สำนักข่าวหุ้นอินไซด์ (20 ตุลาคม 2569 ) ---- InnovestX บริษัทหลักทรัพย์ในกลุ่ม SCBX ออกบทวิเคราะห์ ประจำวันที่ 20ตุลาคม 2569 คาด SET แกว่งในกรอบจำกัด ตลาดยังไร้ปัจจัยใหม่หนุน ขณะที่ราคาน้ำมันผันผวน โดยปรับขึ้นหลังจากกลุ่มฮูตีโจมตีโครงสร้างพลังงานซาอุดีอาระเบีย แต่ก็ย่อตัวลงจากคาดการณ์ที่ว่ารัสเซียอาจส่งออกน้ำมันเพิ่มขึ้น ส่งผลให้คาดนักลงทุนยังเลือกลงทุนเป็นรายหุ้นที่มีปัจจัยหนุน โดยวันนี้จะมีการรายงานงบหุ้นธนาคาร-การเงินหลายแห่ง อาจทำให้เกิดแรงเก็งกำไรได้บ้าง ประเด็นติดตามวันนี้ การประชุม ครม. คาดพิจารณาขยายวงเงินงบประมาณเยียวยาน้ำท่วม ทางเทคนิคดัชนียังคงไม่ผ่านแนวต้านกรอบบน ทำให้การฟื้นตัวยังคงเป็นไปได้อย่างจำกัด
ประเด็นสำคัญ
• รัฐบาลเดินหน้าปกป้องห่วงโซ่อุปทานในประเทศ จ่อชง ครม. ขึ้นภาษีสรรพสามิตรถ EV นำเข้าทั้งคันที่ไร้ชิ้นส่วนไทยจาก 10% เป็นไม่ต่ำกว่า 30% ดีเดย์ 1 ม.ค. 2027 ด้าน ขสมก. เตรียมประมูลรถเมล์ EV 800 คัน (วงเงิน 8.4 พันลบ.) บังคับใช้ Local Content ≥40% สอดรับกับ BOI ที่อนุมัติโตโยต้าลงทุน 1,490 ล้านบาท ผลิต Hilux FCEV พลังงานไฮโดรเจนที่บ้านโพธิ์เพื่อส่งออก ระยะยาวมองบวกต่อกลุ่มนิคม (WHA AMATA) และกลุ่มยานยนต์ (AH SAT STANLY)
• รมว.การค้าเนเธอร์แลนด์หนุนสรุปข้อตกลง FTA ไทย-EU ภายในปี 2026 เปิดทางสินค้าทูน่ากระป๋อง ข้าว และเนื้อไก่ ส่วนบราซิลพบการระบาดของโรคนิวคาสเซิลในฟาร์มไก่งวง เสี่ยงกระทบการส่งออกไปยังตลาดจีนซ้ำรอยปี 2024 เป็นปัจจัยเร่งคำสั่งซื้อและส่วนแบ่งตลาดแก่ผู้ส่งออกไก่ไทย มองบวกต่อกลุ่มส่งออกอาหาร (TU GFPT)
• สทนช. เตือนระดับน้ำในเขื่อนภาคตะวันออกสูงแตะ 89% ท่ามกลางประกาศเตือนฝนตกหนักระลอกใหม่ ระยะสั้นมองลบต่อกลุ่มนิคม (AMATA WHA) อย่างไรก็ดี รัฐบาลเตรียมขยายงบเยียวยาปี 2027 เพิ่มเติมกว่า 1 หมื่นลบ. หลังงบกลางปี 2026 หมดลง มองบวกต่อกลุ่มค้าปลีกวัสดุก่อสร้าง (GLOBAL HMPRO)
• รฟม. เปิดแผนขยายโครงข่ายรถไฟฟ้า 4 เส้นทาง ระยะทางรวม 64.8 กม. ได้แก่ โมโนเรลสายสีน้ำตาล (แคราย–ลำสาลี 4.17 หมื่นลบ.), โมโนเรลสายสีเทา ระยะที่ 1 (วัชรพล–ทองหล่อ 2.9 หมื่นลบ.), รถไฟฟ้ารางเบาสายสีเงิน (บางนา–สุวรรณภูมิ 8.9 หมื่นลบ.) และสายสีฟ้า (ดินแดง–สาทร 1.47 หมื่นลบ.) เตรียมเริ่มชง ครม. สายสีน้ำตาลปี 2028 เสริมความต่อเนื่องของงานประมูล ระยะยาวมองบวกต่อกลุ่มรับเหมาและผู้บริหารระบบราง (CK STECON BEM BTS)
• จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยสัปดาห์ล่าสุดอยู่ที่ 487,410 คน ขยายตัว 0.8% WoW จากการเพิ่มขึ้นของตลาดระยะไกลหลังยุโรปเข้าสู่ Winter Season ชดเชยการชะลอตัวของการสิ้นสุด Golden Week ได้ มองบวกต่อกลุ่มท่องเที่ยว (CENTEL ERW AOT)
กลยุทธ์การลงทุน
ช่วงสั้นมอง SET ยังแกว่งตัวในลักษณะไซด์เวย์ เนื่องจากตลาดยังขาดปัจจัยหนุนใหม่เข้ามาขับเคลื่อนอย่างมีนัยสำคัญ โดยปัจจัยในประเทศให้น้ำหนักกับการทยอยประกาศผลประกอบการ 3Q26 ของกลุ่มธนาคาร ซึ่งจุดที่ตลาดโฟกัสคือ แนวโน้มส่วนต่างดอกเบี้ย (NIM), การตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญ และการคุม NPL ส่วนปัจจัยต่างประเทศต้องจับตา Bond Yield และตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ เพื่อประเมินทิศทางนโยบายดอกเบี้ยของเฟดในการประชุมเดือน ต.ค. ตลอดจนความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง ซึ่งยังกดดันราคาน้ำมันและจำกัด Upside ของตลาดสินทรัพย์เสี่ยง กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ Selective Buy
