Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.คิงส์ฟอร์ด : บทวิเคราะห์ภาวะตลาดหุ้นรายวัน

25

Market Wrap-Up

  • SET วันที่ 10 มี.ค.69 ปิด +22.79 จุด อยู่ที่ 1,405.76 จุด มูลค่าการซื้อขาย 68,215 ลบ.ลบ. ต่างขาติขาย 8,275 ลบ. พอร์ตโบรกซื้อ 176 ลบ. สถาบันซื้อ 4,074 ลบ. และรายย่อยซื้อ 4,025 ลบ. NVDR ขายสุทธิ 7,139 ลบ. ซื้อ PTTEP,TFG,HANA,STA,SCB และขาย DELTA,ADVANC,PTT,AOT,TRUE มูลค่า Short Sales อยู่ที่ 3,308 ลบ. หุ้นที่มี % ช็อตเซลสูง เช่น CN23,CNSTAR5023,COM7 โดยนักลงทุนต่างประเทศมีสถานะ Short ใน Index Futures จำนวน 9,012 สัญญา ยอดสะสมตั้งแต่ต้นปีต่างชาติ Long สุทธิรวม 5,659 สัญญา ต่างชาติขายสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย 3,989 ลบ.

Market View

  • DJIA -0.07%, S&P500 -0.21%, Nasdaq +0.01% ได้แรงหนุนจากกลุ่มบริการสื่อสาร +0.26%, เทคโนโลยี +0.10% นำโดย Sandisk +5.1%, Nvidia +1.2% ขณะที่กลุ่มพลังงาน -1.32%, บริการสุขภาพ -0.73% และบริการซอฟต์แวร์ -1.7% โดยนักลงทุนรอประเมินสถานการณ์ในตะวันออกกลาง หลัง ปธน.ทรัมป์เผยภาวะสงครามมีแนวโน้มยุติเร็วกว่าคาดที่ 4 – 5 สัปดาห์ และเตือนอิหร่านจะถูกตอบโต้รุนแรง หากมีการวางทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุช ขณะที่กองกำลัง IRGC เผยจะไม่ยอมให้น้ำมันขนส่งออกจากตะวันออกกกลาง โดยนักลงทุนยังกังวลต่อภาวะ Stagflation หากราคาน้ำมันทรงตัวระดับสูงยาวนาน ส่วนค่ำวันนี้ติดตาม US CPI ก.พ. คาดทรงตัวที่ 2.4% YoY , US Core CPI ก.พ. คาดทรงตัวที่ 2.5% YoY และวันศุกร์ US GDP Q4/68 คาด +1.4% QoQ , US PCE ม.ค.
  • Stoxx600 ยุโรป +1.88% ได้แรงหนุนจากกลุ่มธนาคาร +3.6% นำโดย HSBC, Santander, กลุ่มอุต ฯ +2.8% และกลุ่มท่องเที่ยว +2.5% หลังราคาน้ำมันดิบปรับลดลงต่ำกว่าระดับ $90/บาร์เรล หลัง ปธน.ทรัมป์เผยภาวะสงครามใกล้จะยุติ ซึ่งช่วยลดความกังวลต่อภาวะเงินเฟ้อ เนื่องจากยุโรปต้องพึ่งพาการนำเข้าพลังงานอยู่ในสัดส่วนสูง ทางข้อมูลเศรษฐกิจวันศุกร์ติดตาม CPI เยอรมัน, ฝรั่งเศส ก.พ.
