Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.คิงส์ฟอร์ด : บทวิเคราะห์ภาวะตลาดหุ้นรายวัน

35

 

Market Wrap-Up

·      SET วันที่ 7 ก.ค.69 ปิด -12.75 จุด อยู่ที่ 1,604.13 จุด มูลค่าการซื้อขาย 81,814 ลบ.  พอร์ตโบรกขาย 1,845 ลบ. สถาบันขาย 3,498 ลบ. ต่างชาติซื้อ 1,054 ลบ. และรายย่อยซื้อ 4,289 ลบ. NVDR มียอดซื้อสุทธิ 2,000 ลบ. โดยมียอดซื้อ SCB,KBANK,KTC,KTB,ITC,CPF และยอดขาย GULF,SCC,BBL,PTTEP,DELTA มูลค่า Short Sales อยู่ที่ 2,276 ลบ. หุ้นที่มี % ช็อตเซลสูง เช่น BONDUS01,BABA01,LITE01 โดยนักลงทุนต่างประเทศมีสถานะ Short ใน Index Futures จำนวน 22,095 สัญญา ยอดสะสมตั้งแต่ต้นปีต่างชาติ Long สุทธิรวม 77,993 สัญญา ต่างชาติขายสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย 7,014 ลบ.

Market View

·     ตลาดหุ้นสหรัฐ DJIA -0.25%, S&P500 -0.45%, Nasdaq -1.16% นำโดยกลุ่มอุต ฯ -1.67%, กลุ่มเทคโนโลยี -1.62% และดัชนีเซมิคอนดักเตอร์ในตลาดฟิลาเดลเฟีย -4.65% จากแรงขายหุ้นกลุ่มชิป & AI แม้ว่า Samsung Eletronics จะคาดกำไรใน Q2/69 +19 เท่า YoY แต่ยังน้อยกว่าที่นักลงทุนคาดหวังไว้ กอปรกับกังวลต่ออุปสงค์ความต้องการใช้ชิปอาจลดลง หลัง Deepseek เผยกำลังพัฒนาชิปของตนเอง ซึ่งจะสามารถลดการพึ่งพาชิปของ Nvidia, Samsung และ Huawei จากปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้ราคาหุ้น Micron Tech -4.7%, Sandisk -7.3% ขณะที่กลุ่มที่ช่วยหนุนดัชนีหุ้นสหรัฐ คือ พลังงาน +3.03%, บริการสุขภาพ +1.55% ส่วนค่ำวันนี้ติดตาม Fed Minutes มิ.ย. หลัง CME FedWatch ชี้มีโอกาส 26.7% ที่เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมวันที่ 29 ก.ค. และมีโอกาส 52.7% ที่จะขึ้นดอกเบี้ยในวันที่ 16 ก.ย. นี้      

·     ตลาดหุ้นยุโรป STOXX 600 -0.65% จากแรงขายหุ้นกลุ่มเทค ฯ -3.6% ปรับลดลงตามกลุ่มเทค ฯ สหรัฐและเกาหลีใต้ เนื่องจากมูลค่าหุ้นกลุ่มเทค ฯ ที่อยู่ในโซนแพง ส่งผลให้ ASML -7.3%, ST Microelectronics ผู้ผลิตชิปฝรั่งเศส – อิตาลี -8.1% ขณะที่กลุ่มพลังงาน Shell +3.4% หลังบริษัทปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรของธุรกิจก๊าซในปีนี้ กอปรราคาน้ำมันดิบปรับจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง และสงครามรัสเซีย – ยูเครน ส่วนความเห็นของกรรมการ ECB ชนาเบล เผยภาวะเศรษฐกิจยูโรโซนยังไม่ปกติ และเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ในระดับ ซึ่งเธอสนับสนุนให้ ECB ปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.25% ในการประชุมวันที่ 22 – 23 ก.ค. นี้

