ฟื้นหน่อย แล้วจะลงต่อไหม
HORIZON MARKET VIEW
• วานนี้ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ดีดตัวขึ้นเล็กน้อยราว 0.5% - 0.6% ขณะที่ BOND YIELDสหรัฐฯ ย่อตัวลง พร้อมกับ DOLLAR อ่อนค่า หลัง ADP เผยการจ้างงานภาคเอกชนสหรัฐฯ ในเดือน ส.ค. 2026 อยู่ที่ 38,000 ตำแหน่ง ต่ำกว่าคาดที่ 47,000 ตำแหน่ง ทำให้ตลาดมองโอกาสขึ้นดอกเบี้ยของ FED เดือน ก.ย. 69 มีน้ำหนักน้อยลงเหลือ 62.3%อย่างไรก็ตามรอติดตามในวันศุกร์นี้ มีรายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตร
• นอกจากนี้ยังต้องจับตาความเสี่ยงที่ยังไม่ผ่อนคลาย ในช่วงที่ธนาคารกลางขนาดใหญ่ปรับขึ้นดอกเบี้ยพร้อมกัน ได้แก่ FED, BOE, ECB และ BOJ ตลาดหุ้นโลก (MXWD) มักเผชิญแรงขายในเดือนที่ขึ้นดอกเบี้ย ก่อนมีโอกาสฟื้นตัวในเดือนถัดไป
• อีกหนึ่งประเด็นคือ BOJ ที่มีแนวโน้ม HAWKISH กำลังเพิ่มความเสี่ยงความผันผวนของค่าเงินเยน และต้องจับตาความเสี่ยง YEN CARRY TRADE อีกครั้ง
REGION RADAR
• APPLE ประกาศจัดงานอีเว้นท์ “SURPRISE AND SHINE” ในวันที่ 9ก.ย. นี้ โดยนักลงทุนคาดว่าจะงานนี้จะมีการเปิดตัวสินค้าใหม่หลายรายการ โดยเฉพาะไอโฟนพับได้ โดยมี SUNNY OPTICAL เป็นหนึ่งในSUPPLY CHAIN แนะนำเก็งกำไร DR: SUNNY80
• SNOWFLAKE (SNOW US) เผยงบไตรมาส 2 ออกมาสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ โดยรายได้รวมอยู่ที่ $1.55 พันล้าน +35% YOY (สูงกว่าคาด 4%) และ EPS อยู่ที่ $0.62 +77% YOY (สูงกว่าคาด 39%) ได้แรงหนุนจากการที่บริษัทได้นำเอา AI ใช้ในแพลตฟอร์ม
THAI FOCUS
• กกร. ปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ไทยปี 2569 เป็น 2.1–2.5% จากเดิม1.6–2.0% และเพิ่มคาดการณ์การส่งออกเป็น 12–16% จากเดิม 8–10% อย่างไรก็ดี ยังต้องติดตามประเด็น K-SHAPE ECONOMY และการปฏิรูปโครงสร้าง ซึ่งอาจทำให้การฟื้นตัวกระจายตัวไม่เท่ากัน
• ขณะที่เศรษฐกิจไทย 1H69 ขยายตัว 2.4% ทำให้ใน 2H69 ต้องขยายตัวไม่น้อยกว่า 2.0% และ 2.2% เพื่อให้ GDP ไทยปี 2569Fภายใต้สมมติฐานของสภาพัฒน์อยู่ที่ 2.2% และ ธปท. อยู่ที่ 2.3%ตามลำดับ
SYNAPSE STRATEGY
• วานนี้ตลาดหุ้นโลกฟื้นเล็กน้อย +0.5% หลังปรับฐานลงมาตลอด 3วันทำการ ตั้งแต่การประชุม JACKSON HOLE เป็นต้นมา ขณะที่ความเสี่ยงยังปกคลุมด้วยความกลัว 1) กลัวธนาคารกลางประเทศต่างๆ ขึ้นดอกเบี้ยพร้อมกัน 2) กลัวเยนเร่งแข็งค่า กดดัน FUNDFLOW กระจายออก 3) ส่วนในไทยกลัวประเด็นการเมืองที่ร้อนขึ้น
