Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.เอเซีย พลัส : บทวิเคราะห์ภาวะตลาดหุ้นรายวัน

83

 

 

จับตา FUND FLOW ก่อนเวทีการเงินโลกมาไทย


HORIZON MARKET VIEW
• วานนี้ ตลาดหุ้นโลกเผชิญแรงกดดันหลายประเด็น เริ่มจาก BOND YIELD 30Yสหรัฐฯ พุ่งขึ้นแตะระดับ 5.7% ทำจุดสูงสุดในรอบ 24 ปี รวมถึงราคาน้ำมันดิบBRENT ดีดตัวขึ้นแตะ 101.2 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังสงครามตะวันออกกลางยังคงยืดเยื้อและไม่แน่นอน นอกจากนี้ FED ยังคงส่งสัญญาณ HAWKISH ซึ่งตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่จะประกาศในวันที่ 14 ต.ค. นี้ อาจเปลี่ยนมุมมองของตลาดได้
• ขณะที่ความกังวล YIELD SHOCK ที่อาจส่งผ่านไปยังต้นทุนทางการเงินมีแนวโน้มสูงขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงต่อคุณภาพสินทรัพย์ โดยเฉพาะ NPL และ CREDIT COSTทำให้หุ้นกลุ่มธนาคารยุโรปที่ค่อนข้าง SENSITIVE ถูกขายหนัก ล่าสุดดัชนี STOXXEUROPE 600 BANKS (SX7P) ปรับตัวลดลง 3.3%


REGION RADAR
• งาน INVESTOR DAY ของ MARVELL ในวันที่ 6 ต.ค. ที่ผ่านมาได้สร้างความเซอร์ไพรส์ให้กับตลาดต่อการเติบโตระยะยาวของบริษัท แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่านั้นคือ บริษัทได้ให้ภาพการเติบโตระยะยาวของธุรกิจต่างๆ ที่ MARVELL ได้เข้ามาเกี่ยวข้อง อาทิ INTERCONNECT
• SAMSUNG ELECTRONICS (005930 KS) ประกาศตัวเลขเบื้องต้นยอดขายรวมราว 195 ล้านล้านวอน และกำไรจากการดำเนินงานราว107.4 ล้านล้านวอน โดยได้รับแรงหนุนจากปริมาณการขายและราคาขายชิป MEMORY ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง


THAI FOCUS
• ไทยเตรียมเป็นเจ้าภาพ IMF–WORLD BANK ANNUAL MEETINGS12–18 ต.ค. ถือเป็นโอกาสนำเสนอศักยภาพเศรษฐกิจผ่าน 7อุตสาหกรรมกองหน้า มีหุ้นเด่นรับกระแส อาหาร CBG/CPF/ITC,ยานยนต์สมัยใหม่ AH/MGC/KGEN, ค้าปลีก CPALL/CRC,SMART ELECTRONICS & DIGITAL DELTA/GULF, MEDICAL &WELLNESS BH/BDMS, TOURISM AOT/CENTEL/BEM และCREATIVE ECONOMY PLANB/BEC หวังสร้างความได้เปรียบ และเชื่อมต่อ GLOBAL SUPPLY CHAIN ได้ชัดเจนขึ้น

 

SYNAPSE STRATEGY
• ในจังหวะที่ต่างชาติยังลดน้ำหนักหุ้นเอเชียหลายตลาด ประเด็นโอลิมปิกการเงินสัปดาห์หน้า ที่จะดึงผู้กำหนดนโยบายและนักลงทุนทั่ว
โลกเข้าสู่ไทย คาดหวังจะช่วยเพิ่มภาพลักษณ์ของตลาดไทย และอย่างน้อยช่วย ชะลอ MOMENTUM การขายของต่างชาติ ได้
• ในช่วง 22 ก.ย.–6 ต.ค. พบหุ้นที่ต่างชาติทยอยสะสมทั้งทางตรงและNVDR เด่น 10 ตัว ได้แก่ CPF, SCB, SAWAD, BH, BDMS, PTTGC,PTT, TOP, IRPC, IVL ขณะที่ภาพ RRG ของหุ้นส่วนใหญ่ยังอยู่ในโซน IMPROVING–LEADING หรือมี MOMENTUM แข็งแรง

