FED ขึ้นดอกเบี้ยต้าน แต่เงินเฟ้อเสี่ยงขึ้นเติม
HORIZON MARKET VIEW
• การประชุม FED รอบเดือน ก.ย. 2026 มีมติปรับขึ้นดอกเบี้ย 25 BPS. สู่ระดับ 4.00%ตามคาด เพื่อรับมือกับเงินเฟ้อที่ยังสูงอยู่กว่ากรอบเป้าหมาย 2% ขณะที่คาดการณ์ทิศทางดอกเบี้ย DOT PLOT คาด FED จะขึ้นดอกเบี้ยอีก 1 ครั้ง ในปีนี้ คงดอกเบี้ยในปี 2027 ก่อนทยอยลดดอกเบี้ย 1 ครั้ง ในปี 2028 และอีก 1 ครั้ง ในปี 2029
• ท่าทีที่เข้มงวดขึ้นของ FED เป็นแรงกดดันต่อสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก โดยเฉพาะหุ้นที่มีVALUATION สูงและตลาดเกิดใหม่ที่อ่อนไหวต่อทิศทางเงินทุนเคลื่อนย้าย
• นอกจากนี้ ระยะถัดไปยังมีหลายปัจจัยที่เสี่ยงเพิ่มความผันผวนต่อตลาดหุ้นได้ ได้แก่การประชุมของธนาคารกลางต่างๆ ในเดือน ธ.ค. นี้ มีโอกาสเห็นการปรับขึ้นดอกเบี้ยพร้อมกันอีกครั้ง, สหรัฐฯ เดินหน้ามาตรการกดดันประเทศที่ซื้อน้ำมันรัสเซีย, ดัชนีความเชื่อมั่นผู้สร้างบ้านใหม่สหรัฐฯ ลดลง เหลือแค่ 32จุด ต่ำสุดในรอบปี
REGION RADAR
• SK HYNIX ระบุว่าบริษัทกำลังพิจารณาทางเลือกต่างๆ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระดับโลก หลังจากมีรายงานจากทาง
REUTERS ว่า SK HYNIX อาจร่วมมือกับ INTEL เพื่อผลิตเซมิคอนดักเตอร์ในสหรัฐฯ
• กระแสภาพยนตร์ SPIDER-MAN: NEW BRAND DAY ยังแรงไม่หยุดล่าสุดได้ทำสถิติใหม่อีกครั้ง โดยเป็นภาพยนตร์ที่สามารถทำรายได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ในสหรัฐฯ หลังจากที่พึ่งแซงหน้าแชมป์เก่าอย่างSTAR WARS: THE FORCE AWAKENS ด้วยรายได้ราว $936 ล้าน
THAI FOCUS
• ตลาดหุ้นไทยเสี่ยงย่อตัววันนี้ จากแรงกดดันต่อกลุ่มน้ำมัน–พลังงานซึ่งมีน้ำหนักราว1/3 ของตลาด โดยมี 2 ปัจจัยหลัก
• น้ำมันโลกปรับลง 2-3% หลัง EAST-WEST PIPELINE ของซาอุฯเตรียมกลับมาเปิด และ TRUMP มีกำหนดพบผู้นำกลุ่มประเทศอ่าวเปอร์เซียอังคารหน้าเพื่อหารือขั้นตอนต่อไปของสงคราม
• รัฐแทรกแซงราคาดีเซลเพิ่มขึ้น เป็น 4 บาท/ลิตรช่วง 16 ก.ย.–31 ต.ค.สะท้อนความไม่แน่นอนเชิงนโยบาย และกดดัน GRM ที่อ่อนตัวจาก2Q69
SYNAPSE STRATEGY
• ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อยังมีนอกจากกดดันหุ้น TECH แล้ว เริ่มขยายวงมาสู่หุ้น SECTOR อื่นๆ เช่น อสังหาฯ และค้าปลีก ที่หุ้นเริ่มย่อตัวลง
• ตลาดหุ้นไทยมีการสั่นไหวมากขึ้น หลังต่างชาติขายสุทธิ 7.2 พันล้านในวานนี้ หนักสุดในรอบ 6 เดือน (หากไม่รวม BIGLOT) และ SHORTFUTURES 2.8 หมื่นสัญญา มีปัจจัยกดดันเฉพาตัว ปัจจัยการเมืองยังร้อน, รัฐเพิ่มส่วนลดดีเซล ณ โรงกลั่น 4 บาท 45 วัน, รัฐเลื่อนไทยเที่ยวไทย หุ้นเด่นเลือกหุ้นมีแรงขับเฉพาะตัว CBG, CK, PLANB
