Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.เอเซีย พลัส : บทวิเคราะห์ภาวะตลาดหุ้นรายวัน

41

  


ฟื้น…ไม่แรง


HORIZON MARKET VIEW
• ตลาดการเงินโลกเริ่มต้นสัปดาห์ในเชิงบวก โดยสัญญา S&P 500 FUTURES ปรับขึ้น0.2% และเช้านี้ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ +1.4% ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์เคลื่อนไหวในกรอบแคบ หลังปัจจัยแวดล้อมที่เคยกดดัน มีสัญญาณผ่อนคลายลง ได้แก่
• ความกังวลเบาลงในประเด็นทิศทางดอกเบี้ยโลกเร่งตัว หลัง BOJ มีมติไม่เอกฉันท์ 7:2ปรับขึ้นดอกเบี้ย 25 BPS. สู่ระดับ 1.25%
• ราคาน้ำมันเริ่มไม่ต้อบสนองกับประเด็นสงคราม โดย BLOOMBERG รายงานการขนส่งน้ำมันและ LNG ผ่านช่องแคบฮอร์มุซเพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 6 เดือนในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา
• จับตาการเจรจาระหว่างเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ และจีน ซึ่งเป็นการปูทางสู่การประชุมระหว่างผู้นำทั้งสองประเทศภายในสัปดาห์นี้

 

REGION RADAR
• ประธานาธิบดีจีน XI JINPING มีกำหนดการเข้าพบและประชุมสุดยอดกับประธานาธิบดีสหรัฐฯ DONALD TRUMP ในวันที่ 24 ก.ย. ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ซึ่งการพบกันของทั้งสองฝ่ายนี้จะมีการร่วมหารือในประเด็นสำคัญระดับโลก อาทิข้อตกลงพักรบทางการค้าและภาษี
• SANDISK เตรียมเข้าคำนวณในดัชนี S&P 100 คืนนี้ หลังตลาดสหรัฐฯ ปิด ขณะที่ BLOOM ENERGY เตรียมเข้าคำนวณในดัชนี S&P500 คืนนี้เช่นกันหลังตลาดสหรัฐฯ ปิด คาดจะมีแรงเข้ามาเก็งกำไรระยะสั้น แนะนำเก็งกำไร DR: SNDK80 และ DR: BE03


THAI FOCUS
• 3 แรงหนุนเศรษฐกิจไทยในช่วงนี้ 1. FITCH ปรับ OUTLOOK เป็นSTABLE ที่ BBB+ ช่วยหนุนความเชื่อมั่นและโอกาส FUND FLOWต่างชาติกลับไทย
• 2. รัฐเตรียมต่อไทยช่วยไทย พลัส เฟส 2 วงเงินราว 5 หมื่นล้านบาท(แจก 1,000 บาท ระยะเวลา 2 เดือน) หนุนภาคบริโภคฟื้นต่อ สร้างSENTIMENT เชิงบวกต่อ CPALL, CPAXT, CRC, BJC, OSP, CBG
• 3.ตลาดคาดส่งออกไทยโตต่อในเดือน ส.ค.69 +24.8%YOY เร่งตัวขึ้นจาก 21.6% ในเดือนก่อนหน้าและช่วยหนุนประมาณการ GDP ไทย

 

SYNAPSE STRATEGY

• แรงกดดันตลาดหุ้นยังค้างอยู่ นักลงทุนกังวลเงินเฟ้อสูง ดอกเบี้ยยืนสูง พลังงานแถบยุโรปบางที่เริ่มขาดแคลน แต่ความกลัวลดลงบ้าง หลัง
รับข่าว FED BOJ ขึ้นดอกเบี้ย ราคาน้ำมันเริ่มย่อตัวลง 3 วันติด
• ส่วนหุ้นไทย FUND FLOW ที่ชะลอ จึงเห็นการสลับ SECTOR จาก หุ้นGLOBAL ที่ผันผวนสู่ DOMESTIC และจากหุ้นที่ขึ้นมาเยอะสู่หุ้นที่LAGGARD จึงแนะนำหุ้นกลุ่ม Q4 กำไรดีราคา LAGGARD BDMS,BCH, CBG, CPN, BJC, THAI, CENTEL, ERW, MTC, TIDLOR

