Market Wrap-Up
- SET วันที่ 22 มิ.ย.69 ปิด +1.63 จุด อยู่ที่ 1,574.13 จุด มูลค่าการซื้อขาย 66,899 ลบ. สถาบันขาย 956 ลบ. พอร์ตโบรกขาย 1,177 ลบ. รายย่อยขาย 434 ลบ. และต่างชาติซื้อ 2,567 ลบ. NVDR มียอดซื้อสุทธิ 2,781 ลบ. โดยมียอดซื้อ BBL,SCB,HANA,PTT,ADVANC และยอดขาย GULF,KTB,CPF,CPALL,EGCO มูลค่า Short Sales อยู่ที่ 2,393 ลบ. หุ้นที่มี % ช็อตเซลสูง เช่น MSFT01,CHG,GULF โดยนักลงทุนต่างประเทศมีสถานะ Long ใน Index Futures จำนวน 5,027 สัญญา ยอดสะสมตั้งแต่ต้นปีต่างชาติ Long สุทธิรวม 72,804 สัญญา ต่างชาติขายสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย 2,741 ลบ.
Market View
- ตลาดหุ้นสหรัฐ DJIA +0.29%, S&P500 -0.37%, Nasdaq -1.32% โดยนักลงทุนสลับเม็ดเงินออกจากกลุ่มบริการสื่อสาร -3.8%, สินค้าฟุ่มเฟือย -2.3% เข้าสู่กลุ่มอสังหา +1.38% และ กลุ่มพลังงาน +1.24% หลังสหรัฐสามารถบรรลุข้อตกลงหยุดยิง 60 วันกับอิหร่าน และเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่ Nasdaq ปรับลดลงจากแรงขาย SpaceX -16.4% และ Alphabet -5% รับข่าวผู้บริหารสำคัญลาออกไปทำงานกับบริษัทคู่แข่ง ส่วนหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิป Micron Tech +6.8% อยู่ระหว่างรอการรายงานกำไรงวดที่ผ่านมาในวันพุธนี้ ประเด็นที่ต้องติดตามสัปดาห์นี้ เช่น ข้อมูล US PMI ภาคการผลิต & บริการ มิ.ย., และวันพฤหัส US GDP Q1/69 คาด +1.6% QoQ, US PCE พ.ค. คาด +4.1% YoY ที่เป็นดัชนีสำคัญที่เฟดใช้วัดเงินเฟ้อของสหรัฐ โดยล่าสุด CME FedWatch ชี้มีโอกาส 51.9% ที่เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยใน ก.ย. นี้
- ตลาดหุ้นยุโรป STOXX 600 +0.58% ได้แรงหนุนจากกลุ่มธนาคารยุโรป +1.4% เช่น Barclays +3.9%, NetWest +4.0% และกลุ่มเทคโนโลยี +0.5% นำโดยบริษัทผู้ผลิตชิปของเยอรมัน Infineon +4.8% ตอบรับข่าวสหรัฐ – อิหร่านสามารถบรรลุข้อตกลงหยุดยิง 60 วัน และเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ส่วนประเด็นการเมืองของอังกฤษนายก ฯ เคียร์ สตาร์เมอร์ ได้ลาออกจากตำแหน่ง หลังพรรคแรงงานแพ้การเลือกตั้งท้องถิ่นหลายพื้นที่ ซึ่งคาดนายแอนดี เบิร์นแฮม จากพรรคแรงงานจะเข้ารับตำแหน่งนายก ฯ คนที่ 7 ในรอบ 10 ปี สัปดาห์นี้ติดตามข้อมูล PMI ยูโรโซน มิ.ย.