·     ตลาดหุ้นเอชียวานนี้ ดัชนีนิเกอิ -2.1% จากแรงขายหุ้นกลุ่มโลหะที่ไม่ส่วนผสมของเหล็ก, ผลิตภัณฑ์โลหะ, เครื่องจักร และกลุ่มผู้ชิปที่ปรับลดลงตามกลุ่มเทค ฯ ของเกาหลีใต้ ส่วน Kosp i -4.91% นำโดย Samsung Electronics -6.9% แม้ว่าบริษัทคาดการณ์กำไรในงวด Q2/69 อยู่ที่ 5.86 หมื่น ล.ดอลลาร์สหรัฐ +1,181% YoY ถือเป็นสถิติสูงสุด ได้ปัจจัยหนุนจากอุปสงค์ชิป AI แต่ก็ถูกแรงขาย Sell On Fact จากความกังวลต่อ Capex ที่ใช้ในการลงทุนด้าน Hyperscaler ที่ค่อนสูงอาจจะไม่คุ้มค่าต่อเงินลงทุน ส่วนดัชนีเซี่ยงไฮ้ -1.26% จากความกังวลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจจีน หลัง World Bank คาด GDP จีนปีนี้จะชะลอตัวอยู่ที่ 4.4% และปีหน้าคาดที่ 4.3% สาเหตุมาจากปัญหาหนี้ภาคอสังหา ฯ จีนและอุปสงค์ของผู้บริโภคที่ฟื้นตัวช้า  สัปดาห์นี้วันพฤหัสติดตาม CPI จีน มิ.ย. คาดทรงตัวที่ +1.2% YoY และ PPI จีน มิ.ย. คาด +4.1% YoY

·     SET วานนี้ -0.79% ปริมาณการซื้อขาย 8.1 หมื่น ลบ.  พอร์ตโบรกขาย 1,845 ลบ. สถาบันขาย 3,498 ลบ. ต่างชาติซื้อ 1,054 ลบ. และรายย่อยซื้อ 4,289 ลบ. จากแรงขายกลุ่มอิเล็ก ฯ -2.48% นำโดย DELTA -2.5% ส่งผลลบต่อดัชนี -7.9 จุด หลังนักลงทุนกังวลต่ออุปสงค์ความต้องการชิปอาจผ่านพ้นจุดสูงสุดไปแล้ว เนื่องจากนักลงทุนยังไม่แน่ใจว่าการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ด้วยมูลค่ากว่าหลายแสน ล.ดอลลาร์สหรัฐ จะสามารถสร้างกำไรคุ้มค่ากับเงินลงทุนหรือไม่ ขณะที่หุ้นกลุ่มท่องเที่ยว, โรงไฟฟ้า ก็ปรับลดลงจากราคาน้ำมันดิบที่เริ่มปรับสูงขึ้น หลังเกิดเหตุยิงโจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน 3 ลำบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งล่าสุดสหรัฐได้ยกเลิกใบอนุญาตการขายน้ำมันดิบของอิหร่านแล้ว กอปรกับยูเครนได้ส่งโดรนเข้าโจมตีโรงกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่ในเมืองออมสค์ของรัสเซีย โดยเม็ดเงินลงทุนยังเลือกพักในกลุ่ม Dividend Play เช่น ธนาคาร , ไอซีที ส่วนประเด็นในประเทศที่ต้องติดตามในวันพรุ่งนี้ คือ ศาล รธน.จะอ่านคำวินิจฉัยต่อคำร้อง พรก.เงินกู้ 4 แสน ลบ. นั้นเข้าข่ายผิด กม.รธน.หรือไม่ ซึ่งหากไม่ผิด กม. ก็ส่งผลบวกต่องบลงทุนราว 2 แสน ลบ. ที่ใช้ในโครงการปรับโครงสร้างพลังงานในประเทศจากระบบฟอสซิลสู่พลังงานทดแทน  

 

  

 

Daily Strategy

 