 

HORIZON MARKET VIEW
ปัจจัยแวดล้อมที่เคยกดดัน มีสัญญาณผ่อนคลาย
ตลาดการเงินโลกเริ่มต้นสัปดาห์ในเชิงบวก โดยสัญญา S&P 500 FUTURES ปรับขึ้น 0.2% และเช้านี้ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ +1.4% ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์เคลื่อนไหวในกรอบแคบ หลังปัจจัยแวดล้อมที่เคยกดดัน มีสัญญาณผ่อนคลายลง ได้แก่

• ความกังวลเบาลงในประเด็นทิศทางดอกเบี้ยโลกเร่งตัว หลัง BOJ มีมติไม่เอกฉันท์ 7:2 ปรับขึ้นดอกเบี้ย25 BPS. สู่ระดับ 1.25% ตามตลาดคาด โดยมี 2 เสียงคัดค้าน ได้แก่ TOICHIRO ASADA, AYANOSATO เป็นผลให้ค่าเงินเยนอ่อนค่าลงสู่ระดับ 156.95 เยน/ดอลลาร์ (หนุนค่าเงินดอลลาร์ทะลุ 100)เนื่องจากไม่มีสัญญาณที่ชัดเจนว่า BOJ จะใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้นในอนาคตจากแถลงการณ์ครั้งนี้ ทำให้ความกังวลผ่อนคลายลงในเรื่อง UNWIND YEN CARRY TRADE (เม็ดเงินไหลกลับญี่ปุ่น ทำให้เงินเยนแข็งค่าเร็ว)


• ราคาน้ำมันเริ่มไม่ต้อบสนองกับประเด็นสงคราม โดยกาตาร์เปิดเผยว่ามีความพยายามทางการทูตระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านเพื่อลดความตึงเครียดในภูมิภาค อีกทั้ง BLOOMBERG รายงานการขนส่งน้ำมันและ LNG ผ่านช่องแคบฮอร์มุซเพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 6 เดือนในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา

• เตรียมจับตาการเจรจาระหว่างเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ และจีน ซึ่งเป็นการปูทางสู่การประชุมระหว่างผู้นำทั้งสองประเทศภายในสัปดาห์นี้ ขณะที่การเจรจาดังกล่าวคาดครอบคลุมประเด็นการค้า,การลงทุน, AI, สถานการณ์อิหร่าน และการขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจ รวมถึงข้อตกลงพักรบทางการค้าที่จะหมดอายุในเดือน พ.ย. นี้ ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญต่อทิศทางการค้าโลกในระยะถัดไป


จับตา XI JINPING พบ DONALD TRUMP ในสัปดาห์นี้
ประธานาธิบดีจีน XI JINPING มีกำหนดการเข้าพบและประชุมสุดยอดกับประธานาธิบดีสหรัฐฯ DONALDTRUMP ในวันที่ 24 ก.ย. ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ซึ่งการพบกันของทั้งสองฝ่ายนี้จะมีการร่วมหารือในประเด็นสำคัญระดับโลก อาทิข้อตกลงพักรบทางการค้าและภาษี การควบคุมและการแข่งขันด้านเทคโนโลยีAI ชิปขั้นสูงและ RARE EARTHS อย่างไรก็ตาม ได้มีการเจรจาหารือกันล่วงหน้าระหว่างรัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ และรองนายกรัฐมนตรีจีนที่สหรัฐฯ โดยทาง SCOTT BESSENT ระบุว่าการเจรจากับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของจีนนับว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก ซึ่งเรามองเป็น SENTIMENT บวกต่อการประชุมของ 2 ผู้นำในสัปดาห์นี้ หากการประชุมประสบความสำเร็จจะเป็นบวกต่อหุ้นเทคที่มีสัดส่วนรายได้จากจีน อาทิ DR: NVDA80 และ DR: AMAT01