- ตลาดหุ้นเอชียวานนี้ นิเกอิ +1.55% ได้แรงหนุนจคากหุ้นกลุ่ม AI, ชิป และหุ่นยนต์ ตอบรับข่าวรัฐบาลญี่ปุ่นกำลังพิจารณาแผนร่วมลงทุนระหว่างรัฐกับเอกชนมูลค่า 370 ลล.เยน ( 2.3 ลล.ดอลลาร์สหรัฐ ) ใน 17 อุตสาหกรรมที่มีศักยภาพเติบโตสูงจนถึงปี 2583 ซึ่งคาดจะมีเม็ดเงิน 10.5 ลล.เยน ลงทุนในด้าน Physical AI ส่วน Kospi เกาหลีใต้ +0.69% นำโดย SK Hynix +5.6% ได้ปัจจัยหนุนจากตัวเลขส่งออกเกาหลีใต้ในช่วง 20 วันของ มิ.ย. +60.4% YoY และยอดส่งออกชิปเซมิคอนดักเตอร์ +188.4% YoY ทางด้านดัชนีเซี่ยงไฮ้ +1.78% หลัง ธ.กลางจีนมีมติคงดอกเบี้ย LPR 1 ปี, 5 ปี ไว้ที่ 3.0% และ 3.5% สัปดาห์นี้ติดตามข้อมูล PMI ญี่ปุ่นภาคการผลิต & บริการ มิ.ย. และ Tokyo Core CPI มิ.ย.
SET +0.10% ปริมาณการซื้อขาย 6.6 หมื่น ลบ. สถาบันขาย 956 ลบ., พอร์ตโบรกขาย 1,177 ลบ. รายย่อยขาย 434 ลบ. และต่างชาติซื้อ 2,567 ลบ. โดยดัชนีได้แรงหนุนจากกลุ่มธนาคาร +1.2% นำโดย BBL,KBANK,SCB ที่คาดอุปสงค์ของสินเชื่อลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ยังเติบโตได้ดีจาก ม.ส่งเสริมการลงทุนของภาครัฐ และยังได้ประโยชน์จาก NIM ที่อาจปรับสูงขึ้น หลัง ธ.กลางหลัก ๆ ได้เริ่มปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย กอปรกับกลุ่มธนาคารยังมีอัตราจ่ายเงินปันผลเฉลี่ยสูงถึง 6.0% ขณะที่กลุ่มอิเล็ก ฯ +0.45% ปรับขึ้นตามกลุ่มเทค ฯ ในตลาดเอเชีย หลังยอดส่งออกเซมิคอนดักเตอร์ของเกาหลีใต้ในช่วง 20 วันแรกของ มิ.ย. +188% YoY ซึ่งส่งผลบวกเชิงจิตวิทยามายังกลุ่มอิเล็ก ฯ ของไทยด้วย เช่น HANA, KCE ส่วนกลุ่มบรรจุภัณฑ์ก็ได้ปัจจัยหนุนจากต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับลดลงตามราคาน้ำมันดิบ ซึงกลับกันก็ส่งผลลบไปยังหุ้นกลุ่มปิโตรเคมี & โรงกลั่นที่อาจมีผลขาดทุนด้านสต็อคในงวด Q2 นี้ โดยภาพรวมการซื้อขายวานนี้ดัชนี SET ทรงตัวรอผลการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐ – อิหร่าน ส่วนผลการประชุม กรอ.นัดแรกระหว่างภาครัฐ & เอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจได้วางเป้าหมายพัฒนาเศรษฐกิจไทยอยู่ในกลุ่มประเทศ High Income ภายใน 12 ปี โดยมี GDP เฉลี่ยที่ 3 % ประเด็นที่ต้องติดตามในวันพุธ 24 มิ.ย. ผลการประชุม กนง.คาดจะคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1% และข้อมูลส่งออก – นำเข้าไทย พ.ค
Daily Strategy
- ประเมินแนวรับดัชนี SET ที่ 1,560 – 1,570 แนวต้าน 1,590 – 1,600 คาดดัชนีได้ปัจจัยหนุนจากต้นทุนพลังงานปรับลดลง หลังสหรัฐ – อิหร่านบรรลุข้อตกลงหยุดยิง 60 วัน แนะนำทยอยซื้อกลุ่มที่ประโยชน์จากธีม De-esclation เช่น AOT,BA,MINT,ERW,BH,BDMS / กลุ่มลงทุน AMATA,WHA,CK,STECON,GPSC, BGRIM คาดจะได้ประโยชน์งบส่งเสริมการลงทุนในกรอบงบประมาณรายจ่ายปี 70 ที่เตรียมนำเข้า ครม. / SCC,SCGP,TOA ได้ประโยชน์จากต้นทุนการผลิตปรับลดลงตามต้นทุนน้ำมัน