  • ตลาดหุ้นเอเชียวานนี้ดัชนีนิเกอิ +2.88% นำโดยกลุ่มโลหะที่ไม่มีส่วนผสมของเหล็ก, กลุ่มค้าส่ง และกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า หลัง ปธน.ทรัมป์เผยภาวะสงครามในตะวันออกกลางจะยุติเร็วกว่าคาด ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับลดลง ส่วน Kospi เกาหลีใต้ +5.35% ได้แรงหนุนจาก Samsung Electronics +8.3%, SK Hynix +12.2% และหุ้นสายการบิน Korean Air +8.7% หลังนักลงทุนเริ่มคลายความกังวลต่อความขัดแย้งระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน เช่นเดียวกับดัชนีเซี่ยงไฮ้ +0.65% ได้แรงหนุนจากกลุ่มเทคโนโลยีและพลังงานใหม่ ขณะที่รายงานตัวเลขส่งออกจีน ม.ค. – ก.พ. +21.8% สูงกว่าคาด +7.1% YoY  
  • SET +1.65% ปริมาณการซื้อขาย 8 หมื่น ลบ. สถาบันซื้อ 4,074 ลบ. รายย่อยซื้อ 4,025 ลบ. พอร์ตโบรกซื้อ 176 ลบ. และต่างชาติขาย 8,275 ลบ. นำโดยกลุ่มอิเล็ก ฯ +4.5%, ท่องเที่ยว +2.96% และรับเหมาก่อสร้าง +2.7% หลังราคาน้ำมันดิบวานนี้ -11% รับข่าว ปธน.ทรัมป์ส่งสัญญาณภาวะสงครามอาจยุติได้เร็วกว่าคาด กอปรกับสหรัฐได้ผ่อนคลาย ม.คว่ำบาตรการขายน้ำมันของรัสเซีย ซึ่งเป็นการช่วยเพิ่มอุปทานน้ำมันในตลาดโลก ระหว่างที่โรงกลั่นในตะวันออกกลางหลายแห่งได้หยุดการผลิต ขณะที่กลุ่ม Domestic Play เช่น ไอซีที +2.1%, ธนาคาร +1.43% เนื่องจากเป็นกลุ่มที่จ่ายเงินปันผลสูง และมีความผันผวนน้อยกว่ากลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจวานนี้ FETCO เผยดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน 3 เดือนข้างหน้าอยู่ที่ระดับ 181.16 อยู่ในโซน Bullish ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ โดยได้ปัจจัยหนุนจาก Fund Flow และเสถียรภาพการเมืองในประเทศ ขณะที่ปัจจัยลบ คือ สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ ทางด้านปัจจัยการเมืองวันเสาร์นี้ติดตามการเปิดประชุมสภาฯ, วันที่ 16 มี.ค.เลือก ปธ.สภา ฯ และวันที่ 19 มี.ค. เลือกนายก ฯ ซึ่งคาดจะได้ ครม.ชุดใหม่บริหารประเทศได้ช่วง เม.ย. นี้