FED ไม่ขอทน...ขึ้นดอกเบี้ยตามคาด
การประชุม FED รอบเดือน ก.ย. 2026 มีมติปรับขึ้นดอกเบี้ย 25 BPS. สู่ระดับ 4.00% ตามคาด เพื่อรับมือกับเงินเฟ้อที่ยังสูงอยู่กว่ากรอบเป้าหมาย 2% ขณะที่คาดการณ์ทิศทางดอกเบี้ย DOT PLOT คาด FED จะขึ้นดอกเบี้ยอีก 1 ครั้ง ในปีนี้ คงดอกเบี้ยในปี 2027 ก่อนทยอยลดดอกเบี้ย 1 ครั้ง ในปี 2028 และอีก 1 ครั้ง สู่ระดับ3.75% ในปี 2029
ท่าทีที่เข้มงวดขึ้นของ FED เป็นแรงกดดันต่อสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก โดยเฉพาะหุ้นที่มี VALUATION สูงและตลาดเกิดใหม่ที่อ่อนไหวต่อทิศทางเงินทุนเคลื่อนย้าย
นอกจากนี้ ระยะถัดไปยังมีหลายปัจจัยที่เสี่ยงเพิ่มความผันผวนต่อตลาดหุ้นได้ ได้แก่
• BOND YIELD 10Y สหรัฐฯ ปรับขึ้นสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2007ขณะที่การประชุมของธนาคารกลางต่างๆ ในเดือน ธ.ค. นี้ มีโอกาสเห็นการปรับขึ้นดอกเบี้ยพร้อมกันอีกครั้ง ซึ่งสถิติในอดีตของเดือนที่มีการปรับขึ้นดอกเบี้ยพร้อมกัน มักตามมาด้วยผลตอบแทนติดลบของดัชนีหุ้นโลก (MXWD)
• สหรัฐฯ เดินหน้ามาตรการกดดันประเทศที่ซื้อน้ำมันรัสเซีย หลังสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ลงมติ 262ต่อ 159 เสียง ผ่านร่างกฎหมายเปิดทางให้ ปธน. TRUMP ใช้มาตรการภาษีกับประเทศที่ยังนำเข้าพลังงานจากรัสเซีย โดยมีข้อเสนอสำคัญ ได้แก่ ภาษี 500% สำหรับสินค้ารัสเซียที่นำเข้าสหรัฐ และภาษีเพิ่ม 100% ต่อประเทศที่ยังนำเข้าพลังงานรัสเซียหรือช่วยหลีกเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตร
• ดัชนีความเชื่อมั่นผู้สร้างบ้านใหม่สหรัฐฯ ลดลง เหลือแค่ 32 จุด ต่ำสุดในรอบป
REGION RADAR
SK HYNIX อาจร่วมมือกับ INTEL ผลิตชิปในสหรัฐฯ
SK HYNIX (000660 KS) ระบุว่าบริษัทกำลังพิจารณาทางเลือกต่างๆ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระดับโลก หลังจากมีรายงานว่าอาจร่วมมือกับ INTEL เพื่อผลิตเซมิคอนดักเตอร์ในสหรัฐฯ โดยสำนักข่าวREUTERS รายงานว่า SK HYNIX อาจพิจารณา เช่าพื้นที่บางส่วนของโรงงานผลิตชิปของ INTEL ที่รัฐโอไฮโอซึ่งเป็นโครงการที่ INTEL วางแผนมานาน หรืออาจจัดตั้ง บริษัทร่วมทุน (JOINT VENTURE) กับ INTEL อย่างไรก็ตาม ทางด้าน SK HYNIX ออกแถลงการณ์ว่า “เราขอชี้แจงว่า ยังไม่มีการสรุปข้อตกลงความร่วมมือกับบริษัทใด ๆ ที่ระบุในบทความ รวมถึงการผลิตชิปหน่วยความจำในสหรัฐฯ” แต่ข่าวนี้ส่งผลให้ราคาหุ้น INTEL ปรับตัวขึ้นราว 4% ในเมื่อวานนี้ นอกจากนี้ HOWARD LUTNICK รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ได้เรียกร้องให้SK HYNIX และผู้ผลิตชิปจากเอเชียรายอื่น ๆ ขยายการผลิตชิปหน่วยความจำในสหรัฐฯ เพื่อช่วยรับมือกับภาวะขาดแคลนชิปหน่วยความจำทั่วโลก