- MTC* (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมายIAA Consensus 41.50 บาท) ในปี 69 บริษัทตั้งเป้าหมายพอร์ตสินเชื่อเติบโต 10% เน้นสินเชื่อที่มีหลักประกันและวงเงินไม่สูงเพื่อลดความเสี่ยง แนวโน้ม 2Q69 มีโอกาสเติบโต QoQ, YoY หนุนจากการขยายตัวของสินเชื่อและได้ประโยชน์จากการกระตุ้นเศรษฐกิจจากทางภาครัฐ ขณะที่ค่าใช้จ่ายสำรองและต้นทุนการเงินลดลง ทั้งนี้อิงจาก consensus ตลาดคาดการณ์กำไรสุทธิปี 69-70 ที่ 44 พันล้านบาท +11%YoY และ 8.33 พันล้านบาท +12%YoY
- PYLON* (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 21 บาท) กำไรสุทธิ1Q69 อยู่ที่ 77 ลบ.+324%YoY +8%QoQ กำไรทำจุดสูงสุดในรอบ 24 ไตรมาสหนุนด้วยรายได้ที่โตจากการแข่งขันที่ลดลง และรายได้จากงานกำแพงกันดิน Diaphragm Wall ที่มี Margin สูง ส่วนการดำเนินงานในช่วงถัดไป ยังมีโอกาสอยู่ในเกณฑ์ดีได้ต่อเนื่อง โดย Backlog ณ สิ้น 1Q69 แข็งแกร่งที่ 1,700 ลบ. สูงกว่า Pre-Covid 19 และ สูงกว่ารายได้ทั้งปี68 ปัจจุบัน ตลาดคาดกำไรปี69 และ 70 ของ PYLON* ที่ 277ลบ.+31%YoY และ 282ลบ.+2%YoY ตามลำดับ ในเชิง Valuation ยังน่าสนใจจาก Forward 69F PE ที่ 9x, และ Dividend Yield ที่ 8%
Daily Key Factors
Oil Update(-) WTI ก.ค. -$1.78 อยู่ที่ $74.82 / บาร์เรล, Brent ส.ค.-$2.67อยู่ที่ $77.90/บาร์เรล หลังรอง ปธน.สหรัฐ เจดี แวนซ์ สามารถบรรลุข้อตกลงหยุดยิง 60 วันกับตัวแทนจากอิหร่าน และเปิดช่องแคบฮอร์มุซ โดยอิหร่านสามารถส่งออกน้ำมันได้เป็นเวลา 60 วัน
Gold Update (-)Comex Gold ส.ค. -$43.20 ปิดที่ 4,202.70 ดอลลาร์/ออนซ์ ถูกกดดันจาก Dollar Index แข็งค่า +0.29% และวันพฤหัสนี้ยังรอข้อมูล US PCE พ.ค. เพื่อประเมินแนวโน้มเงินเฟ้อของสหรัฐ
Fund Flow(+) Fund Flow ต่างชาติในตลาด TIP วานนี้ซื้อสุทธิ +0.27 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยซื้อหุ้นไทย +77.96 ล.ดอลลาร์สหรัฐ ขายหุ้นอินโด ฯ -62.56 ล.ดอลลาร์สหรัฐ และขายหุ้นฟิลิปปินส์ -15.13 ล.ดอลลารห์สหรัฐ
(-) ค่าเงินบาทเช้านี่อ่อนค่าอยู่ที่ 32.958 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
(0) ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี ทรงตัวอยู่ที่ 4.508 %
(-) ดัชนี BDI ปิด -38 จุด อยู่ที่ 2,684
(+) BitCoin เช้านี้ +0.31% อยู่ที่ 64,085 ดอลลาร์สหรัฐ
Economic Calendar
ในประเทศ
24 มิ.ย. ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ครั้งที่ 3/69
สัปดาห์ที่4 กระทรวงพาณิชย์ แถลงภาวะการค้าระหว่างประเทศ
ส.อ.ท. แถลงยอดผลิตและส่งออกรถยนต์ รถจักรยานยนต์
และชิ้นส่วนยานยนต์
ต่างประเทศ
23 มิ.ย. US ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ(PMI)ภาคการบริการ (มิ.ย.)
US ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ(PMI)ภาคการผลิค(มิ.ย.)
24 มิ.ย. US ยอดขายบ้านใหม่( พ.ค.)
US สินค้าคงคลังน้ำมันดิบ
25 มิ.ย. US ดัชนีราคาด้านการบริโภคส่วนบุคคล (PCE Price
Index) ( พ.ค.)
US ดัชนีจีดีพี (ไตรมาสต่อไตรมาส) (ไตรมาส 1)
US จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก
Theme Strategy
ทยอยสะสมหุ้น Value Stock / High Dividend Yield / AI Supply Chain ทนทานต่อภาวะตลาดที่ผันผวนสูงจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐฯ และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานทางด้านดิจิทัล
(1) High Dividend Yield กลุ่มธนาคารพาณิชย์ KTB, SCB, TTB, KKP*, TISCO กลุ่ม REIT CPNREIT*
(2) Commodity Linked ได้ประโยชน์จาก Energy Shock กลุ่มพลังงาน PTTEP, BANPU กลุ่มปิโตรเคมี PTTGC, IRPC กลุ่ม Biofuel BBGI*, TAE*, PCE*, UVAN*, APO* กลุ่มโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน GUNKUL*
(3) ราคาสินค้าเกษตร / อาหาร ปรับตัวเพิ่มขึ้น STA*, NER*, TFG*
(4) กลุ่ม ICT / Data Center / นิคมฯ ADVANC, TRUE, DELTA*, CCET*, KCE, HANA*, SMT*, STECON, INSET*, GULF*, BGRIM*, GPSC*, ASEFA*, FTE*, TRT*, WHAUP*, EASTW*, AMATA, WHA
(5) สินค้าอุปโภค-บริโภค CPALL, CPAXT, CPN*, CRC, TNP*, KK*, MOTHER*, ICHI*, CBG*, EPG*, STGT*, NTF*, MOSHI*, MRDIYT* กลุ่ม Finance TIDLOR*, MTC*, SINGER*, SGC*, SCAP*, NCAP*
(6) ตัวเลขการลงทุนภาครัฐฯ เอกชน CK, STPI*, SEAFCO*, PYLON*
**หุ้นแนะนำเชิงกลยุทธ์ที่ยังไม่อยู่ใน Coverage ของฝ่ายวิจัย
Asset Allocation: Equity 50% Fixed Income 40% Alternative Investment etc. Gold 5% Cash 5%
Today Fundamental Research: -
Monthly Portfolio June 2026: GPSC*, ITC*, TRUE, TACC*, GUNKUL*, CPALL
Analysts
Apichai Raomanachai
Fundamental and Technical Investment Analysis ID No. 002939
Tel 02-829-6999 Ext 2200
Email : apichai.ra@kfsec.co.th
Nopporn Chaykaew
Fundamental Analysis ID No. 043964
Tel 02-829-6999 Ext 2203
Email : noppoen.ch@kfsec.co.th
Nattawat Poosunthornsri
Fundamental Analysis ID No. 087077
Tel 02-829-6999 Ext 2204
Email : nattawat.po@kfsec.co.th