   Daily Strategy

  • ประเมินดัชนี SET ทรงตัวในกรอบแนวรับ 1,380 แนวต้าน 1,410 – 1,420  หลัง WTI Futures เช้านี้ทรงตัวอยู่ที่ $84.0/บาร์เรล ซึ่งช่วยลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ แต่ยังต้องรอประเมินสถานการณ์ในตะวันออกกลางว่าจะยุติในเร็ว ๆ นี้หรือไม่ แนะนำทยอยซื้อเมื่อดัชนีอ่อนตัว ADVANC,TRUE,KBANK,SCB,KTB,GULF เป็นกลุ่ม Value  และมีการจ่ายเงินปันผลสูง         
  • SNPS* (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 6.10 บาท) ในปี 68 บริษัทมีกำไรสุทธิ 112 โต +38%YoY หนุนจากรายได้จากการขายและบริการ 554 ล้านบาท +21%YoY ทั้งในส่วนของการจำหน่ายผลิตภัณฑ์สารสกัดสมุนไพรมาตรฐาน (API) และการรับจ้างพัฒนาผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ลูกค้า(ODM) ขณะที่รายได้จากผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ของกลุ่มบริษัท (OBM) ค่อยๆ เพิ่มมากขึ้นจากการขยายช่องทางจำหน่ายแบรนด์ Colosure เมื่อรวมกับการควบคุมต้นทุนการผลิต บริหาร supply chain และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เป็น fixed cost ทำได้ดี ส่งผลให้มีอัตรากำไรขั้นต้นทรงตัวที่ 41% และ SG&A/Sale ปรับลดลง สำหรับแนวโน้มปี 69 บริษัทคาดการณ์รายได้เติบโตในระดับ 15-20% (650-700 ล้านบาท) หนุนจากการเติบโตทั้ง 3 BU (API, ODM, OBM) โดยเพิ่มสัดส่วนรายได้จาก API ที่มีมาร์จิ้นสูงให้เป็น 40% ผ่านการขยายผลิตภัณฑ์ที่มี value added ขยายตลาดต่างประเทศ มีโอกาส่วนเพิ่มจาก Natural Color (NatureBrill) ที่ US&EU แบนสีสังเคาะห์ และกระแส Longevity ที่เติบโต ทั้งนี้ใน 1Q69 จะมีออกผลิตภัณฑ์ใหม่น้ำลายเทียม (Salywa) ร่วมกับจุฬาฯและสภากาชาด เป็นสารสกัดขิงเพื่อผู้ป่วยมะเร็งตั้งเป้ารายได้ปีแรก 18 ล้านบาท ทำให้ GPM สูงกว่า 42%+ SG&A ลดลงจากการ focus ไปที่ลูกค้าโดยตรง ทั้งนี้หาอิจจาก consensus ของตลาดคาดกำไรปี 69-70 ที่ 128 ล้านบาท +14%YoY และ 142 ล้านบาท +11%YoY ตามลำดับ
  • TEGH* (ซื้อ/ ราคาเป้าหมายIAA Consensus 3.95บาท)เก็งกำไรตาม Sentiment จากราคาน้ำมันปาล์มและราคายางที่ปรับตัวสูงขึ้น ด้านกำไรสุทธิ 4Q68 อยู่ที่ 95 ลบ.(-45%YoY, +89%QoQ) เห็นการฟื้นตัว QoQ แต่ YoY ยังกดดันจากราคาขายที่ลดลงทั้งน้ำมันปาล์มและยาง ส่วนการดำเนินงานช่วงปี2569 นี้ ทาง TEGH* ตั้งเป้าการเติบโตของรายได้ +10%YoY หนุนจากปริมาณการขายที่สูงขึ้นผ่านการขยายกำลังผลิต ขณะที่การ Spinoff TEBP (ธุรกิจจัดการกากอินทรีย์, Biogas, ไฟฟ้า) คาดจะสามารถ IPO ใน maiได้ในปีนี้ ปัจจุบัน ตลาดคาดว่าในปี69และ70 กำไรสุทธิของ TEGH* จะอยู่ที่ 631 ลบ.(+18%YoY) และ 718 ลบ.(+14%YoY)

 

Daily Key Factors

Oil Update(-) WTI เม.ย. -$11.32 อยู่ที่ $83.45 / บาร์เรล, Brent พ.ค. -$11.16 อยู่ที่ $87.80/บาร์เรล หลัง ปธน.ทรัมป์เผยภาวะสงครามใกล้ยุติในเร็ว ๆ นี้ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับลดลง กอปรกลุ่ม G7 พิจารณาความเป็นไปได้ที่จะระบายคลังน้ำมันยุทธศาสตร์ เพื่อแก้ไขปัญหาขาดแคลนพลังงาน

 

Gold Update(+)Comex Gold เม.ย.+$138.40 อยู่ที่ $5,242.10 /ออนซ์ ได้แรงหนุนจาก Dollar Index อ่อนค่า -0.36% หลังนักลงทุนเริ่มคลายความกังวลต่อภาวะเงินเฟ้อ

 

Fund Flow(-) Fund Flow ต่างชาติในตลาด TIP วานนี้ ขายสุทธิ -425.02 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยขายหุ้นไทย -260.99 ล.ดอลลาร์สหรัฐ ขายหุ้นอินโด ฯ -155.60 ล.ดอลลาร์สหรัฐ และขายหุ้นฟิลิปปินส์ -8.43 ล.ดอลลาร์สหรัฐ

 

(0) ค่าเงินบาทเช้านี้แข็งค่าอยู่ที่ 31.54 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

(0) ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี ทรงตัวอยู่ที่ 4.143 %

(-) ดัชนี BDI ปิด -147 จุด อยู่ที่ 1,919

(+) BitCoin เช้านี้ +1.05% อยู่ที่ 70,009 ดอลลาร์สหรัฐ

 

 Economic Calendar

 

ในประเทศ

สัปดาห์ที่2 ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของไทย

สภาธุรกิจตลาดทุนไทย แถลงผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนและอัพเดตสถานการณ์ลงทุน

ตลท. แถลงสรุปภาพรวมภาวะตลาดหลักทรัพย์

 

ต่างประเทศ

10 มี.ค.     US ยอดขายบ้านมือสอง (Existing Home Sales) (ก.พ.)