  • ประเมินแนวรับดัชนี SET ที่ 1,590 – 1,600 แนวต้าน 1,610 – 1,620 คาดดัชนีทรงตัวระหว่างรอคำวินิจฉัยของ ศาล รธน.ในวันพฤหัสนี้ ต่อประเด็น พรก.เงินกู้ 4 แสน ลบ. ว่าจะเข้าข่ายผิด กม.รธน.หรือไม่ โดยเม็ดเงินคาดจะยังเข้าพักในหุ้นกลุ่ม Domestic Play แนะนำทยอยซื้อกลุ่มส่งเสริมการลงทุน เช่น BBL,KBANK,SCB,GULF,GPSC,BGRIM,AMATA,WHA,STECON,CK / กลุ่มไฟแนนท์ เช่น SAWAD,TIDLOR,AEONTS,TURBO ได้ประโยชน์จากต้นทุนการเงินอยู่ในระดับต่ำ / กลุ่มปันผลสูง เช่น ADVANC,TISCO,SIRI,SC / เก็งกำไร PTT,PTTEP,TOP,SPRC ตามราคาน้ำมันดิบที่ปรับสูงขึ้น 
  • THANI* (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 2.10 บาท) ในปี 69 บริษัทตั้งเป้าการปล่อยสินเชื่อใหม่ 7 หมื่นล้านบาท คิดเป็นการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อรวม +10-15%YoY การฟื้นตัวหลักมาจากอุปสงค์กลุ่มรถบรรทุกมือสองที่แข็งแกร่งขึ้น ขณะที่สินทรัพย์รอการขายลดลงสู่ระดับปกติ ส่วนภาพรวมคุณภาพสินเชื่อปรับตัวดีขึ้นจากความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ และค่าใช้จ่ายด้าน credit cost ไม่เกิน 2.00% ต้นทุนทางการเงินในปี 69 มีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง ตามแผนการออกหุ้นกู้ใหม่ทดแทนเงินกู้ระยะสั้นจากธนาคาร ทั้งนี้อิงจาก consensus ตลาดคาดกำไรปี 69-70 ที่ 1.26 พันล้านบาท +9%YoY และ 1.34 พันล้านบาท +7%YoY
  • STA* (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 21.89 บาท) ประเมินแนวโน้มการดำเนินงานของธุรกิจยางในช่วงที่เหลือของปีนี้ไปจนถึงปีหน้า ยังมีปัจจัยสนับสนุนทางด้านราคาขาย จากภาวะ Supply ขาดแคลน ได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศในปีเอลนีโญ และชาวสวนที่เปลี่ยนการปลูกจากยางไปเป็นปาล์มแทน ขณะที่มาร์จิ้นมีโอกาสจะสามารถขยับขึ้นได้อีกจาก EUDR ทั้งนี้ ทาง STA* วางเป้าปริมาณการขายยางในปี69 ที่ 6 ล้านตัน จากปี68 ที่1.4 ล้านตัน GPM ที่ราว 8-9%  ตลาดคาดกำไรสุทธิของ STA* ปี69 และ70 จะอยู่ที่ 2,257 ลบ.(พลิกกำไรจากขาดทุนสุทธิในปี68 ที่ -1,266 ลบ.) และ 2,489 ลบ.(+10%YoY) ตามลำดับ ในเชิง Valuation ยังน่าสนใจจาก Forward 69F PE ที่ 13x, PBV ที่ 0.5x และ Dividend Yield ที่ 4-5%

 

Daily Key Factors

Oil Update(+) WTI ส.ค. +$1.89 อยู่ที่ $70.44 / บาร์เรล, Brent ก.ย.+$2.17อยู่ที่ $74.16/บาร์เรล หลังเกิดเหตุโจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน 3 ลำบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้สหรัฐยกเลิกการอนุญาตให้อิหร่านขายน้ำมันดิบ กอปรยูเครนได้ส่งโดรนเข้าโจมตีโรงกลั่นน้ำมันของรัสเซียในเมืองออมสค์ 

 

Gold Update (-) Comex Gold  ส.ค. -$10.10 ปิดที่ 4,157.40 ดอลลาร์/ออนซ์ หลังราคาน้ำมันดิบปรับสูงขึ้นจากเหตุการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ และเหตุโดรนยูเครนโจมตีโรงกลั่นของรัสเซีย ซึ่งอาจส่งผลให้เงินเฟ้ออยู่ในระดับสูง ซึ่งเป็นผลลบต่อสัญญาทองคำ

 

Fund Flow(+) Fund Flow ต่างชาติในตลาด TIP วานนี้ซื้อสุทธิ +34.34 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยซื้อหุ้นไทย +31.64 ล.ดอลลาร์สหรัฐ  ขายหุ้นอินโด ฯ  -9.83 ล.ดอลลาร์สหรัฐ  และซื้อหุ้นฟิลิปปินส์ +12.53 ล.ดอลลารห์สหรัฐ

 

(-) ค่าเงินบาทเช้านี่อ่อนค่าอยู่ที่ 33.38 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

(-) ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี ปรับขึ้นอยู่ที่ 4.553 %

