AT THE OPEN (#ATO)
SET Index ยังถูกปัจจัยภายนอกยังกดดัน
หุ้นเด่นเลือก TTB CPF
Market Strategy
SET Index คาดแกว่งพักตัวตามกรอบ 1590-1610 จุด ปัจจัยภายนอกความผันผวนของราคาน้ำมัน และ U.S. Bond Yield ที่ค้างสูงยังคงเป็นปัจจัยกดดัน ด้านปัจจัยในประเทศผลการประชุมบอร์ด Data Center มีกำหนดเกณฑ์ขึ้นบ้างแต่ไม่สามารถขับเคลื่อนหุ้นที่เกี่ยวข้อง หุ้นวันนี้เลือก TTB CPF
ราคาน้ำมันดิบ Brent ที่ยังยืนสูงหลังวานนี้ปรับขึ้น 3.4% มายืนที่ 106.5 เหรียญฯ แต่เช้านี้มีรายงานสหรัฐฯ และอิหร่านกำลังพิจารณาข้อตกลงเปิดฮอร์มุซโดยมีกาตาร์เป็นตัวกลางซึ่งความไม่แน่นอนยังทำให้ราคาน้ำมันยังคงผันผวน แต่การยังอยู่สูงกว่าระดับ 100 เหรียญฯ ยังคงเป็นความเสี่ยงต่อเงินเฟ้อ นโยบายการเงินที่เข้มงวดของ FED ต่อไป ส่งผลต่อ U.S. Bond Yield ยืนสูง เป็นปัจจัยกดดันต่อตลาดหุ้น โดยหุ้นในกลุ่ม Yield Sensitive อย่างโรงไฟฟ้า ไฟแนนซ์ จะยังถูกกดดันสวนทางกลุ่มพลังงานและธนาคารยังประคองตลาด ซึ่งเรายังชอบ BCP TTB ด้านการประชุมระหว่างประธานาธิบดีทรัมป์-สี เห็นตรงกันในเรื่องการพัฒนา AI ในเชิงสร้างผลประโยชน์ร่วม โทนโดยรวมยังเป็นไปเน้นรักษาเสถียรภาพความสัมพันธ์มากกว่าบรรลุข้อตกลงเชิงโครงสร้างมองผลต่อตลาดจำกัด
ปัจจัยในประเทศมีความคืบหน้าการประชุมบอร์ด Data Center (DC) มีมติเห็นชอบในหลักการกำหนดนิยาม DC ตามการใช้ไฟ โดยกำหนดเกณฑ์ DC ขนาด 0.5 MW ขึ้นไปต้องจดแจ้งกับกระทรวง DE สำหรับการจัดทำเกณฑ์มาตรฐานขั้นต่ำและแนวทางปฏิบัติจะทำให้แล้วเสร็จในเดือน ก.ย.69 ซึ่งเรามองเป็นกลางต่อความคืบหน้าข้างต้น เพราะให้น้ำหนักไปที่ความชัดเจนแนวทางปฏิบัติขั้นต่ำและกรอบเวลาบังคับใช้มากกว่า หากออกมาในเชิงเข้มงวด อาจสร้างความกังวลต่อความ ล้าช้าแผนการลงทุนของผู้ประกอบการ DC ได้เช่นกัน
ประเด็นติดตามวันนี้ส่งออก/นำเข้าไทยเดือน ส.ค. คาดขยายตัว 24.8%/30.0%YoY เทียบกับเดือนก่อนขยายตัว 21.6%/36.7%YoY คาดว่าแรงหนุนยังมาจากสินค้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ตาม AI Demand ที่เร่งตัวดีต่อหุ้น DELTA HANA แต่อย่างไรก็ตาม สภาพแวดล้อมที่ Bond Yield ที่ยังอยู่ระดับสูงจะเป็นปัจจัยที่จำกัดการปรับตัวขึ้น
Market Summary
