส่วนประกอบจากเดิมในอัตรา 25% เว้นแต่จะตั้งฐานและผลิตในสหรัฐฯ เพื่อเร่งดึงฐานผลิตกลับสหรัฐฯ มองผลกระทบจำกัดต่อกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ (DELTA HANA KCE) เพราะปกติสามารถส่งผ่านภาษีที่สูงขึ้นให้ลูกค้าได้หมด

 

กลยุทธ์การลงทุน
ช่วงสั้นมอง SET จะแกว่งตัวไซด์เวย์ โดยแม้มีแรงหนุนในประเทศจากความคาดหวังการพิจารณานโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่องของภาครัฐ อาทิ การอุดหนุนติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป, ไทยเที่ยวไทยพลัส, ความคืบหน้าร่าง พ.ร.บ. งบฯ ปี FY2027 และความชัดเจนแผน PDP2026 แต่ตลาดยังมีปัจจัยกดดันจาก Fund Flow ที่ชะลอตัว, สถานการณ์ตะวันออกกลางที่ยังยืดเยื้อ รวมถึงสัญญาณ Hawkish จากประธานเฟดใน Jackson Hole ที่พร้อมขึ้นดอกเบี้ยเพื่อคุมเงินเฟ้อ กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy”


แนวรับ – แนวต้าน : 1570/1565 – 1590/1595

ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์
มอง SET แกว่งตัวไซด์เวย์ โดยแม้มีแรงหนุนจากความคาดหวังการพิจารณามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ แต่ตลาดยังถูกกดดันจาก Fund Flow ที่ชะลอตัว สถานการณ์ตะวันออกกลางยืดเยื้อ และสัญญาณ Hawkish จากประธานเฟดที่พร้อมขึ้นดอกเบี้ยคุมเงินเฟ้อ กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy” ผ่าน 4 ธีมเทรดดิ้งที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ดังนี้
1. Policy Play ซึ่งได้ประโยชน์จากความคืบหน้าผลักดันนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ได้แก่ มาตรการไทยเที่ยวไทยพลัส (ERW CENTEL AWC CPALL CPN), มาตรการหนุนพลังงานสะอาดอย่างโซลาร์รูฟท็อปและข้อสรุป PDP2026 (GULF GPSC BGRIM GUNKUL WHAUP AMATA WHA), การเร่งเบิกจ่ายของหน่วยงานรัฐก่อนปิดปีงบประมาณและร่าง พ.ร.บ. งบฯ ปี 2027 (STECON CK SCC SCCC)
2. Consumption Play ซึ่งจะได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของกำลังซื้อและภาพรวมเศรษฐกิจในประเทศที่แข็งแกร่งขึ้น ได้แก่ กลุ่มพาณิชย์ (CPALL CRC CPN GLOBAL) กลุ่มสื่อสาร (TRUE) กลุ่มการเงิน (MTC SAWAD TIDLOR) และกลุ่มขนส่งทางบก (BEM)
3. Laggard Play ซึ่งราคาหุ้นยังปรับขึ้นช้ากว่า SET สวนทางโมเมนตัมกำไร 2H26 ที่คาดจะเติบโตได้ดีทั้ง YoY และ HoH ทำให้คาดจะเป็นเป้าหมายของเม็ดเงินลงทุนที่จะหมุนเข้ามาเก็งกำไร ได้แก่ AP PR9 SAWAD HMPRO BDMS TU BCH MTC TIDLOR
4. High Dividend Play เพื่อสร้างกระแสเงินสดเข้าพอร์ตได้อย่างสม่ำเสมอ โดยเน้นดักการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล ซึ่งคาดให้ Div. Interim Yield >2% ได้แก่ TTB (XD 7 ก.ย.), BCP (XD 7 ก.ย.), OR (XD 7 ก.ย.), HMPRO (XD 8 ก.ย.) KKP (XD 9 ก.ย.)

 

Daily Top Picks
HANA: ปัจจัยสนับสนุนระยะสั้นจากโมเมนตัมการฟื้นตัวของราคาหุ้นเทคฯ โลก และยอดส่งออกเกาหลีใต้ใน ส.ค. 2026 เติบโต 69%YoY คาดผลิตภัณฑ์ AI-related จะเริ่มผลิตได้ใน 2H26 และผลิตในปริมาณมากใน 2Q-4Q27 ซึ่งจะทำให้ผลประกอบการเริ่มฟื้นตัวใน 2H26 และเติบโตต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2027 เป้าหมายระยะสั้นที่ 46.75 บาท

KTB: ปัจจัยสนับสนุนจากความกังวลเงินเฟ้อสูงที่กลับมา ทำให้นโยบายการเงินมีแนวโน้มตึงตัวขึ้น สินเชื่อเติบโตทั้ง MoM และ YTD ต่อเนื่องใน ก.ค. 2026 และคาดมี Upside จากกำไร FVTPL เพิ่มเติมจาก THAI ประเมินกำไรปี 2026F เติบโต 1%YoY และอัตราปันผลคงอยู่ในระดับสูงที่ 2.77 บ./หุ้น (6.4%) เป้าหมายระยะสั้นที่ 44.50 บาท

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

ตามสถานการณ์ By : เจ๊มดแดง

เจ๊มดแดง ไต่กิ่งมะม่วง ชั่วโมงนี้ ไม่มีอะไรดีไปกว่า เกาะติด ตามสถานการณ์ อย่างใกล้ชิด แม้เรื่องเดิม เดิม แต่ก็มี...

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้