ตลาดหุ้นไทยเหงาๆ เพื่อนจีนกับสหรัฐหยุด
REGION RADAR
• จำนวนยอดส่งมอบจอ OLED อยู่ที่ 2.7 ล้านยูนิต เพิ่มขึ้น 92% YOYและในปี 2026 คาดจะมียอดส่งมอบที่ 4.1 ล้านยูนิต เพิ่มขึ้น 51% YOYโดยได้แรงหนุนหลักจากเทรนด์การใช้หน้าจอ OLED ในการเล่นเกมมากขึ้น แนะนำเก็งกำไร ASUS (2357 TT) และ MSI (2377 TT)
• INTEL (INTC US) +10% หลังจากประธานาธิบดี DONALD TRUMPระบุผ่านแพลตฟอร์ม TRUTHSOCIAL ว่า INTEL ได้บรรลุข้อตกลงร่วมกับ APPLE ในการออกแบบและผลิตชิปภายในสหรัฐฯ นอกจากนี้TRUMP ระบุว่าจะหนุนให้ INTEL เป็นผู้นำในธุรกิจผลิตชิปของสหรัฐฯ
THAI FOCUS
• S&P GLOBAL RATINGS คงอันดับเครดิตไทยที่ BBB+ (STABLEOUTLOOK) สอดคล้องกับ MOODY’S ที่ระดับ BAA1 ช่วยรักษาต้นทุนทางการเงินและดึงดูดเงินลงทุนต่างชาติโดยคาด GDP ปีนี้จะโต2.0% จากความต่อเนื่องของนโยบายภาครัฐฯ
• ดังนั้น กลุ่มหุ้นที่อิงกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและนโยบายรัฐน่าสนใจช่วงนี้ ได้แก่ ธพ.(KBANK, BBL, KTB, TTB) ก่อสร้าง-พลังงานสาธารณูปโภค(CK, STECON, GPSC, GULF, CKP, WHAUP) และค้าปลีก-อุปโภคบริโภค(CPALL, BJC, OSP, ICHI, SAPPE)
SYNAPSE STRATEGY
• วันนี้ตลาดหุ้นขนาดใหญ่ ฮ่องกง, จีน, สหรัฐ หยุดทำการ ส่งผลให้มูลค่าซื้อขายตลาดหุ้นไทยเงียบๆ หน่อย แต่ในช่วงท้ายก่อนตลาดปิดอาจมีมูลค่าซื้อขายหนาแน่นจากการ REBALANCE ตาม FTSE มาชดเชย ส่วนค่าเงินบาทยังทรงตัวในโซนอ่อน จากนโยบายการเงินสหรัฐตึงตัวมากขึ้น
• กลยุทธ์ช่วงตลาดเงียบๆ คาดว่าเม็ดเงินจะสลับกลับมาหาหุ้นLAGGARD มีปัจจัยหนุนเฉพาะตัว PTTEP (สงครามรัสเซียยูเครน),ITC (แรงกด TARIFF ลดลง), CPF (ราคาหมูดีขึ้น)
HORIZON MARKET VIEW
สงครามผ่อนคลาย ทำตลาดหุ้นดีใจช่วงสั้น
วานนี้ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ดีดตัวขึ้นราว 0.1% - 1.9% หลังข้อตกลงสันติภาพ (ชั่วคราว) ระหว่างสหรัฐและอิหร่านช่วยสร้างความหวังว่าการกลับมาเปิดเส้นทางขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ จะช่วยลดแรงกดดันเงินเฟ้อล่าสุดสหรัฐฯ ประกาศยุติการปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งส่งผลให้การขนส่งทางเรือเริ่มกลับมาอีกครั้ง พร้อมเข้าสู่กระบวนการเจรจาเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านเป็นเวลา 60 วันอย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันในระยะสั้นมีโอกาสกลับมาได้รับแรงหนุนจากความตึงเครียดระหว่างรัสเซียและยูเครนที่ปะทุขึ้นอีกครั้ง หลังยูเครนส่งฝูงโดรนโจมตีเกือบ 1,000 ลำ เข้าถล่มเป้าหมายในกรุงมอสโกและหลายภูมิภาคของรัสเซีย โดยมุ่งเป้าไปยังโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและโรงกลั่นน้ำมันสำคัญ
