Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.ทิสโก้ : HMPRO คงคำแนะนำ “ซื้อ” มูลค่าที่เหมาะสม 10 บาท

41

 

 

HMPRO : ประเด็นสำคัญจากการประชุมนักวิเคราะห์

 

SSSG เดือนตุลาคมสูงกว่า 5% จากความต้องการซื้อสินค้าซ่อมแซมหลังน้ำท่วม
การเติบโตของยอดขายจากสาขาเดิม (SSSG) ในเดือนตุลาคมสูงกว่า 5% ซึ่งเป็นระดับที่แข็งแกร่งที่สุดในช่วงครึ่งหลังของปี โดยได้รับแรงหนุนจากการซื้อสินค้าเพื่อซ่อมแซมความเสียหายจากน้ำท่วม อย่างไรก็ตาม หากไม่รวมพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ยอดขายในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดยังคงทรงตัว สะท้อนว่ากำลังซื้อยังไม่มีสัญญาณฟื้นตัวอย่างชัดเจน ทั้งนี้ ผู้บริหารคาดว่าความต้องการสินค้าสำหรับการฟื้นฟูและซ่อมแซมที่อยู่อาศัย เช่น สีทาบ้าน พื้น ห้องครัว และห้องน้ำ จะเพิ่มขึ้นในช่วงเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” สำหรับ HMPRO โดยให้มูลค่าที่เหมาะสมที่ 10.00 บาทต่อหุ้น จากแนวโน้มการฟื้นตัวของผลประกอบการในไตรมาส 4 และโอกาสที่ยอดขายจะเพิ่มขึ้นจากความต้องการซ่อมแซมหลังน้ำท่วม รวมถึงแรงสนับสนุนจากการจัดงาน Expo

HomePro Expo กลับมาเป็นปัจจัยขับเคลื่อนยอดขาย
งาน HomePro Expo (6-15 พ.ย.) กลับมาจัดอีกครั้งหลังจากเว้นช่วงไปหลายปี โดยคาดว่าจะสร้างยอดขายได้ประมาณ 200 ล้านบาท แม้งานดังกล่าวอาจส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นและอัตรากำไรสุทธิลดลง แต่คาดว่าจะยังส่งผลบวกต่อกำไรสุทธิของบริษัท โดยงานนี้จัดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับงาน HomePro Anniversary (1-11 พ.ย.)

ลดจำนวนการเปิดสาขาและ CAPEX สำหรับปี 2026
ผู้บริหารปรับลดจำนวนสาขาที่จะเปิดในช่วง 4Q26 ที่เหลืออยู่เหลือเพียง 2 สาขา ได้แก่ สาขาภูเก็ตอนุสาวรีย์ และสาขารัตนาธิเบศร์ พร้อมทั้งปรับลดงบลงทุน (CAPEX) ทั้งปีลงมาอยู่ที่ 4-5 พันล้านบาท โครงการที่เหลือจะถูกเลื่อนไปอยู่ในแผนงาน FY27 ซึ่งมุ่งเน้นการเปิดสาขาใหม่ 1-2 สาขา การปรับรูปแบบสาขาเป็น Hybrid จำนวน 3-5 สาขา และการปรับปรุงสาขาเพิ่มเติม

ให้ความสำคัญกับ Social Commerce ผ่าน LINE OA ใน FY27
ยอดขาย E-commerce ทำสถิติสูงสุดที่ 9.8% ของยอดขายรวมใน 3Q26 เพิ่มขึ้น 26% YoY และเติบโตมากกว่า 30% ในเดือนตุลาคม ผู้บริหารมีแผนปรับโครงสร้างการดำเนินงานของสาขาในปีหน้า เพื่อเร่งขยายยอดขายผ่าน LINE Official Account (LINE OA) ซึ่งปัจจุบันสามารถสร้างยอดขายในระดับที่มีนัยสำคัญให้กับหลายสาขาแล้ว โดยจะผลักดันรูปแบบ Social Commerce ให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น

สัดส่วนสินค้าแบรนด์ตัวเองสูงกว่าเป้าหมาย
สัดส่วนสินค้าแบรนด์ตัวเองในช่วง 9M26 สูงกว่าเป้าหมายทั้งปีแล้ว โดย HomePro อยู่ที่ 22.2% และ Mega Home อยู่ที่ 23.6% ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนอัตรากำไรขั้นต้น และคาดว่าสัดส่วนดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นอีก 0.5-1.0 จุดเปอร์เซ็นต์ในปีหน้า ขณะเดียวกัน เงินสดของบริษัทลดลงเหลือ 1.56 พันล้านบาท โดยจำนวนวันเจ้าหนี้การค้า (Accounts Payable Days) อยู่ที่ 89 วัน และ Cash Cycle อยู่ที่ 26 วัน ผู้บริหารมองว่า ในกรณีเลวร้ายที่สุด ผลการจัดอันดับเครดิตจาก TRIS จะอยู่ที่ระดับ AA- พร้อมแนวโน้มเชิงลบ ซึ่งคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อต้นทุนทางการเงินของบริษัทประมาณ 10 bps

 

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

เช้านี้ รู้ผล.... By : นายกล้วยหอม

นายกล้วยหอม เช้าวันนี้ บ้านเรา คงรู้ผล เลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ วันนี้ จะเริ่มนับคะแนนตั้งแต่ 19.00 น. ตามเวลาสหรัฐฯ ....

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้