11 มี.ค.     US ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) (ก.พ.)

12 มี.ค.     US จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก 

13 มี.ค.     US ดัชนีราคาด้านการบริโภคส่วนบุคคล (PCE Price Index (ม.ค.)

US ตำแหน่งงานว่างเปิดใหม่จาก JOLTS (ม.ค.)

 

               

Theme Strategy

เลือกหุ้นวงจรดอกเบี้ยโลกเป็นขาลง/ มี Earning momentum/ Seasonal 4Q68-1Q69/ หุ้น High Dividend Yield รวมถึงหุ้นที่จะได้ประโยชน์ในช่วงเลือกตั้งและหลังเลือกตั้ง

 

(1) กลุ่มค้าปลีก / บริโภค รับเงินสะพัดในช่วงเลือกตั้ง/ High Season/ กลุ่มผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เช่น CPAXT*, BJC, TNP*, KK*, MOTHER*, ICHI*, MOSHI*

 

(2) กลุ่มหุ้น High Dividend Yield ป้องกันความผันผวน เช่น อสังหาฯ, REIT และ ธนาคาร เช่น AP*,SPALI*,CPN*,CPNREIT*,DIF*, SCB, TTB*, KTB

 

(3) กลุ่มการเงิน / นอนแบงค์ ตามวงจรดอกเบี้ยขาลง เช่น SAWAD*, TIDLOR*, KTC*, NCAP*, SGC*

 

(4) กลุ่มรับเหมาก่อสร้างรับหลังเลือกตั้ง รวมถึงกลุ่มวัสดุก่อสร้างซ่อมแซม/น้ำท่วม เช่น STECON, CK, SEAFCO*, PYLON*,HMPRO*,GLOBAL*,TASCO*, TOA*

 

(5) กลุ่มท่องเที่ยว รับ High Season และ มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ เช่น AOT, CENTEL*, ERW*,SHR*,AWC*, DUSIT*, MBK*

 

(6) กลุ่มไอซีที / ดิจิทัล ปราบปรามภัยไซเบอร์, การลงทุนด้าน Digital, Cyber Security, Data Center เช่น ADVANC, TRUE, DELTA*, GULF*, BGRIM*, SECURE*,NETBAY*,VCOM*

 

(7) กลุ่มปิโตรเคมี/ บรรจุภัณฑ์ คาดหวังการฟื้นตัวของ Demand ในปี69 เช่น IVL*,PTTGC*,SFLEX*

 

**หุ้นแนะนำเชิงกลยุทธ์ที่ยังไม่อยู่ใน Coverage ของฝ่ายวิจัย

 

Asset Allocation: Equity 45% Fixed Income 40% Alternative Investment etc. Gold 10% Cash 5%

 

Today Fundamental Research: -

 

 

Monthly Portfolio March 2026: TFM*, CRC, GPSC*, PTTEP, KLINIQ

 

 

Analysts

Apichai Raomanachai  

Fundamental and Technical Investment Analysis ID No.  002939

Tel  02-829-6999  Ext  2200

Email : apichai.ra@kfsec.co.th

Nopporn Chaykaew     

Fundamental Analysis ID No.  043964

Tel  02-829-6999  Ext  2203

Email : noppoen.ch@kfsec.co.th

Nattawat Poosunthornsri  

Fundamental Analysis ID No.  087077

Tel  02-829-6999  Ext  2204

Email : nattawat.po@kfsec.co.th

 

 

 

 

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

ฝ่า1,600จุด By : เจ๊มดแดง

เจ๊มดแดง ไต่กิ่งมะม่วง มองหุ้นไทย คงใช้หุ้นใหญ่ ไม่กี่ตัว ตีฝ่า วงล้อม ให้ ฝ่าดัชนีตลาดไปที่ 1,600 จุด.....

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้