• แนะหุ้นมีเกราะป้องกันภัยพิบัติต่างๆ หุ้นโรงพยาบาลมีเกราะป้องกันCOVID เข้าช่วง HIGH SEASON BCH, BDMS หุ้นประกันได้SENTIMENT รัฐหนุน TIPH, THRE และหุ้นรับภัยแล้ง KSL, STA
HORIZON MARKET VIEW
ตลาดหุ้นดีด (ช่วงสั้น?) แต่ยังมีเรื่องให้หวาดระแวง
วานนี้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ดีดตัวขึ้นเล็กน้อยราว 0.5% - 0.6% ขณะที่ BOND YIELD สหรัฐฯ ย่อตัวลง พร้อมกับDOLLAR อ่อนค่า หลัง ADP เผยการจ้างงานภาคเอกชนสหรัฐฯ ในเดือน ส.ค.2026 อยู่ที่ 38,000 ตำแหน่ง ต่ำกว่าคาดที่ 47,000 ตำแหน่ง ทำให้ตลาดมองโอกาสขึ้นดอกเบี้ยของ FED เดือน ก.ย. 69 มีน้ำหนักน้อยลงเหลือ62.3% (เดิม 67.2%)
อย่างไรก็ตามรอติดตามในวันศุกร์นี้ มีรายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรเดือน ส.ค. 2026 โดยCONSENSUS คาดเพิ่มขึ้นเป็น 55,000 ตำแหน่ง หากออกมาต่ำกว่าคาด อาจเป็นแรงหนุนให้โอกาสขึ้นดอกเบี้ยของ FED เดือน ก.ย. นี้ มีน้ำหนักน้อยลง แต่ในทางกลับกัน หากออกมาสูงกว่าคาด อาจเป็นแรงหนุนให้โอกาสขึ้นดอกเบี้ยของ FED เดือน ก.ย. นี้ มีน้ำหนักสูงขึ้น เสี่ยงกดดันตลาดหุ้นผันผวน
นอกจากนี้ยังต้องจับตาความเสี่ยงที่ยังไม่ผ่อนคลาย ในช่วงที่ธนาคารกลางขนาดใหญ่ปรับขึ้นดอกเบี้ยพร้อมกันได้แก่ FED, BOE, ECB และ BOJ ตลาดหุ้นโลก (MXWD) มักเผชิญแรงขายในเดือนที่ขึ้นดอกเบี้ย ก่อนมีโอกาสฟื้นตัวในเดือนถัดไป
สะท้อนจากข้อมูลในอดีต เดือน ก.ย. 2022 ดัชนีMXWD ลดลง 9.74% ก่อนฟื้น 5.96% ในเดือนถัดไป ขณะที่เดือน ธ.ค. 2022 ลดลง 4.05% ก่อนฟื้น 7.10% รวมถึงเดือน ก.พ. 2023 ลดลง 2.98% ก่อนฟื้น 5.64% และพ.ค. 2023 ลดลง1.32% ก่อนฟื้น 5.64%
อีกหนึ่งประเด็นคือ BOJ กำลังเพิ่มความเสี่ยงความผันผวนของค่าเงินเยน โดยผู้ว่าการ BOJ KAZUO UEDA ส่งสัญญาณว่า BOJ อาจพิจารณาขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุม 17–18 ก.ย. 2026 ขณะที่กรรมการ HAJIMETAKATA ระบุว่าการขึ้นดอกเบี้ยดังกล่าวอาจไม่ใช่ครั้งสุดท้าย สะท้อนท่าที HAWKISH ที่ชัดเจนขึ้น
พร้อมกันนี้ ค่าเงินเยนแข็งค่าขึ้นแตะ 158.22 เยนต่อดอลลาร์ สูงสุดระหว่างวันราว1.2% ทำให้ตลาดจับตาความเสี่ยงจาก YEN CARRY TRADE อีกครั้ง ขณะเดียวกันหุ้นเทคโนโลยี หุ้นเซมิคอนดักเตอร์ และคริปโตฯ มีความอ่อนไหวต่อการเคลื่อนไหวของเยนมากกว่าช่วงก่อนเกิดเหตุการณ์ปี 2024โดยเมื่อเยนอ่อนค่า 1% NASDAQ มีความสัมพันธ์กับการปรับขึ้น +0.21%, SOX +0.38%, KOSPI +0.44%และ BITCOIN +0.52% สะท้อนว่า หากเกิดการกลับทิศของ YEN CARRY TRADE ผลกระทบต่อสินทรัพย์เสี่ยงอาจมีนัยสำคัญมากขึ้น
REGION RADAR
SUNNY OPTICAL หนึ่งในบริษัทที่อยู่ใน SUPPLY CHAIN ของไอโฟนพับได้
