Today’s NEWS FEED

News Feed

InnovestX "คาดวันนี้ SET แกว่งลง ปัจจัยภายนอกกดดัน" หุ้นเด่น BDMS และ TRUE

112

 


สำนักข่าวหุ้นอินไซด์ (6 พฤศจิกายน 2569 ) ---- InnovestX บริษัทหลักทรัพย์ในกลุ่ม SCBX ออกบทวิเคราะห์ ประจำวันที่ 6 พฤศจิกายน 2569 คาด SET แกว่งลงตามภูมิภาค แรงขายในหุ้น Tech โลกอาจกดดันหุ้นกลุ่มอิเล็กฯ ต่อเนื่อง ขณะที่ราคาน้ำมันพลิกมาดีดตัวขึ้นหลังจากมีรายงานการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในอ่าวเปอร์เซีย ระยะสั้นหนุนหุ้นพลังงานต้นน้ำแต่กดดันต่อ Sentiment โดยรวม ประกอบกับอาจมีแรงขายลดความเสี่ยงในช่วงสุดสัปดาห์ ทำให้ตลาดยังมีความผันผวนสูง ประเด็นวันนี้ติดตามตัวเลขเงินเฟ้อ ต.ค. ของไทย รวมทั้งการประกาศงบ 3Q26 ทางเทคนิคดัชนีถอยกลับมาหลุดต่ำกว่า 1500 จุดเล็กน้อย ทำให้ภาพการปรับขึ้นยังไม่ชัดเจน


ประเด็นสำคัญ
• ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เผชิญแรงเทขายอย่างหนัก โดยดัชนี Nasdaq ปรับลงแรง 5.5%DoD เข้าสู่ภาวะปรับฐาน หลังนักลงทุนกังวลว่าชัยชนะของพรรคเดโมแครตจะนำไปสู่นโยบายคุมอุตสาหกรรม AI ที่เข้มงวดขึ้น ทั้งข้อจำกัดด้าน Data Center และการยกเลิกสิทธิประโยชน์ทางภาษี การดิ่งลงของหุ้นกลุ่มชิปโลกมองเป็น Sentiment ลบต่อบรรยากาศลงทุนในตลาดหุ้นไทย โดยเฉพาะกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ (DELTA HANA KCE)
• ราคาน้ำมันโลกเผชิญความผันผวนหนัก โดย Brent ปรับขึ้น 3.8% แตะ $98.29/bbl รับข่าวเรือบรรทุกน้ำมันไฟไหม้ในช่องแคบฮอร์มุซและถูกโจมตีรวมกว่า 5 ลำ ระยะสั้นมองบวกต่อการเก็งกำไรกลุ่มพลังงานต้นน้ำ (PTTEP) แต่ภาพใหญ่ของสหรัฐฯ ส.ส.รีพับลิกันเตรียมชงถอดถอน รมว.กลาโหม หลังแพ้เลือกตั้งกลางเทอมจากแผนลุยอิหร่าน ถือเป็นสัญญาณลบต่อราคาน้ำมันและกลุ่มพลังงานต้นน้ำในระยะกลาง
• S&P Global Ratings คงอันดับความน่าเชื่อถือของไทยที่ BBB+ และคง Outlook ที่ Stable สะท้อนความเชื่อมั่นต่อการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาล ที่มุ่งสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจควบคู่กับการรักษาวินัยทางการคลังอย่างเคร่งครัด โดยปี 2026–2029 คาด GDP ไทยจะเติบโตเฉลี่ย 2.4% ขณะที่กรอบหนี้สาธารณะมีแนวโน้มลดลง สะท้อนวินัยการคลังแกร่ง ระยะกลางมองบวกต่อความเชื่อมั่นในตลาดหุ้นไทย
• คลังเผยกำลังเปลี่ยนเกณฑ์ Local Content ของรถ EV มาเป็นเกณฑ์ MiT ที่นับเฉพาะชิ้นส่วนฮาร์ดแวร์ที่ผลิตในไทยจริง โดยตั้งเป้าสัดส่วนไว้ราว 40% ซึ่งโครงสร้างภาษีมี 3 ระดับ คือ 10% สำหรับรถที่ผลิตในไทยและผ่านเกณฑ์ MiT, 15–20% สำหรับรถที่ประกอบในไทยแต่ยังไม่ผ่านเกณฑ์ และ 35% สำหรับรถนำเข้าทั้งคัน มองบวกต่อกลุ่มยานยนต์ (AH SAT STANLY) และกลุ่มนิคม (WHA AMATA)
• กบน. มีมติลดราคาขายปลีกดีเซล B7 และกลุ่มเบนซิน 0.75 และ 1.00 บาท/ลิตร มีผลตั้งแต่วันนี้ ทำให้ต้นทุนประกอบธุรกิจลดลงและสนับสนุนกำลังซื้อในประเทศ มองบวกต่อกลุ่มค้าปลีกน้ำมัน (OR), ค้าปลีก (CPALL BJC CRC) และไฟแนนซ์ (MTC TIDLOR SAWAD)