HORIZON MARKET VIEW
ปัจจัยแวดล้อมกดดันเข้ามา ทำตลาดหุ้นผันผวน
วานนี้ ตลาดหุ้นโลกเผชิญแรงกดดันหลายประเด็น เริ่มจาก BOND YIELD 30Y สหรัฐฯ พุ่งขึ้นแตะระดับ 5.7%ทำจุดสูงสุดในรอบ 24 ปี
รวมถึงราคาน้ำมันดิบ BRENT ดีดตัวขึ้นแตะ 101.2 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังสงครามตะวันออกกลางยังคงยืดเยื้อและไม่แน่นอน ซึ่งในเดือนนี้มีการโจมตีเรืออย่างน้อย 9 ครั้ง ราวครึ่งหนึ่งของทั้งเดือน ก.ย. และ IRGC ขู่ปิดเส้นทางผิดกฎหมาย อีกทั้งยังมีกระแสข่าว ปธน. ทรัมป์อาจสั่งโจมตีอิหร่านก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ

นอกจากนี้ FED ยังคงส่งสัญญาณ HAWKISH โดยรายงานการประชุม FOMCMEETING MINUTES รอบเดือนก.ย. มีมติเอกฉันท์ 12-0 ปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% สู่กรอบ 3.75%-4.00% พร้อมกับคาดว่าจะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งก่อนสิ้นปี เพื่อสกัดเงินเฟ้อที่อยู่สูงกว่าเป้าหมายมานานกว่า 5 ปีซึ่งจุดยืนหลักของ FED ยังคงเป็น"HIGHER FOR LONGER" อย่างไรก็ดี ตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่จะประกาศในวันที่ 14 ต.ค. นี้ อาจเปลี่ยนมุมมองของตลาดได้

 

ขณะที่ความกังวล YIELD SHOCK ที่อาจส่งผ่านไปยังต้นทุนทางการเงินมีแนวโน้มสูงขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงต่อคุณภาพสินทรัพย์ โดยเฉพาะ NPL และ CREDIT COST ทำให้หุ้นกลุ่มธนาคารยุโรปที่ค่อนข้าง SENSITIVE ถูกขายหนัก

ล่าสุดดัชนีSTOXX EUROPE 600 BANKS (SX7P) ปรับตัวลดลง 3.3% โดยมีแรงกดดันจากธนาคารขนาดใหญ่หลายแห่ง อาทิSOCIETE GENERALE -5.0%, DEUTSCHE BANK -4.7%, ABN AMRO -4.4% และUNICREDIT -4.2%


REGION RADAR
MARVELL ระบุถึงการมาของเทรนด์ CONNECTIVITY จะมีหุ้นไหนที่น่าสนใจ
งาน INVESTOR DAY ในรอบ 5 ปีของ MARVELL ในวันที่ 6 ต.ค. ที่ผ่านมาได้สร้างความเซอร์ไพรส์ให้กับตลาดต่อการเติบโตระยะยาวของบริษัท แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่านั้นคือ บริษัทได้ให้ภาพการเติบโตระยะยาวของธุรกิจต่างๆที่ MARVELL ได้เข้ามาเกี่ยวข้อง อาทิ INTERCONNECT, SWITCHING AND STORAGE, CUSTOM และอื่นๆพบว่าธุรกิจที่มีอัตราการเติบโตมากสุดไปจนถึงปี 2030 คือ ธุรกิจ INTERCONNECT ที่มีอัตราการเติบโตCAGR ที่ระดับ 65% ส่งผลให้เรามีมุมมองเชิงบวกต่อหุ้นในกลุ่ม INTERCONNECT และชอบ DR: ALAB01 มากสุดเนื่องจากเป็นผู้ได้รับประโยชน์มากสุดจากเทรนด์การมาของ INTERCONNECT และมีสัดส่วนรายได้จากธุรกิจนี้สูงสุดเมื่อเทียบกับคู่แข่ง

