ภาวะตลาด: SET Index วานนี้ ลดลงต่อ -16.19 จุด ปิดที่ 1491.01 มูลค่าซื้อขาย 6.3 หมื่นลบ. โดยนักลงทุนสถาบันในปท.ขายสุทธิ -810 ลบ. พอร์ตบล.ขายสุทธิ -1.17 พันลบ. ส่วนต่างชาติซื้อสุทธิ +633 ลบ. และรายย่อยซื้อสุทธิ +1.34 พันลบ. หุ้นหลักที่กดตลาดลงเป็น DELTA, PTTEP, PTT, GULF, SCC, AOT, KCE, HANA, CCET เป็นต้น
ปัจจัยต่างประเทศ
- ตลาดหุ้นสหรัฐ Mix โดยดัชนีดาวโจนส์ลดลง แต่ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปิดบวก แม้ผิดหวังผลประกอบการ Apple แต่ก็มีแรงซื้อหุ้น AI ปัจจัยจับตา คือ ผลการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ และตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐ (NFP) สัญญาน้ำมันดิบ WTI & BRENT อ่อนลง 0.4-1.1% ปิดที่ 96-103 US$/bbl หลังมีความคืบหน้าในการยุติสงครามยูเครนและอิหร่านอยู่เนืองๆ แต่ตลาดก็มองว่ามีความไม่แน่นอนสูง สัญญาทองคำส่งมอบธ.ค.26 ลดลง -29.20 US$ มาที่ 3,940.40 US$/ออนซ์
- ดัชนีค่าเงินดอลลาร์ อ่อนเป็น 101.5 เงินบาทอยู่ที่ 33.71 บาท/US$ ด้าน US bond yield 10 ลดสู่4.91% (สูงสุด 5.36%) ดัชนีราคาถ่านหิน (NCF) ลดมาที่ 147.25จุด (ต่ำสุด YTD อยู่ที่ 141.30) ดัชนีค่าระวางเรือเทกอง (BDI)อ่อนเป็น 2,590จุด (สูงสุด 3,628 จุด)
- การเมืองสหรัฐ: ผลโพลล่าสุดระบุพรรคเดโมแครตมีคะแนนนำ...รัฐบาลทรัมป์ มีโอกาสเป็นรัฐบาล ”เป็ดง่อย”
ปัจจัยในประเทศ & ข่าวหุ้นเด่น
-ไทย: ครม.มีมติเห็นชอบให้เก็บภาษีสรรพสามิตรถ BEV, REEV ที่นำเข้าทั้งคัน ในอัตรา 35% (จากเดิมเก็บที่ 10-15%) มีผลตั้งแต่ 1 ม.ค. 2027 เพื่อสนับสนุนให้เกิดการผลิต ประกอบ และใช้ชิ้นส่วนรถยนต์ในประเทศให้มากขึ้น...เป็นบวกกับผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ หุ้นเด่นเป็น AH, SAT, STANLY
- ไทย: ครม.ไฟเขียวค่ารถไฟฟ้าตลอดสาย 17-45 บาท ครอบคลุมทุกสายในช่วง 1 ม.ค.-31 ธ.ค.2027 โดยคาดว่าจะใช้งบประมาณราว 5.807 พันล้านบาท ในการชดเชยอัตราค่าโดยสารร่วมรถไฟฟ้า ซึ่งหุ้นที่ได้อานิสงค์เป็น BEM, BTS เรารอรายละเอียดของการชดเชยเพิ่มเติม
- การเมืองไทย: ติดตามการอภิปรายไม่ไว้วางใจ18 รัฐมนตรี ซึ่งอาจจะสั่นคลอนคะแนนนิยมรัฐบาลจากประเด็นร้อนในหลายๆเรื่อง
กลยุทธ์ : เน้นซื้อหุ้นดี เมื่อราคาอ่อนตัว ภาพเทคนิคหลักเป็นลบ กลยุทธ์หลักยังเป็นการเลือกซื้อเมื่อราคาอ่อนตัว ให้ แนวเด้ง SET ไว้ที่ 1490-1480 ส่วนแนวรับเหลักเป็น 1430, 1410 หรือต่ำกว่า แนวต้านอยู่ที่ 1500, 1520-1530, 1550 ตามลำดับ
หุ้นพื้นฐานแนะนำวันนี้: BDMS (ราคาปิด 19.60 บาท) คาดกำไรสุทธิ 3Q26F เติบโตเร่งตัวขึ้นเมื่อเทียบ YoY (จากที่ขยายตัว +1%YoY ใน 1Q26 และ +2%YoY ใน 2Q26) และขยายตัว QoQ เนื่องจากมีไข้หวัดใหญ่ และโควิด-19 ระบาด ส่งผลให้รายได้คนไข้ไทยเพิ่มขึ้น YoY ขณะที่รายได้คนไข้ต่างชาติขยายตัวดี YoY คาดว่าก าไรสุทธิ 3Q26F มีโอกาสทำสถิติสูงสุดใหม่ ณ ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายที่ Mean-1SD แนะนำซื้อ ให้ราคาเป้าหมาย 23 บาท
นักวิเคราะห์&กลยุทธ์: อาภาภรณ์ แสวงพรรค : arparporns@dbs.com : Tel 02 587 7829