(+) ดัชนี BDI ปิด +78 จุด อยู่ที่ 2,875

(-) BitCoin เช้านี้  -0.41% อยู่ที่ 63,572 ดอลลาร์สหรัฐ

 

 Economic Calendar

 

ในประเทศ

07 ก.ค.     สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย แถลงสรุปภาวะตลาดตราสาร   

                  หนี้ไทย ไตรมาสที่ 2/69

สัปดาห์ที่2  กระทรวงพาณิชย์ แถลงดัชนีเศรษฐกิจการค้า

  ตลท. แถลงสรุปภาพรวมภาวะตลาดหลักทรัพย์

  ม.หอการค้าไทย แถลงดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค,

  ดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทย

  สภาธุรกิจตลาดทุนไทย แถลงผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นนัก 

  ลงทุนและอัพเดตสถานการณ์ลงทุน

ต่างประเทศ

06 ก.ค.      US ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการบริการ  (มิ.ย.)

09 ก.ค.      US ยอดขายบ้านมือสอง (Existing Home Sales)  (มิ.ย.)

                  US รายงานการประชุมของ FOMC

                  US จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก

 

 

Theme Strategy

ทยอยสะสมหุ้น Value Stock / High Dividend Yield / AI Infrastructure ได้ประโยชน์จากมาตรการลดค่าครองชีพ-กระตุ้นกำลังซื้อของรัฐฯ มาตรการสนับสนุนเม็ดเงินลงทุนภาครัฐและเอกชน

 

(1)High Dividend Yield กลุ่มธนาคารพาณิชย์ KBANK, KTB, SCB, TTB, BAY*, KKP*, TISCO กลุ่ม REIT CPNREIT*

 

(2) Anti-Commodity ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมัน-ก๊าซฯ ลดลง กลุ่มโรงไฟฟ้า BGRIM*, GPSC* กลุ่มบรรจุภัณฑ์ SCGP* กลุ่มวัสดุก่อสร้าง EPG*, SCC*, TOA* กลุ่มท่องเที่ยว-ขนส่ง-ร.พ. CENTEL*, MINT*, ERW*, AOT, BA, BH, BDMS, PR9*, BCH, CHG

 

(3) กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กฯ / ICT / AI Infrastructure / รับเหมาฯ-นิคมฯ-สาธารณูปโภค DELTA*, CCET*, KCE, HANA*, SMT*, ADVANC, TRUE, GULF*, ASEFA*, FTE*, TRT*, STECON, INSET*, AMATA, WHA, WHAUP*, EASTW*

 

(4) การลงทุนภาครัฐฯ เอกชน CK, SEAFCO*, PYLON*, GUNKUL*, BEM*, KGEN*

 

(5) สินเชื่อ-ไฟแนนซ์ / สินค้าอุปโภค-บริโภค MTC*, SAWAD*, TIDLOR*, SINGER*, SGC*, SCAP*, NCAP*, CPALL, CPAXT, CPN*, CRC, CBG*, ICHI*, OSP*, SAPPE*, TACC*

 

**หุ้นแนะนำเชิงกลยุทธ์ที่ยังไม่อยู่ใน Coverage ของฝ่ายวิจัย

 

Asset Allocation: Equity 50% Fixed Income 40% Alternative Investment etc. Gold 5% Cash 5%

 

Today Fundamental Research: -

 

 

Monthly Portfolio July 2026: GPSC*, CPN*, BH, MINT*, CPALL

 

 

Analysts

Apichai Raomanachai  

Fundamental and Technical Investment Analysis ID No.  002939

Tel  02-829-6999  Ext  2200

Email : apichai.ra@kfsec.co.th

Nopporn Chaykaew     

Fundamental Analysis ID No.  043964

Tel  02-829-6999  Ext  2203

Email : noppoen.ch@kfsec.co.th

Nattawat Poosunthornsri  

Fundamental Analysis ID No.  087077

Tel  02-829-6999  Ext  2204

Email : nattawat.po@kfsec.co.th

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

ตามสถานการณ์ By : เจ๊มดแดง

เจ๊มดแดง ไต่กิ่งมะม่วง ชั่วโมงนี้ ไม่มีอะไรดีไปกว่า เกาะติด ตามสถานการณ์ อย่างใกล้ชิด แม้เรื่องเดิม เดิม แต่ก็มี...

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้