 


SAMSUNG ELECTRONICS เผยกำไรไตรมาส 3 สูงสุดเป็นประวัติการณ์
SAMSUNG ELECTRONICS (005930 KS) ประกาศตัวเลขเบื้องต้น ยอดขายรวมราว 195 ล้านล้านวอน และกำไรจากการดำเนินงานราว 107.4 ล้านล้านวอน ซึ่งเป็นตัวเลขที่ทำสถิติสูงสุดใหม่ โดยได้รับแรงหนุนจากปริมาณการขายและราคาขายชิป MEMORY ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จากการพัฒนาโมเดล AI ที่เร่งตัวขึ้นจนเกิดปัญหา SUPPLY ของชิป MEMORY ไม่เพียงพอต่อ DEMAND อย่างไรก็ตาม กำไรยังออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้เล็กน้อย เนื่องจากได้รับแรงกดดันจากอัตรากำไรของธุรกิจ SMARTPHONE ที่ลดลง โดยความน่าสนใจของ SAMSUNG จะอยู่ที่การมาของชิป HBM ในปีหน้า ซึ่งจะมีปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญและราคาขายเฉลี่ย (ASP) ที่มีแนวโน้มปรับตัวขึ้นแรงต่อในปีหน้าจะช่วยหนุนผลประกอบการในอนาคตของบริษัท


THAI FOCUS
คัดหุ้น 7 อุตสาหกรรมกองหน้า รับ IMF–WORLD BANK
ไทยเตรียมเป็นเจ้าภาพ IMF–WORLD BANK ANNUAL MEETINGS ระหว่างวันที่ 12–18 ต.ค. ซึ่งถือเป็นเวทีสำคัญในการนำเสนอศักยภาพและทิศทางการยกระดับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยต่อผู้กำหนดนโยบาย สถาบันการเงิน และนักลงทุนทั่วโลก โดยมี 7 อุตสาหกรรมกองหน้า เป็นตัวแทนของ NEW GROWTH ENGINE ได้แก่อาหาร CBG/CPF/ITC, ยานยนต์สมัยใหม่ AH/MGC/KGEN, ค้าปลีก CPALL/CRC, SMARTELECTRONICS & DIGITAL DELTA/GULF, MEDICAL & WELLNESS BH/BDMS, TOURISMAOT/CENTEL/BEM และ CREATIVE ECONOMY PLANB/BEC ซึ่งล้วนเป็นกลุ่มที่ไทยมีฐานธุรกิจเดิมแข็งแรงและสามารถต่อยอดไปสู่กิจกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นประเด็นสำคัญไม่เพียงสร้างภาพลักษณ์ระยะสั้น แต่เป็นโอกาสโชว์จุดเด่นของไทย เพื่อดึงดูด FDI,TECHNOLOGY TRANSFER และพันธมิตรธุรกิจใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มที่เชื่อมต่อกับ GLOBAL SUPPLY CHAINได้โดยตรง เช่นSMART ELECTRONICS, DATA CENTER, EV SUPPLY CHAIN, FOOD PROCESSINGรวมถึงภาคบริการที่ไทยมีจุดแข็งอยู่แล้วอย่าง MEDICAL & WELLNESS และ TOURISM หากสามารถต่อยอดจากการเป็นฐานการผลิตหรือปลายทางท่องเที่ยว ไปสู่การเป็น REGIONAL HUB ที่สร้างมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นจะช่วยเพิ่มทั้งศักยะภาพในการทำกำไรระยะกลาง-ยาวและ VALUATION ของหุ้นที่อยู่ใน ECOSYSTEM ดังกล่าว
งาน IMF–WORLD BANK ไม่ใช่เพียง EVENT เชิงภาพลักษณ์ แต่เป็นเวทีผลักดัน 7 อุตสาหกรรมกองหน้าให้เชื่อมกับเงินทุน เทคโนโลยี และ GLOBAL SUPPLY CHAIN ได้ชัดเจนขึ้น