SPIDER-MAN: NEW BRAND DAY ทำรายได้สูงสุดเป็นประวัติศาสตร์ของสหรัฐฯ
กระแสภาพยนตร์ SPIDER-MAN: NEW BRAND DAY ยังแรงไม่หยุด ล่าสุดได้ทำสถิติใหม่อีกครั้ง โดยเป็นภาพยนตร์ที่สามารถทำรายได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ในสหรัฐฯ หลังจากที่พึ่งแซงหน้าแชมป์เก่าอย่าง STAR WARS: THE FORCE AWAKENS ด้วยรายได้ราว $936 ล้าน ซึ่งเรามองประเด็นนี้เป็นบวกค่อนข้างมากต่อหุ้นSONY GROUP เนื่องจากบริษัทเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ SPIDER-MAN หากไปดูในอดีตเมื่อปี 2021 ที่SPIDERMAN-NO WAY HOME เข้าฉาย ส่งผลมห้กำไรจากธุรกิจภาพยนตร์ของ SONY เติบโตแรง 172%YOY โดยในปีนี้เราคาดว่า SONY จะได้แรงหนุนหลักมาจากกำไรของธุรกิจภาพยนตร์ที่เติบโตโดดเด่น แนะนำเก็งกำไร DR: SONY80
THAI FOCUS
ราคาน้ำมันมีแนวโน้มย่อตัว เสี่ยงกดดันตลาดหุ้นไทยอ่อนลง
ตลาดหุ้นไทยมีความเสี่ยงย่อตัวลง หลังมี SENTIMENT เชิงลบหลักๆ 2 เรื่อง ที่เข้ามากดดันหุ้นกลุ่มน้ำมันและพลังงาน ซึ่งมีสัดส่วนรวมกันราว 1 ใน 3 ของทั้งหมด ได้แก่
1. ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลง โดย BRENT -2.69% ปิดที่ 105.83 ดอลลาร์/บาร์เรล และ WTI -3.21%ปิดที่ 102.43 ดอลลาร์/บาร์เรล หลัง EAST-WEST PIPELINE ของซาอุฯ ที่เสียหายจากโดรนโจมตี ฮูตี จะกลับมาเปิดดำเนินการได้ในไม่กี่วัน : RISK PREMIUM ด้าน SUPPLY เริ่มคลายจากจุดพีคนอกจากนี้ ปธน. TRUMP มีกำหนดพบผู้นำกลุ่มประเทศอ่าวเปอร์เซีย (GULF LEADERS) ที่นิวยอร์กวันอังคารหน้า เพื่อหารือขั้นตอนต่อไปของสงครามกับอิหร่าน ประกอบกับฝั่ง HOUTHI แจ้งเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ผ่านโอมานว่าไม่มีแผนโจมตีเรือสหรัฐฯ
2. ประกาศราชกิจจานุเบกษา ยกเลิกประกาศ กบง. เดิม ( ฉบับวันที่ 9 ที่เคยลด 2.40 บาท/ลิตร) โดยปรับเพิ่มส่วนลดราคาดีเซลหมุนเร็ว ณ โรงกลั่นเป็น 4.00 บาท/ลิตร (ครอบคลุม B0, B7, B20) มีผลตั้งแต่วันที่ 16 ก.ย. –31 ต.ค. 2569 (รวม 1.5 เดือน) เพื่อรองรับความผันผวนของราคาน้ำมันดิบจากวิกฤตตะวันออกกลาง ซึ่งฝ่ายวิจัยฯ ประเมินการแทรกแซงราคาจากภาครัฐที่เข้มข้นถือเป็น SENTIMENT เชิงลบหลัก และเพิ่มความไม่แน่นอนทางนโยบายในระยะยาว ซ้ำเติมภาพรวมค่าการกลั่น (GRM) ตลาดสิงคโปร์ใน 3Q69TD ที่เห็นการอ่อนตัวลง จาก2Q69 ทำให้แรงฟื้นตัวของกำไรกลุ่มโรงกลั่นในงวดครึ่งปีหลังถูกจำกัดอย่างมีนัยสำคัญ