สำหรับ ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากสงครามในตะวันออกกลาง ทำให้เงินเฟ้อของประเทศต่างๆ พุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยฯโดยเฉพาะฟิลิปปนส์ สหรัฐฯ ยุโรป รวมถึงไทย ทั้งนี้วันที่ 25 มิ.ย. 69 รอติดตามตัวเลขเงินเฟ้อ PCE สหรัฐฯ เดือนพ.ค. ตลาดคาด 4.1%YOY ทำจุดสูงสุดในรอบ 3 ปี
ขณะที่ธนาคารกลางขนาดใหญ่หลายแห่ง เริ่มใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้น (HAWKISH) เพื่อควบคุมเงินเฟ้อพุ่งอาทิ การปรับขึ้นดอกเบี้ยของ BOJเป็น 1.00% (สูงสุดรอบ 31 ปี) และ ECB เป็น 2.25% (ครั้งแรกรอบ 3 ปี) พร้อมกับส่งสัญญาณปรับขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมในปีนี้ ขณะที่ FED ปรับคาดการณ์ดอกเบี้ยปีนี้ เพิ่มขึ้นเป็น 3.8% (เดิม3.4%)
REGION RADAR
เทรนด์การใช้จอคอม OLED MONITOR มาแรงจากการเล่นเกมและ AIในปี 2025 ที่ผ่านมา จำนวนยอดส่งมอบจอ OLED อยู่ที่ 2.7 ล้านยูนิต เพิ่มขึ้น 92% YOY และในปี 2026 คาดจะมียอดส่งมอบที่ 4.1 ล้านยูนิต เพิ่มขึ้น 51% YOY โดยได้แรงหนุนหลักจากเทรนด์การใช้หน้าจอ OLED ในการเล่นเกมมากขึ้น โดยเฉพาะวงการ E-SPORT เนื่องจากภาพมีความคมชัดมากสุดและเร็วกว่าเมื่อเทียบกับจอรุ่นก่อนอย่าง LCD นอกจากนี้ ยังได้แรงหนุนจากเทรนด์การมาของ AI PC ที่จะมีการเปลี่ยนมาใช้จอ OLED MONITOR
โดยเรามองหุ้นที่จะได้ประโยชน์จากเทรนด์นี้ น่าสนใจอยู่ 2 บริษัท ได้แก่ ASUSTEK COMPUTER (2357 TT)เนื่องจากเป็นผู้นำด้านจอ OLED MONITOR เบอร์ 1 ของโลก และ MICRO-STAR INTERNATIONAL (2377 TT)เนื่องจากมีรายได้หลักมาจากธุรกิจเกม
TRUMP ประกาศดีลระหว่าง INTEL และ APPLE
INTEL(INTC US) +10% หลังจากประธานาธิบดี DONALD TRUMP ระบุผ่านแพลตฟอร์ม TRUTHSOCIAL ว่า
INTEL ได้บรรลุข้อตกลงร่วมกับ APPLE ในการออกแบบและผลิตชิปภายในสหรัฐฯ โดยได้กล่าวเพิ่มเติมว่า “ช่วงที่ผ่านมา หุ้นของ INTEL ปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งอย่างเห็นได้ชัด หลังจากที่ต้องเผชิญกับความยากลำบากและการสูญเสียตำแหน่งผู้นำตลาดมานานหลายปี โดยในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ราคาหุ้นทะยานขึ้นถึง 464% ส่งผลให้มูลค่าตลาดของบริษัทพุ่งสู่ระดับ $6.08 แสนล้าน” นอกจากนี้ TRUMP ระบุว่าจะหนุนให้ INTEL เป็นผู้นำในธุรกิจผลิตชิปของสหรัฐฯ
THAI FOCUS
S&P คงเรตติ้งไทย BBB+ สัญญาณบวกหนุนเศรษฐกิจและโอกาสในตลาดหุ้น
สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ S&P GLOBAL RATINGS ได้คงอันดับความน่าเชื่อถือของไทยไว้ที่ระดับ BBB+พร้อมกับคงมุมมองความน่าเชื่อถือในระดับมีเสถียรภาพ (STABLE OUTLOOK) สอดคล้องกับมุมมองของMOODY'S ที่ระดับ BAA1 (STABLE) โดยจากการประเมินของ S&P ภาพรวมเศรษฐกิจไทยมีปัจจัยพื้นฐานที่ช่วยประคองการเติบโตและจำกัดความเสี่ยงในหลายมิติ ดังนี้:
1. การเติบโตทางเศรษฐกิจที่รอการฟื้นตัว: S&P ประเมินว่าแนวโน้มเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้ในระดับ2.0% ในปี 2569 ก่อนที่จะเริ่มทยอยฟื้นตัวอย่างชัดเจนในช่วงหลังจากนั้น
2. ความแข็งแกร่งของภาคต่างประเทศ: จุดแข็งสำคัญของไทย คือ ดุลบัญชีเดินสะพัดและทุนสำรองระหว่างประเทศที่ยังคงแข็งแกร่ง
3. ความต่อเนื่องของนโยบายรัฐบาล: S&P มองว่าการจัดตั้งรัฐบาลใหม่จะช่วยเป็นแรงหนุนสำคัญให้การดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจ การเบิกจ่ายงบประมาณ และโครงการลงทุนต่างๆ อย่างต่อเนื่อง
4. ความท้าทายด้านการคลัง: อย่างไรก็ตาม S&P ยังคงคาดว่าไทยจะยังคงเผชิญกับการขาดดุลการคลังที่ระดับ 3.2% ของ GDP ซึ่งเป็นผลมาจากการใช้จ่ายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุนของภาครัฐ
การรักษาอันดับความน่าเชื่อถือที่ BBB+ ไว้ได้ ส่งผลดีโดยตรงต่อการรักษาระดับต้นทุนทางการเงินของทั้งภาครัฐและเอกชนไม่ให้พุ่งสูงขึ้น และยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยดึงดูดกระแสเงินทุนต่างชาติ (FUND FLOW) ให้ยังคงมองตลาดหุ้นไทยเป็นหนึ่งในเป้าหมายการลงทุนที่ปลอดภัยในภูมิภาค ส่วนหุ้นกลุ่มที่น่าลงทุนในช่วงนี้เน้นกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากความต่อเนื่องของนโยบายรัฐและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ อาทิ ธพ.(KBANK BBL KTBTTB) ก่อสร้าง พลังงาน และสาธารณูปโภค(CK STECON GPSC GULF CKP WHAUP) ค้าปลีกและอุปโภคบริโภค(CPALL BJC OSP ICHI SAPPE)
SYNAPSE STRATEGY
ตลาดเงียบ เงินจำกัด คาดหมุนมาหุ้นย่อ
วันนี้ตลาดหุ้นขนาดใหญ่ ฮ่องกง, จีน, สหรัฐ หยุดทำการ ส่งผลให้มูลค่าซื้อขายตลาดหุ้นไทยเงียบๆ หน่อย แต่ในช่วงท้ายก่อนตลาดปิดอาจมีมูลค่าซื้อขายหนาแน่นจากการ REBALANCE ตาม FTSE มาชดเชย โดยมีหุ้นถูกเพิ่มน้ำหนัก อาทิ GULF, AOT, MTC, EA ส่วนค่าเงินบาทยังทรงตัวในโซนอ่อน จากนโยบายการเงินสหรัฐตึงตัวมากขึ้น
กลยุทธ์ช่วงตลาดเงียบๆ คาดว่าเม็ดเงินจะสลับกลับมาหาหุ้น LAGGARD มีปัจจัยหนุนเฉพาะตัว PTTEP(สงครามรัสเซียยูเครน), ITC (แรงกด TARIFF ลดลง), CPF (ราคาหมูดีขึ้น)
จัดทำโดย
ภราดร เตียรณปราโมทย์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์
ภวัต ภัทราพงศ์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์
เลขทะเบียนนักวิเคราะห์: 117985
สิริลักษณ์ พันธ์วงค์
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์
ธนกฤต สัจจมงคล
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์