SET Index ปรับตัวลงตามภูมิภาค หลังราคาน้ำมันดิบ Brent พุ่งหนุนกลุ่มพลังงานอย่าง BCP (+3.69%) และ PTT (+2.98%) จากความกังวลอุปทานอิหร่าน แต่ความเสี่ยงเงินเฟ้อและ Yield ที่ดีดตัวกดดัน Valuation ภาพรวม โดยถูกถ่วงน้ำหนักจาก BEM (-5.04%) หลัง CK ขายบิ๊กล็อตราคาต่ำกระดาน, GULF (-2.81%) จากกังวล Singtel พ้น Lock Up 90 วันและแผน Data Center ล่าช้า รวมถึงกลุ่มไฟแนนซ์ TIDLOR (-2.82%) และ MTC (-1.68%) ที่รับแรงกดดันจากต้นทุนน้ำมันกระทบความสามารถชำระหนี้
DAILY Stock Pick
TTB
หลบความผันผวน
เป้าหมายเชิงกลยุทธ์ 3.30 บาท
ภาวะ Bond yield อยู่ในระดับสูงเป็นบวกกับกลุ่มธนาคาร ขณะที่อัตราเงินปันผลปี 69-70 อยู่ระดับ 6% ช่วยจำกัด Downside
เราคาด EPS ปี 69 โต 20%YoY สูงกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่ม จากรายได้ค่าธรรมเนียมที่โตขึ้นและ credit cost ที่ลดลง
Technical View
แนวรับ : 3.12 บาท
แนวต้าน : 3.20 บาท
จุดตัดขาดทุน : 3.08 บาท
WEEKLY Stock Pick
CPF
โอกาสสะสม กำไรโตเด่นสุดในกลุ่ม
เป้าหมายเชิงกลยุทธ์ 27.25 บาท
เราคาดว่าราคาหมูและไก่ในไทยอยู่ในรอบการฟื้นตัวใน 2H69 จากอุปทานที่ตึงตัว ขณะที่การส่งออกฟื้นตามปัจจัยฤดูกาล
เราคาดกำไรโต YoY ตั้งแต่ 3Q69 อย่างน้อยถึงปี 70 โดยปี 70 เราคาดกำไรโตถึง 30%YoY สูงที่สุดในกลุ่ม ขณะที่อัตราเงินปันผล 4-5% จำกัด Downside
Technical View
แนวรับ : 22.80 บาท
แนวต้าน : 24.50 บาท
จุดตัดขาดทุน : 22.00 บาท
KEY FACTOR
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ อายุ 30 ปีขึ้นแตะ 5.48% สูงสุดตั้งแต่ปี 2004 ขณะที่ 10 ปีทรงตัวเหนือ 5% หลังเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังแข็งแกร่ง ราคาน้ำมันกลับมาปรับขึ้นมาเกิน 100 เหรียญฯ ส่งผลให้ตลาดเพิ่มน้ำหนักต่อการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed ในปีนี้เพิ่มเป็น 2 ครั้ง กดดันต่อทิศทางค่าเงินบาทสัปดาห์นี้อ่อนค่ายืนที่ 33.44 เหรียญ สภาพแวดล้อมข้างต้นคาดเป็นปัจจัยที่จำกัดการไหลเข้าของ ทิศทาง Fund Flow ต่างชาติ
ตลาดหุ้นคาดจะได้รับผลเชิงลบด้วยเช่นกันโดยหุ้นกลุ่ม Yield Sensitive อย่างกลุ่มโรงไฟฟ้า กลุ่มไฟแนนซ์ ยังมีโอกาสถูกดดัน สวนทางกับหุ้นกลุ่มพลังงานและธนาคารที่คาดจะเป็นกลุ่มที่มาช่วยประคองตลาดซึ่งเราชอบ BCP TTB
EYES ON
25 ก.ย. ส่งออกไทยเดือน ส.ค
นักกลยุทธ์ : ธีรเศรษฐ์ พรหมพงษ์, IAA | ชาญชัย พันทาธนากิจ, IAA | ออมทรัพย์ โง้วศิริ, IAA โทร. 02 658 5000