Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.เมย์แบงก์ : AT THE OPEN

34


AT THE OPEN (#ATO)
SET Index คาดผันผวนก่อนประชุมทรัมป์-สี
หุ้นเด่นเลือก DELTA CPF

Market Strategy


SET Index คาดผันผวนตามกรอบ 1580-1595 จุด สัปดาห์นี้จับตาการประชุมทรัมป์-สี วันที่ 24 ก.ย. ด้านปัจจัยในประเทศมี Sentiment ที่ดีจาก Fitch Rating ปรับมุมมองความน่าเชื่อถือขึ้นเป็น “Stable” หุ้นเด่นเลือก DELTA CPF
ปัจจัยสำคัญสัปดาห์นี้ คือ การประชุมระหว่างประธานาธิบดีสหรัฐฯ-จีน วันที่ 24 ก.ย. ซึ่งคาดว่าจะหารือในเรื่องการค้าภาษี เกณฑ์ความปลอดภัยด้าน AI และสงครามอิหร่าน ซึ่งจะมีผลต่อ Sentiment การลงทุน ซึ่งคาดว่าจะเป็นการพยายามรักษาความสัมพันธ์ไม่ให้ตึงเครียดกว่าเดิม (เช่น การขยายระยะ Trade Truce จากเดิมหมดอายุ 10 พ.ย. 69) มากกว่าจะมีดีลสำคัญเกิดขึ้น ทั้งนี้หากพิจารณาการตอบสนองของตลาดหุ้นไทยในการประชุมสองผู้นำรอบก่อน (ระหว่างวันที่ 14-15 พ.ค.69) ก่อนการประชุม 3 วัน SET Index ปรับขึ้น 3.4% โดยมีกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ นำตลาด ในเชิงกลยุทธ์สำหรับเก็งกำไรก่อนการประชุมที่คาดหวังจะไม่มีการยกระดับความตึงเครียดการค้า แนะนำเก็งกำไร DELTA สำหรับบ้านเราติดตามนายกฯ (20-26 ก.ย.) เยือนญี่ปุ่น-สหรัฐฯ-อังกฤษ หากมีความคืบหน้าด้านการค้า การลงทุนจะเป็นบวกต่อหุ้นกลุ่มส่งออก (TU ITC CPF) กลุ่มลงทุน (ชอบ AMATA)

 

Fitch Rating ปรับมุมมองความน่าเชื่อถือ (Outlook) ของไทยจาก “Negative” เป็น “Stable” แต่คงอันดับเครดิตเรทติ้งที่ “BBB+” จากความมั่นคงทางการเมือง ความต่อเนื่องของนโยบาย รองรับวิกฤตราคาพลังงานได้ดีกว่าคาดสนับสนุนจากการลงทุนด้าน AI และ Data Center การบริโภคภายในประเทศและสัดส่วนหนี้ภาครัฐต่อ GDP ที่คุมได้ดีกว่าคาด มอง Slightly Positive ช่วยลดความเสี่ยงเรื่องปรับลดเครดิตเรทติ้งแต่ผลต่อตลาดหุ้นคาดจำกัดเนื่องจากปรับขึ้นมาใกล้กับ Credit Agency เดิมอย่าง Moody’s และ S&P


มาตรการไทยช่วยไทยพลัส รัฐบาลเผยว่าจะมีการขยายอายุโครงการ 2 เดือนช่วง ต.ค.-พ.ย.69 ในรูปแบบ 60/40 ซึ่งจะเติมเงินให้ 1,000 บาท (ใช้ภายใน 2 เดือน) ถือว่าน้อยกว่าที่หลายฝ่ายคาดว่าจะให้เดือนละ 1000 บาท เนื่องจากข้อจำกัดวงเงินที่เหลือประมาณ 5 หมื่นล้านบาท ซึ่งเตรียมเสนอ ครม.ในวันที่ 22 ก.ย.ต่อไป เรามองกลางต่อการขยายเวลาโครงการเนื่องจากเป็นการประคองมากกว่ากระตุ้นเศรษฐกิจ ผลต่อประมาณการกำไร บจ จึงเป็นไปอย่างจำกัด สำหรับหุ้นที่ได้ประโยชน์เชิง Sentiment เช่น BJC ICHI MTC TIDLOR


Market Summary
SET Index ปิดที่ 1,584.15 จุด (+0.05%) มูลค่าซื้อขาย 7.13 หมื่นลบ. ผันผวนปรับขึ้นช่วงแรกตามตลาดต่างประเทศแต่ระหว่างวันผันผวนตามแรง Rebalance ของ FTSE หุ้นกลุ่มบวกเด่นกลุ่มอิเล็กฯ +0.3% ตามเทคต่างประเทศ กลุ่มวัสดุก่อสร้างฯ +1.4% จาก SCC ที่ได้แรงหนุนจากโรงงาน ROC กลับมาเปิดผลิต SCGP (+1.63%) จากดีมานด์บรรจุภัณฑ์ฟื้นตัว AAV (+3.66%) คลายกังวลเรื่องเพิ่มทุนและคาดผลประกอบการผ่านจุดต่ำสุดใน 2Q69, ส่วนหุ้นกดดันตลาด คือ BCP (-2.75%) จากความกังวลมาตรการลดราคาดีเซลกระทบค่าการกลั่น และ TU (-3.05%) หลังถูก FTSE ลดน้ำหนักการลงทุน ต่างชาติซื้อสุทธิเล็กน้อย 465 ล้านบาท