SANDISK และ BLOOM ENERGY เตรียมเข้าคำนวณในดัชนีหลังตลาดสหรัฐฯ ปิด
SANDISK เตรียมเข้าคำนวณในดัชนี S&P 100 คืนนี้หลังตลาดสหรัฐฯ ปิด ขณะที่ BLOOM ENERGY เตรียมเข้าคำนวณในดัชนี S&P 500 คืนนี้เช่นกันหลังตลาดสหรัฐฯ ปิด โดยการที่หุ้นได้ถูกเข้าคำนวณในดัชนี S&P 100และ S&P 500 คาดจะมีแรงเข้ามาเก็งกำไรระยะสั้น ประกอบกับพื้นฐานทั้งสองบริษัทถือว่าแข็งแกร่งมากในช่วงปีนี้เนื่องจากกำลังอยู่ในช่วง BOTTLENECK และเป็นที่ต้องการมากจาก HYPERSCALERS แนะนำเก็งกำไร DR:SNDK80 และ DR: BE03

 

THAI FOCUS
3 สัญญาณบวกเศรษฐกิจไทย หนุนส่งผ่านสู่ตลาดหุ้นในระยะถัดไป
ภาพรวมเศรษฐกิจไทยกำลังได้รับแรงขับเคลื่อนสำคัญจาก 3 ปัจจัยหลัก ดังนี้
1. FITCH ปรับ OUTLOOK ประเทศไทยเป็น STABLE บนอันดับความน่าเชื่อถือ BBB+ ซึ่งสอดคล้องกับสถาบันหลักอย่าง MOODY'S และ S&P ซึ่งจะช่วยรักษาเสถียรภาพของต้นทุนการระดมทุนทั้งในตลาดพันธบัตรรัฐบาลและหุ้นกู้ภาคเอกชน ปัจจัยนี้เป็นบวกต่อแรงซื้อของนักลงทุนต่างชาติ (FUND FLOW)ให้มีโอกาสไหลกลับเข้าตลาดหุ้นไทย
2. มาตรการกระตุ้นการบริโภค ไทยช่วยไทย พลัสต่ออายุ 2 เดือน ซึ่งเฟสแรกสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนสะสมสูงถึง1.61 แสนล้านบาท โดยมีประชาชนได้รับสิทธิ์กว่า 26 ล้านคน และร้านค้าเข้าร่วมกว่า 1.2 ล้านราย

ดังนั้นเพื่อกระตุ้นการบริโภคเพิ่มเติม และเร่งการหมุนเวียนของเงินในระบบ รัฐบาลเตรียมเสนอ ครม.เพื่อเคาะ เฟส 2 (แจก 1,000 บาท ระยะเวลา 2 เดือน) โดยใช้งบประมาณเงินกู้เดิมราว 5 หมื่นล้านบาทประเด็นนี้สร้าง SENTIMENT เชิงบวกต่อหุ้นในกลุ่มค้าปลีก สินค้าอุปโภคบริโภค เครื่องดื่ม ร้านอาหาร(CPALL, CPAXT, CRC, BJC, OSP, CBG)