แนวรับ – แนวต้าน : 1560/1555 – 1580/1585
ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์
มอง SET แกว่งตัวไซด์เวย์ หลังขาดปัจจัยหนุนใหม่ โดยในประเทศติดตามประกาศงบ 3Q26 กลุ่มธนาคาร ส่วนต่างประเทศจับตา US Bond Yield และตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ เพื่อประเมินทิศทางดอกเบี้ยในการประชุม FED ในเดือน ต.ค. รวมถึงความตึงเครียดตะวันออกกลางที่ยังกดดันราคาน้ำมันและจำกัด Upside ของตลาดสินทรัพย์เสี่ยง กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ Selective Buy โดยเน้น “Buy on Dip” ผ่าน 4 ธีมเทรดดิ้งที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ดังนี้
1. Earnings Momentum Play ที่คาดจะประกาศผลประกอบการ 3Q26 เติบโตแข็งแกร่งในช่วง 2 สัปดาห์ข้างหน้า อีกทั้งเราแนะนำ Outperform แบ่งเป็น กลุ่มกำไรเติบโต YoY ได้แก่ KKP DELTA PTTEP GLOBAL SCGP และกลุ่มกำไรเติบโต QoQ ได้แก่ KTB BBL
2. FDI & New Economy Play ที่คาดได้อานิสงส์เชิงโครงสร้างจากการเป็นเจ้าภาพจัดประชุม IMF-World Bank ซึ่งทำให้ได้แสดงศักยภาพของไทยเพื่อดึงดูด FDI ตลอดจนการขับเคลื่อนนโยบาย New Economy ได้แก่ กลุ่ม Digital Banking (KBANK KTB BBL) กลุ่มนิคม (WHA AMATA) กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ (DELTA HANA KCE) กลุ่มพลังงานสะอาด (GULF GPSC GUNKUL) กลุ่มเทคโนโลยีและ Cybersecurity (TRUE SECURE)
3. Defensive Domestic Play ที่อิงการบริโภคในประเทศ ซึ่งมีกระแสรายได้มั่นคงและทนทานต่อความผันผวนจากปัจจัยภายนอก ได้แก่ กลุ่มค้าปลีก (CPN CRC) รวมถึงค้าปลีกวัสดุก่อสร้างหลังอุทกภัยคลี่คลาย (HMPRO GLOBAL) กลุ่มการแพทย์ (BCH PR9) และกลุ่มสื่อสาร (TRUE)
4. High-Season Tourism & Flood Relief Play ที่ได้อานิสงส์จากคลายกังวลสถานการณ์น้ำท่วมในประเทศที่ผ่านจุดพีกไปแล้วและเข้าสู่ช่วงไฮซีซันของท่องเที่ยวไทยใน 4Q26 ได้แก่ กลุ่มท่องเที่ยว (ERW CENTEL AOT) และกลุ่มค้าปลีก (CPN CRC)
Daily Top Picks
CENTEL: ปัจจัยสนับสนุนจากจำนวน นทท. ต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มระยะไกล คาด RevPAR ใน 3Q26 จะเติบโต 3-5%YoY และคาดจะเร่งตัวขึ้นใน 4Q26F ขณะที่ยอดจองที่พักล่วงหน้าใน ต.ค. 2026 สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน คาดกำไรปี 2026F ที่ 3.3 พันลบ. (+18%YoY) เป้าหมายระยะสั้นที่ 43.75 บาท
HANA: ปัจจัยสนับสนุนระยะสั้นจากโมเมนตัมการฟื้นตัวของหุ้นเทคฯ โลก คาดผลประกอบการ 3Q26F จะฟื้นตัวโดดเด่น จากการเริ่มผลิตสินค้าที่เกี่ยวข้องกับ AI อย่าง Solid-State Cooling Device และ High Density PCBA ที่มีมาร์จิ้นสูง และคาดกำไรสุทธิจะเติบโตต่อเนื่องในอีก 2-3 ปีข้างหน้า เป้าหมายระยะสั้นที่ 51.50 บาท