 

 

DAILY Stock Pick
DELTA
สถิติฟื้นแรงช่วงประชุมสหรัฐ-จีน
เป้าหมายเชิงกลยุทธ์ 313.00 บาท
กลุ่ม ETRON ให้ผลตอบแทนเป็นบวก 9.3% สูงที่สุดในรายกลุ่ม เทียบกับ SET +3.3% ในช่วงก่อนประชุม 3 วันระหว่างสหรัฐกับจีน ซึ่งในรอบนี้จัดขึ้นวันที่ 24 ก.ย. 69
เราคาดกำไร 2H69 อยู่ที่ 1.8 หมื่นลบ. (+27%HoH) หนุนจาก GPM และยอดขายที่ดีขึ้น พร้อมกับโรงงานใหม่เริ่มรับรู้รายได้ในช่วง 2H69 เช่นกัน


Technical View
แนวรับ : 240.00 บาท
แนวต้าน : 252.00 บาท
จุดตัดขาดทุน : 235.00 บาท

 

 

WEEKLY Stock Pick
CPF
โอกาสสะสม กำไรโตเด่นสุดในกลุ่ม
เป้าหมายเชิงกลยุทธ์ 27.25 บาท
เราคาดว่าราคาหมูและไก่ในไทยอยู่ในรอบการฟื้นตัวใน 2H69 จากอุปทานที่ตึงตัว ขณะที่การส่งออกฟื้นตามปัจจัยฤดูกาล
เราคาดกำไรโต YoY ตั้งแต่ 3Q69 อย่างน้อยถึงปี 70 โดยปี 70 เราคาดกำไรโตถึง 30%YoY สูงที่สุดในกลุ่ม ขณะที่อัตราเงินปันผล 4-5% จำกัด Downside

 


Technical View
แนวรับ : 22.80 บาท
แนวต้าน : 24.50 บาท
จุดตัดขาดทุน : 22.00 บาท

KEY FACTOR
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ พักตัวในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังเกิดแรง Buy on Fact หลังการประชุม Fed โดยตลาดเริ่มซึมซับการขึ้นดอกเบี้ย 25 bps และท่าที Hawkish ไปพอสมควร ขณะที่ราคาน้ำมันที่ย่อตัวช่วยลดความกังวลด้านเงินเฟ้อบางส่วน ทำให้ตลาดเริ่มกลับมาให้น้ำหนักกับปัจจัยใหม่ในสัปดาห์นี้ โดยมีประเด็นหลักอยู่ที่การพบกันระหว่าง Trump–Xi วันที่ 24 ก.ย. ตลาดจับตาความคืบหน้าการเจรจาการค้า ทั้งอัตราภาษีนำเข้า แร่หายาก เทคโนโลยี/AI รวมถึงการซื้อสินค้าเกษตรและเครื่องบินจากสหรัฐฯ โดยก่อนหน้าจะมีการหารือระหว่าง Scott Bessent และ He Lifeng ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งอาจทำให้ประเด็นสหรัฐฯ และจีนเริ่มมีผลต่อตลาดตั้งแต่ต้นสัปดาห์ นอกจากนี้ติดตาม UN General Assembly ตั้งแต่ 22 ก.ย. ซึ่งจะเป็นวันแรกของการอภิปรายทั่วไป ที่ผู้นำประเทศต่างๆจากทั่วโลกจะขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ เพื่อแสดงจุดยืนต่อประเด็นโลก ซึ่งจะต้องจับตา ประเด็นตะวันออกกลาง ยูเครน และ มาตรการคว่ำบาตร ที่อาจกระทบทิศทางราคาน้ำมัน ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ ได้แก่ การกำหนดดอกเบี้ยนโยบายของจีน (วันที่ 21 ก.ย.) Flash PMI สหรัฐฯ และ Eurozone (วันที่ 23 ก.ย.) รวมถึงถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ Fed ที่จะทยอยออกมาในระหว่างสัปดาห์ หลังการประชุม FOMC ล่าสุด

EYES ON
21 ก.ย. ดอกเบี้ย LPR จีน
23 ก.ย. ดัชนี PMI สหรัฐฯ
24 ก.ย. ประชุม Trump-Xi

 


นักกลยุทธ์ : ธีรเศรษฐ์ พรหมพงษ์, IAA | ชาญชัย พันทาธนากิจ, IAA | ออมทรัพย์ โง้วศิริ, IAA โทร. 02 658 5000

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

เล่นกันต่อ By : เจ๊มดแดง

เจ๊มดแดง ไต่กิ่งมะม่วง วันนี้ ตลาดหุ้นไทย ก็เล่นกันต่อไป ตามทิศทางตลาดหุ้นทั่วโลก วันพรุ่งนี้ ครม. พิจารณา....

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้