3. ตัวเลขส่งออกไทยเดือน ส.ค. 69 คาดโตต่อเนื่อง ตลาดคาดตัวเลขการส่งออกของไทยเดือน ส.ค.69จะขยายตัวสูงถึง 24.8%YOY (เร่งตัวขึ้นจาก 21.6% ในเดือนก่อนหน้า) ซึ่งเป็นการเติบโตในทิศทางเดียวกับหลายประเทศในภูมิภาคเอเชีย เช่น ไต้หวัน และเกาหลีใต้เป็นต้น โดยการฟื้นตัวที่แข็งแกร่งของการส่งออกช่วยหนุนประมาณการ GDP เนื่องจาก ภาคการส่งออกสินค้าและบริการของไทยคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 60% ถึง 70% ของ GDP โดยกลุ่มหุ้นที่ได้ประโยชน์ คือ อุตสาหกรรมภาคการผลิตการส่งออก ชิ้นส่วนอิเล็กฯ อาหารและเกษตรแปรรูป อาทิ DELTA KCE SAT AH CPF TU ITC GFPT

 

SYNAPSE STRATEGY
เงินกำลังหมุนมา DOMESTIC LAGGARD
แรงกดดันต่อตลาดหุ้นโลกยังคงอยู่ จากความกังวลเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับสูง ดอกเบี้ยมีโอกาสยืนสูงนานกว่าคาดรวมถึงความเสี่ยงด้านพลังงานในยุโรปบางพื้นที่ ทำให้สินทรัพย์เสี่ยงยังมีความผันผวน โดยเฉพาะหุ้นที่อิงGLOBAL GROWTH และหุ้นที่ปรับขึ้นแรงมาก่อนหน้า

อย่างไรก็ตามระดับความกังวลเริ่มลดลงบางส่วน หลังตลาดทยอยรับรู้ผลการประชุมและทิศทางนโยบายของFED และ BOJ ไปพอสมควร ขณะที่ราคาน้ำมันเริ่มปรับตัวลดลงต่อเนื่องในช่วง 3 วันที่ผ่านมา และเช้านี้ช่วยลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อและต้นทุนลงในระยะสั้น ทำให้แรงขายในตลาดเริ่มมีลักษณะเฉพาะกลุ่มมากขึ้น มากกว่าจะเป็น RISK-OFF ทั้งตลาด

สำหรับตลาดหุ้นไทย แม้ FUND FLOW ต่างชาติเริ่มชะลอตัว แต่สิ่งที่เห็นชัดในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา คือ SECTORROTATION โดยเม็ดเงินเริ่มสลับออกจากหุ้น GLOBAL PLAY ที่มีความผันผวนสูง เช่น ELECTRONICS,ENERGY และหุ้นที่เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจโลก ไปสู่หุ้น DOMESTIC PLAY มากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่ม BANK,FINANCE, COMMERCE, HEALTHCARE และหุ้นที่ราคายัง LAGGARD ตลาด

 

ดังนั้น กลยุทธ์ช่วงนี้เน้น “Q4 EARNINGS + DOMESTIC + LAGGARD” โดยเลือกหุ้นที่มีปัจจัยหนุนผลประกอบการช่วงปลายปี แต่ราคายังขึ้นไม่มาก ได้แก่ BDMS, BCH จาก HIGH SEASON โรงพยาบาล, CBG,BJC จากการบริโภคในประเทศ, CPN จากกิจกรรมเศรษฐกิจและ TRAFFIC ช่วงปลายปี, THAI, CENTEL, ERWรับ HIGH SEASON ท่องเที่ยว และ MTC, TIDLOR ที่ได้ประโยชน์จากกิจกรรมเศรษฐกิจในประเทศและแนวโน้มคุณภาพสินทรัพย์ที่ต้องติดตามควบคู่กัน

จัดทำโดย
ภราดร เตียรณปราโมทย์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์

ภวัต ภัทราพงศ์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์
เลขทะเบียนนักวิเคราะห์: 117985

สิริลักษณ์ พันธ์วงค์
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์

ธนกฤต สัจจมงคล
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์

 

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

เล่นกันต่อ By : เจ๊มดแดง

เจ๊มดแดง ไต่กิ่งมะม่วง วันนี้ ตลาดหุ้นไทย ก็เล่นกันต่อไป ตามทิศทางตลาดหุ้นทั่วโลก วันพรุ่งนี้ ครม. พิจารณา....

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้