DJIA เมื่อคืนปิดลบ 45 จุด (-0.09%) ขณะที่ S&P500 -1.4% Nasdaq -2.2% เกิดแรงเทขายในหุ้นกลุ่ม Semiconductor (MU -13% AWD -5.8% KLAC -9.2% SNDK -13.5%) ไม่ได้มีปัจจัยกดดันเฉพาะตัวแต่เชื่อว่าเป็นเพราะราคาหุ้นที่ปรับขึ้นมาร้อนแรง ราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดลบ 1% หลังมีรายงานว่าเรือสินค้าจำนวนมากสามารถผ่าน HORMUZ
เมื่อคืนนี้ที่ผ่านมาเกิดการเทขายหุ้นกลุ่ม Semiconductor ยังไม่ได้เห็นปัจจัยอะไรที่น่ากังวลในเชิงพื้นฐานเพราะงบลงทุนของ Hyperscaler ที่เร่งตัวผสานกับ TSMC รายงานยอดขายเติบโตได้ระดับ 20-30% ดังนั้นสาเหตุที่ปรับลงมาจากราคาหุ้นที่ร้อนแรงอย่างในช่วง YTD MU+257% SNDK +700% AMD +138% ประกอบกับตลาดหุ้นเกาหลีที่ร้อนแรงเช่นกัน YTD +90% โดยคืนนี้จะมีการรายงานผลประกอบการของ MU Bloomberg คาดการณ์รายได้ไว้ที่ 3.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (+276%YoY) และกำไร 2.3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ปัจจุบันนั้นเทียบ Upside กับราคาเป้าหมาย Bloomberg เหลือเพียง 10% คืนนี้ไม่มีปัจจัยสำคัญต้องติดตาม
วันนี้ช่วงบ่ายบ่ายรอติดตามผลประชุม กนง. แต่คาดว่าที่ประชุมจะคงดอกเบี้ยระดับเดิมเพราะราคาน้ำมันที่เริ่มปรับลงจะผ่อนคลายเงินเฟ้อในช่วงถัดไป ซึ่งมองเป็นบวกกับหุ้นในกลุ่มการเงินและธนาคาร โดยรอติดตามท่าทีต่อเศรษฐกิจ วันนี้คาด SET ฟื้นตัวในกรอบ 1530 – 1560 อาจเห็นแรงเก็งกำไรเข้ามา ในกลุ่ม TECH (DELTA HANA KCE) และเช้านี้ KOSPI +2.9% เชิงกลยุทธ์การลงทุนยังเน้นใช้ปริมาณเงินไม่มากเพราะยังเสี่ยง กับ Valuation หุ้นแนะนำระยะสั้นเลือกกลุ่ม AntiOil เช่นสายการบิน (AAV BA) การเงิน (MTC SAWAD TIDLOR) Bank (BBL KBANK KTB SCB) โรงไฟฟ้า (BGRIM GPSC GULF) ค้าปลีก (CPALL CPN)
หุ้นแนะนำ
KBANK: ราคาเป้าหมาย 212 บาท
2027 คาดกำไรสุทธิจะปรับเพิ่มขึ้น 5% หนุนจากทั้งรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ และรายได้ค่าธรรมเนียมขยายตัว
TIDLOR: ราคาเป้าหมาย 24 บาท
คาดการกำไรสุทธิเติบโต 15%/11% ในปี 2026-27 หนุนจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิขยายตัวล้อกับสินเชื่อ