APPLE ประกาศจัดงานอีเว้นท์ “SURPRISE AND SHINE” ในวันที่ 9 ก.ย. นี้ โดยนักลงทุนคาดว่าจะงานนี้จะมีการเปิดตัวสินค้าใหม่หลายรายการ อาทิIPHONE 18PRO, IPHONE 18 PRO MAX, APPLE WATCH ULTRA4 และสิ่งที่หลายคนให้ความสนใจมากสุดคือการเปิดตัว “IPHONE ULTRA” ซึ่งเป็นสมาร์ตโฟนจอพับรุ่นแรกของAPPLE
หากไปดู SUPPLY CHAIN ของIPHONE ULTRA ครั้งนี้ จะเห็นว่ามีหลายบริษัทเกี่ยวข้องกับการผลิต โดยในส่วนของจอ OLED ผู้ผลิตคือบริษัท SAMSUNG DISPLAY ด้านกระจก UTG ชนิดบางพิเศษผลิตโดย LENSTECHNOLOGY (6613 HK) ชิ้นส่วนโมดูลบานพับที่ทำให้โทรศัพท์สามารถพับได้ผลิตโดย SHIN ZU SHING(3376 TT) ผู้ประกอบชิ้นส่วนทั้งหมดคือ FOXCONN (2354 TT) และผู้ผลิตในส่วนของกล้องได้แก่ SUNNYOPTICAL (2382 HK) จับตาหากการเปิดตัว IPHONE ULTRA ครั้งนี้มีกระแสที่ขายดี จะเป็น SENTIMENT เชิงบวกต่อหุ้นในกลุ่มนี้ แนะนำเก็งกำไร DR: SUNNY80 เนื่องจากเป็นหนึ่งใน SUPPLY CHAIN ของ IPHONEULTRA
SNOWFLAKE ได้แรงหนุนจาก AI ช่วยเร่งการเติบโต
SNOWFLAKE (SNOW US) รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปีบัญชี 2027 ออกมาสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์โดยรายได้รวมอยู่ที่ $1.55 พันล้าน +35% YOY (สูงกว่าคาด 4%) และ EPS อยู่ที่ $0.62 +77% YOY (สูงกว่าคาด 39%) ได้แรงหนุนจากการที่บริษัทได้นำเอา AI เข้ามาผสานรวมทั่วทั้งแพลตฟอร์ม ส่งผลให้มีการเติบโตอย่างรวดเร็วของผู้ใช้งานเครื่องมือช่วยเขียนโค้ดด้วย AI นอกจากนี้ บริษัทได้ปรับเพิ่มคาดการณ์รายได้ทั้งปีขึ้นสู่ระดับ$6.07 พันล้าน (จากเดิมคาด $5.86 พันล้าน) โดยเรามีมุมมองเชิงบวกมากขึ้นต่อกลุ่ม SOFTWARE ก่อนหน้านี้กลุ่ม SOFTWARE ได้รับแรงกดดันจากความกังวลว่า AI จะมา DISRUPT อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการของหุ้นในกลุ่มนี้อย่าง SNOWFLAKE, DATADOG, SALESFORCE เผยผลประกอบการออกมาแข็งแกร่ง และยังได้แรงหนุนการเติบโตจาก AI แนะนำเก็งกำไร DR: SNOW23
THAI FOCUS
ไทยมีมุมมองเศรษฐกิจดีขึ้น แต่ยังต้องจับตาการฟื้นตัว
กกร. ปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ไทยปี 2569 เป็น 2.1–2.5% จากเดิม 1.6–2.0% และเพิ่มคาดการณ์การส่งออกเป็น 12–16% จากเดิม 8–10% อย่างไรก็ดี ยังต้องติดตามประเด็น K-SHAPE ECONOMY และการปฏิรูปโครงสร้าง ซึ่งอาจทำให้การฟื้นตัวกระจายตัวไม่เท่ากันทุกภาคส่วนขณะที่เศรษฐกิจไทย 1H69 ขยายตัว 2.4% ทำให้ใน 2H69 ต้องขยายตัวไม่น้อยกว่า 2.0%และ 2.2% เพื่อให้ GDPไทยปี 2569F ภายใต้สมมติฐานของสภาพัฒน์อยู่ที่ 2.2%และธปท. อยู่ที่ 2.3% ตามลำดับ