SYNAPSE STRATEGY
เงินเฟ้อก็กลัว ตลาดหุ้นไทยก็สั่นไหวมากขึ้น
ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อยังคงเป็นปัจจัยกดดันสำคัญต่อตลาดหุ้นสหรัฐฯ โดยแรงกดดันไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะหุ้นกลุ่ม TECH ที่อ่อนไหวต่อ BOND YIELD สูงเท่านั้น แต่เริ่ม ขยายวงไปยัง SECTOR อื่นมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มอสังหาริมทรัพย์-5.3% (1 เดือน) และค้าปลีก -6.2% (1 เดือน)ซึ่งเริ่มเห็นราคาหุ้นอ่อนตัวลง สะท้อนความกังวลว่าดอกเบี้ยอาจอยู่ในระดับสูงนานกว่าคาด ส่งผลทั้งต่อต้นทุนทางการเงิน กำลังซื้อ และ VALUATION ของตลาดโดยรวม
สำหรับ ตลาดหุ้นไทยเริ่มมีความสั่นไหวมากขึ้น หลังวานนี้นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิราว7.2 พันล้านบาท ซึ่งถือว่าหนักที่สุดในรอบประมาณ 6 เดือน (หากไม่นับธุรกรรม BIG LOT) พร้อมกับมีสถานะชอร์ตสุทธิSET50FUTURES ราว 2.8 หมื่นสัญญา สะท้อนว่าแรงขายจากต่างชาติไม่ได้เกิดเฉพาะในตลาดหุ้น แต่ยังมีการเพิ่มสถานะป้องกันความเสี่ยงผ่านตลาด TFEX ด้วย ทำให้ระยะสั้น SET มีโอกาสผันผวนสูงขึ้นและอ่อนไหวต่อข่าวลบมากกว่าช่วงก่อน
ขณะเดียวกันตลาดไทยยังเผชิญปัจจัยกดดันเฉพาะตัวหลายด้าน ทั้งความไม่แน่นอนทางการเมืองที่ยังอยู่ในระดับสูง มาตรการภาครัฐที่ให้โรงกลั่นเพิ่มส่วนลดราคาน้ำมันดีเซล 4 บาทต่อลิตรเป็นเวลา 45 วัน ซึ่งสร้างแรงกดดันต่อ SENTIMENT หุ้นโรงกลั่น รวมถึงการเลื่อนมาตรการ “ไทยเที่ยวไทย” ที่ทำให้แรงกระตุ้นต่อการบริโภคและภาคท่องเที่ยวถูกเลื่อนออกไปจากที่ตลาดคาด
ดังนั้นกลยุทธ์ช่วงนี้ยังเน้น SELECTIVE BUY มากกว่าการไล่ซื้อทั้งตลาด โดยเลือกหุ้นที่มี แรงขับเคลื่อนเฉพาะตัวได้แก่
CBG: ได้แรงหนุนจากหวังต่อมาตรการไทยช่วยไทยพลัส ราคาน้ำมันย่อลดภาระค่าครองชีพ และมี CATALYSTจากแผน IPO ของ CJ
CK: ได้ประโยชน์จากงบประมาณปี 2570 ที่ยังเดินหน้าลงทุนโครงสร้างพื้นฐานต่อเนื่อง หนุนโอกาสรับงานและเพิ่ม BACKLOG
PLANB: รับธีม ASIAN GAMES หนุนเม็ดเงินโฆษณา SPONSORSHIP และ SPORTS MARKETING ช่วงปลายปี
จัดทำโดย
ภราดร เตียรณปราโมทย์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์
ภวัต ภัทราพงศ์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์
เลขทะเบียนนักวิเคราะห์: 117985
สิริลักษณ์ พันธ์วงค์
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์
ธนกฤต สัจจมงคล
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์