กลยุทธ์การลงทุน
ช่วงสั้นมอง SET จะแกว่งตัว Sideways โดยผลการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ที่พรรคเดโมแครตสามารถครองเสียงข้างมากเบ็ดเสร็จทั้งสภาสูงและสภาล่าง ได้ช่วยลดความกังวลด้านความผันผวนของนโยบายทางการเมืองลง เปิดโอกาสให้ Fund Flow ไหลกลับเข้าสู่ตลาดสินทรัพย์เสี่ยง รวมทั้งความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังมีแนวโน้มคลี่คลายลง ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญจำกัด Downside ของตลาด ขณะที่การประชุม BoE ตลาดคาดมีมติขึ้นดอกเบี้ย ส่วนปัจจัยในประเทศคาดตลาดยังให้น้ำหนักกับการทยอยประกาศงบ 3Q26 ของ บจ. ในกลุ่ม Real Sector และติดตาม ครม. พิจารณาอนุมัติหลักเกณฑ์ดูแลกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ Selective Buy

แนวรับ – แนวต้าน : 1485/1480 – 1505/1510

 

ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์
มอง SET จะเคลื่อนไหว Sideways หลังพรรคเดโมแครตชนะผลการเลือกตั้งกลางเทอมช่วยลดความเสี่ยงด้านนโยบายและความตึงเครียดในตะวันออกกลางคาดจะจำกัดลง ส่วนในประเทศคาดตลาดจะให้น้ำหนักกับการประกาศงบ 3Q26 กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ Selective Buy โดยเน้น “Buy on Dip” ผ่าน 4 ธีมเทรดดิ้งที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ดังนี้
1. Earnings Momentum Play เก็งกำไรระยะสั้นรับปัจจัยบวกเฉพาะตัวในสัปดาห์นี้ สำหรับหุ้นที่คาดจะประกาศผลประกอบการ 3Q26 เติบโต YoY หรือ QoQ อีกทั้งเราแนะนำ Outperform ได้แก่ TRUE TU GULF KCE OR TIDLOR
2. FDI & Tech-Infra Play ซึ่งได้อานิสงส์จากวัฏจักรการลงทุนในประเทศที่เร่งตัวขึ้น และแผนปรับโครงสร้างสู่พลังงานสะอาดของภาครัฐ รวมทั้งเก็งกำไรจากความคืบหน้า ครม. เตรียมพิจารณาอนุมัติหลักเกณฑ์ดูแลกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ ได้แก่ กลุ่มธนาคาร (BBL KBANK KTB) กลุ่มนิคม (WHA AMATA) และกลุ่มพลังงานหมุนเวียน (GULF GPSC GUNKUL)
3. Geopolitical Relief Play สำหรับผู้ที่รับความเสี่ยงได้สูงและต้องการเก็งกำไรระยะสั้น หากผลการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ออกมาในรูปแบบรัฐบาลแบ่งแยก (Divided Government) คาดจะช่วยให้ตลาดคลายกังวลต่อปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ลงได้บ้าง ส่งผลให้ต้นทุนพลังงานปรับลง และหนุนการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและกำลังซื้อในตะวันออกกลาง ได้แก่ สายการบิน (AAV THAI) โรงไฟฟ้า SPP (GPSC BGRIM) การแพทย์ (BH BDMS)
4. Laggard & Earnings Play ซึ่งเน้นความปลอดภัยโดยโฟกัสหุ้นที่คาดกำไร 3Q26 จะเติบโตแกร่งทั้ง YoY และ QoQ ควบคู่กับราคาหุ้นบนกระดานที่ยัง Laggard เพื่อรับ Margin of Safety ที่สูง และมีฐานะทางการเงินแข็งแกร่ง ได้แก่ AOT AP BCH BDMS CPN TRUE TU


Daily Top Picks


BDMS: คาดได้รับผลกระทบจำกัดต่อปัจจัยภายนอก ผลประกอบการ 3Q26F คาดจะพลิกเติบโตอีกครั้ง คาดกำไรปกติที่ 4.7 พันลบ. (+8%YoY และ +47%QoQ) จากความต้องการใช้บริการการแพทย์คงค้างที่กลับมาและปัจจัยตามฤดูกาล และ EBITDA Margin ที่ดีขึ้น มองกำไรจะเติบโตต่อเนื่องถึงใน 4Q26 เป้าหมายระยะสั้นที่ 20.40 บาท

TRUE: คาดได้รับผลกระทบจำกัดจากปัจจัยภายนอก คาดผลประกอบการมีแนวโน้มดีต่อเนื่องใน 4Q26 ธุรกิจได้รับผลกระทบจำกัดจากวิกฤตอุทกภัยที่ยังไม่พบปัญหาการชำระเงินของผู้ใช้บริการ ทำให้ ARPU คงมีแนวโน้มที่ดี และได้ประกาศจ่ายเงินปันผล 0.16 บาท/หุ้น (Div. Yield 1.2%) ขึ้น XD วันที่ 13 พ.ย. เป้าหมายระยะสั้นที่ 13.50 บาท

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

พยายามสู้ By : นายกล้วยหอม

นายกล้วยหอม มองบรรยากาศการลงทุน หลังผ่านพ้นการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ที่พรรคเดโมแครต ชนะเลือกตั้งกลางเทอม .....

หลุด1500 By : แม่มดน้อย

เช้าที่ผ่านมาหุ้นไทย หลุด1500 จุด แรงขายหุ้นกลุ่มพลังงานกดดัน หลังราคาน้ำมันดิบ WTI ปรับตัวลงกว่า 9.3%สู่ระดับ 87.80....

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้