ฝ่ายวิจัยฯ มองดอกเบี้ยไทยที่อยู่ในระดับต่ำ 1.0% บวกกับเศรษฐกิจไทยในช่วง 2H69 ที่มีแนวโน้มโตต่ำ ทำให้คาดหวังการใช้นโยบายการเงินผ่อนคลายต่อเนื่องและนโยบายการคลังที่เข้มข้นขึ้น อาทิ ไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2,ไทยเที่ยวไทย พลัส, THAILAND FASTPASS ฯลฯ
SYNAPSE STRATEGY
ตลาดหุ้นบรรเทาลงช่วงสั้น แต่ความเสี่ยงยังมี
วานนี้ตลาดหุ้นโลกฟื้นตัวเล็กน้อยราว +0.5% หลังปรับฐานต่อเนื่องตลอด 3 วันทำการ นับตั้งแต่การประชุมJACKSON HOLE สะท้อนแรงซื้อคืนระยะสั้น หลังตลาดรับรู้ปัจจัยลบไปบางส่วน หนุนตลาดหุ้นไทยมีโอกาสฟื้นตามช่วงสั้นๆ ได้ อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงสำคัญยังคงปกคลุมตลาด ได้แก่
▪ กลัวธนาคารกลางประเทศต่างๆ ขึ้นดอกเบี้ยพร้อมกัน : อาจทำให้ BOND YIELD อยู่ในระดับสูงและสภาพคล่องโลกตึงตัว กดดัน VALUATION ของสินทรัพย์เสี่ยง
▪ กลัวเงินเยนเร่งแข็งค่า : หากเยนแข็งเร็ว อาจกระตุ้นการลดสถานะ YEN CARRY TRADE และทำให้FUND FLOW กระจายออกจากสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก
▪ ส่วนในไทย กลัวประเด็นการเมืองร้อนขึ้น : ทั้งกระแสลงถนน, กระแสคดีฮั้วสว., ปลายเดือนรอฟังคำวินิจฉัยคดีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง เพิ่มความไม่แน่นอนต่อ ความเชื่อมั่น การลงทุน และ FUND FLOWต่างชาติ ในระยะสั้น
ดังนั้นกลยุทธ์แนะนำ “หุ้นมีเกราะป้องกันความเสี่ยง” ซึ่งมีปัจจัยบวกเฉพาะตัวช่วยลดแรงกระแทกจากตลาดผันผวน
▪ หุ้นโรงพยาบาล BCH, BDMS มีเกราะจากจำนวนผู้ป่วยที่มีโอกาสเพิ่มขึ้นตาม COVID และช่วง HIGHSEASON ของโรคตามฤดูกาล
▪ หุ้นประกัน TIPH, THRE ได้ SENTIMENT บวกจาก มาตรการภาครัฐสนับสนุนการเข้าถึงระบบประกันภัย
▪ หุ้นรับภัยแล้ง KSL, STA มีโอกาสได้แรงหนุนจาก ความเสี่ยงด้าน SUPPLY ของสินค้าเกษตร ซึ่งช่วยพยุงราคาสินค้าโภคภัณฑ์บางประเภท
สรุปตลาดอาจมีจังหวะ TECHNICAL REBOUND หลังปรับฐานแรง แต่ยังไม่ใช่สัญญาณว่าความเสี่ยงจบลง จึงควรเน้นหุ้นที่มี ปัจจัยบวกเฉพาะตัวและมีเกราะป้องกันความผันผวนของตลาด
จัดทำโดย
ภราดร เตียรณปราโมทย์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์
ภวัต ภัทราพงศ์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์
เลขทะเบียนนักวิเคราะห์: 117985
สิริลักษณ์ พันธ์วงค์
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์
ธนกฤต สัจจมงคล
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์