Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.โกลเบล็ก : Morning Call

201


วันจันทร์ที่ผ่านมาดัชนีปรับตัวลงแรงตามทิศทางตลาดต่างประเทศ โดยช่วงเปิดตลาดดัชนีปรับตัวลงต่่าสุดราว-79 จุด จากความกังวลสถานการณ์ตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น อีกทั้ง Fund Flowที่ไหลออก เป็นปัจจัยกดดันดัชนีมีแรงขายหลักมาจากหุ้นกลุ่ม Big-Cap น่าโดย อิเล็กทรอนิกส์ พลังงาน และธนาคาร อย่างไรก็ตามระหว่างมีแรงซื้อทยอยกลับเข้ามา ทำให้ดัชนีลดช่วงลบ ส่งผลให้ดัชนี SET Indexปิดตลาดที่ 1,382.97 จุด -27.40 จุด -1.94% มูลค่าการซื้อขาย 94,274.29 ลบ. Program Trading-1,105.96 ลบ. ต่างชาติ-1,771.38 ลบ. TFEX +23,729 สัญญา ตราสารหนี้-2,542.90 ลบ.

 

ปัจจัยบวก
+ ดัชนีดาวโจนส์ปิดเพิ่มขึ้น 239.25 จุด โดยได้แรงหนุนหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งสัญญาณว่าการท่าสงครามระหว่างสหรัฐอเมริกา-อิสราเอลกับอิหร่าน ใกล้จะยุติ
+/- สัญญาน้ำมันดิบ WTI เพิ่มขึ้น 3.87 ดอลลาร์ หรือ 4.26% ปิดที่94.77 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังจากมีรายงานว่ากลุ่มประเทศโอเปกปรับลดการผลิต แต่ราคาน้ำมันลดช่วงบวก หลังจากสื่อรายงานว่ากลุ่มประเทศ G7ก่าลังพิจารณาระบายน้ำมันจากคลังส่ารองเชิงยุทธศาสตร์ออกสู่ตลาดเพื่อกดดันให้ราคาปรับตัวลง ทั้งนี้ในช่วงเช้าหลังปธน.ทรัมป์ระบุว่าางครามอิหร่านจะยุติในเร็วๆนี้ท่าให้ราคาน้่ามัน WTI ร่วงลงกว่า 8%
+ รัฐมนตรีพลังงานจากกลุ่มประเทศ G7 จะจัดการประชุมผ่านระบบออนไลน์เพื่อหารือเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการระบายน้่ามันจากคลังส่ารองเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำมันที่เกิดจากการท่าสงครามระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน
+ ปธน.ทรัมป์กล่าวว่า รัฐบาลสหรัฐก่าลังพิจารณาผ่อนปรนมาตรการคว่่าบาตรน้่ามันต่อรัสเซีย
+ หนังสือพิมพ์ New York Post รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ผู้นำสหรัฐฯ ระบุว่ายังไม่มีแนวโน้มส่งกองก่าลังภาคพื้นดินของสหรัฐฯ เข้าไปในอิหร่านเพื่อรักษาความปลอดภัยของวัสดุนิวเคลียร์ในเมืองอิสฟาฮาน
+ ตลท.เปิดเผยว่าจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางสหรัฐอิสราเอล กับอิหร่าน ส่งผลให้ขณะนี้ดัชนีหุ้นไทยปรับลดลงมา 10.5%แต่ในภาพรวมหากนับตั้งแต่ต้นปีหุ้นไทยยังเป็นบวกอยู่ที่ 8.5% ซึ่งถือเป็นตลาดที่แข็งแกร่งท่าผลงานได้ดีเป็นอันดับ 3 รองจากเกาหลีและไต้หวัน

 

ปัจจัยลบ
- การผลิตน้ำมันของอิรักในแหล่งน้่ามันหลักทางตอนใต้ร่วงลงไปถึง 70%จากระดับประมาณ 4.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน เหลือเพียง 1.3 ล้านบาร์เรลต่อวันเนื่องจากการสู้รบที่ก่าลังเกิดขึ้นในภูมิภาคส่งผลให้อิรักไม่สามารถส่งออกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้
- ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้่าหนัก97.4% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมวันที่ 17-18 มี.ค.
- รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์เปิดเผยว่าประเมินผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางและการปิดช่องแคบฮอร์มุซ โดยไทยมีมูลค่าการค้ารวมกับภูมิภาคตะวันออกกลางอยู่ที่ 40,536 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นสัดส่วน 5.92% ของมูลค่าการค้ารวมของไทยกับโลก และในจำนวนนี้เป็นมูลค่าส่งออก 12,476 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น 3.67% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมดของไทย

แนวโน้มตลาดวันนี้
คาดดัชนีในวันนี้มีโอกาส Rebound ตามทิศทางตลาดโลก โดยมีแรงหนุนหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ส่งสัญญาณว่า การท่าสงครามระหว่างสหรัฐอเมริกา-อิสราเอล กับอิหร่าน ใกล้จะยุติลง ประกอบกับราคาน้ำมันดิบ WTIที่ปรับตัวลงแรง ส่งผลให้ต้นทุนพลังงานของบริษัทจดทะเบียนมีแนวโน้มดีขึ้น คาดกรอบดัชนีในวันนี้ 1,380-1,400 จุด


กลยุทธ์การลงทุน
-หุ้นที่ได้ประโยชน์จากการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ : STECON CK CPALL CPAXT CRC BJC
- หุ้นที่ได้ประโยชน์ศาลฎีกาสหรัฐ ยกเลิกภาษีทรัมป์: KCE HANA DELTA CCET TU ASIAN STA NER
- หุ้นที่ได้ประโยชน์จาก กนง. ลดดอกเบี้ย : MTC SAWAD TIDLOR KTC THANI
- ราคาน้ำมันขึ้นจากสงครามสหรัฐ-อิหร่าน : PTT PTTEP TOP IRPC BCP
- Domestic Play+Yield Play : TRUE ADVANC TISCO BBL KBANK

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

คลายกังวลเฟดขึ้นดอกเบี้ย By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ เช้าวันนี้ หุ้นไทย ปรับตัวขึ้น ตามตลาดต่างประเทศ บน นักลงทุน คลายความกังวล เฟด.....

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้