 

SYNAPSE STRATEGY
ต่างชาติขายหุ้นไทยต่อเนื่อง 11 วันทำการ แต่ยังทยอยสะสมอยู่บางตัว
ในจังหวะที่นักลงทุนต่างชาติยังลดน้ำหนักหุ้นเอเชียหลายตลาด โดยเฉพาะเกาหลีใต้ อินเดีย อินโดนีเซีย และไต้หวัน แต่วานนี้ FUND FLOW ไทยเริ่มเห็นสัญญาณบวกพร้อมกันทั้ง 2 ตลาด หลังจากขายมาหนัก โดยต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทย +1.72 พันล้านบาท และซื้อสุทธิตราสารหนี้ไทย +6.26 พันล้านบาท รวมเงินไหลเข้าสุทธิราว +7.98 พันล้านบาทในวันเดียว


ประเด็น IMF–WORLD BANK ANNUAL MEETINGS 12–18 ต.ค. หรือเปรียบเสมือน “โอลิมปิกการเงิน” ที่ดึงทั้งผู้กำหนดนโยบาย สถาบันการเงิน และนักลงทุนทั่วโลกเข้าสู่ไทย จึงมีโอกาสช่วยเพิ่ม VISIBILITY และภาพลักษณ์ของตลาดทุนไทย รวมถึงอย่างน้อยช่วย ชะลอ MOMENTUM การขายของต่างชาติ หลังเดือน ต.ค.ถึงปัจจุบันต่างชาติยังขายหุ้นไทยสุทธิราว -7.44 พันล้านบาท แต่ฝั่งตราสารหนี้เดือน ต.ค. กลับมาเป็น NET BUY +5.80 พันล้านบาท สะท้อนว่ากระแสเงินต่างชาติเริ่มมีสัญญาณเลือกกลับเข้าหาสินทรัพย์ไทยบางส่วน


ในเชิงกลยุทธ์ ช่วง 22 ก.ย.–6 ต.ค. พบหุ้นที่ต่างชาติทยอยสะสมทั้งทางตรงและผ่าน NVDR เด่น 10 ตัว ได้แก่CPF, SCB, SAWAD, BH, BDMS, PTTGC, PTT, TOP, IRPC และ IVL โดยแบ่งได้เป็น 3 THEME คือLAGGARD, HIGH SEASON และพลังงาน–ปิโตรเคมี ขณะที่ภาพ RRG ของหุ้นส่วนใหญ่อยู่ในโซนIMPROVING–LEADING หรือมี RS-MOMENTUM แข็งแรง สะท้อนว่าแรงซื้อของต่างชาติเริ่มสอดคล้องกับ MOMENTUM ของราคาหุ้น ไม่ได้เป็นเพียงการซื้อหุ้นราคาถูกอย่างเดียว


BEM : มีโอกาสได้สัญญาเดินรถไฟฟ้าม่วงใต้ พร้อมลุ้นกำไรทำจุดสูงสุดของปีในไตรมาส 3
SCC : ได้ผลบวกจากการรวมธุรกิจโอเลฟินส์กับ PTTGC แต่ราคาหุ้นยังLAGGARD
ITC : ได้ประโยชน์จากธีมค่าเงินบาทอ่อนค่า และลุ้นดีล M&A กับบริษัทในจีน-สหรัฐฯ ที่คาดสรุป 4Q69 เปิดUPSIDE เพิ่ม

 

 

จัดทำโดย
ภราดร เตียรณปราโมทย์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์

ภวัต ภัทราพงศ์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์
เลขทะเบียนนักวิเคราะห์: 117985

สิริลักษณ์ พันธ์วงค์
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์

ธนกฤต สัจจมงคล
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้