Today’s NEWS FEED

News Feed

InnovestX "คาดวันนี้ SET พักตัว ราคาน้ำมันที่ปรับขึ้น- Bond Yield พุ่ง กดดัน

57

 

 


สำนักข่าวหุ้นอินไซด์ (8 ตุลาคม 2569 ) ---- InnovestX บริษัทหลักทรัพย์ในกลุ่ม SCBX ออกบทวิเคราะห์ ประจำวันที่ 8 ตุลาคม 2569 คาด SET ย่อพักตัว กดดันจากราคาน้ำมันที่ปรับขึ้น หลังความกังวลด้านอุปทานกลับมาอีกครั้ง รวมทั้ง Bond Yield สหรัฐฯ อายุ 10 และ 30 ปี พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 24 ปี อย่างไรก็ตามคาดหุ้นกลุ่มพลังงาน รวมถึงหุ้นกลุ่มประกันภัย และธนาคาร น่าจะเคลื่อนไหวได้ดีกว่าตลาด ขณะที่กระแส Fund Flow ยังไม่ชัดเจน แม้ว่านักลงทุนต่างชาติจะหยุดการขายสุทธิหุ้นไทยติดต่อกันที่ 11 วันก็ตาม ทางเทคนิคดัชนีขึ้นมายังไม่ผ่านเส้นค่าเฉลี่ย 75 วัน อาจต้องระวังการกลับลงไปพักตัวอีกครั้ง

ประเด็นสำคัญ
• Bond Yield สหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปรับขึ้นสู่ระดับ 5.31% ทำระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2002 หลังผลสำรวจเฟดนิวยอร์กเผยแนวโน้มเงินเฟ้อใน 1 ปีข้างหน้าจะเร่งตัวแตะ 3.9% สูงสุดนับตั้งแต่ พ.ค. 2023 ตอกย้ำความเสี่ยงดอกเบี้ยทรงตัวระดับสูงต่อเนื่อง ระยะสั้นมองกดดันสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก แต่บวกต่อกลุ่มประกันภัย (BLA TLI) และกลุ่มธนาคาร (KTB BBL KKP)
• อิหร่านขู่ปิดเส้นทางเดินเรือที่ผิดกฎหมายเร็วๆ นี้ ส่วนกลุ่มฮูตีได้เปิดฉากโจมตีสนามบิน Aden ในเยเมน ทำให้ความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจยกระดับและลุกลามเป็นวงกว้าง ซ้ำเติมด้วยพายุโซนร้อน Isaias อาจทวีกำลังเป็นเฮอริเคนจ่อพัดถล่มแหล่งผลิตน้ำมันในอ่าวเม็กซิโก (ประเมินผลผลิตหาย 11.2 ล้านบาร์เรล) หนุนราคาน้ำมันและค่าการกลั่น มองบวกต่อกลุ่มพลังงาน (PTTEP TOP SPRC BCP)
• โตโยต้าระงับผลิต 3 โรงงานชั่วคราว ฉุดยอดผลิตค้าง 3 หมื่นคัน หลังซัพพลายเออร์ 14 รายในนิคมอมตะถูกน้ำท่วม คาดใช้เวลาฟื้นฟู 3-4 สัปดาห์ มองลบต่อกลุ่มยานยนต์ (SAT STANLY) ส่วนกระทรวงเกษตรฯ ชี้พื้นที่เกษตรเสียหาย 1.7 ล้านไร่ เสี่ยงกระทบคุณภาพสินเชื่อและกำลังซื้อ มองลบต่อกลุ่มไฟแนนซ์ (MTC SAWAD TIDLOR)
• รมว. คลังเผยโครงการ "BOI to IPO” จะมีช่องทาง Super-Fast Track อำนวยความสะดวกบริษัทต่างชาติจดทะเบียนใน ตลท. พร้อมหารือ JETRO ตั้งเป้าดึงบริษัทญี่ปุ่นร่วมโครงการเป็นรายแรก ย้ำจุดยืนไทยศูนย์กลางย้ายฐานผลิตอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ระยะยาวมองบวกต่อตลาดหุ้นไทยและกลุ่มนิคม (AMATA WHA)
• SCC เผยแผนจัดตั้งบริษัทร่วมทุนระหว่างบริษัทลูก SCGC และ PTTGC ในกลุ่มธุรกิจโอเลฟินส์และโพลิโอเลฟินส์คาดจะมีความชัดเจนในวันที่ 29 ต.ค. 2026 แม้ประเมินรายได้หลังปรับโครงสร้างอาจลดลง แต่กำไรสุทธิ กระแสเงินสด และ EBITDA จะดีขึ้นอย่างมีนัยฯ จาก Synergy ที่ช่วยลดต้นทุนและบริหารความเสี่ยงด้านวัตถุดิบร่วมกัน ระยะยาวมองบวกต่อปัจจัยพื้นฐานของ SCC และ PTTGC

 

กลยุทธ์การลงทุน
ช่วงสั้นมอง SET ยังแกว่งตัวผันผวน เนื่องจากขาดปัจจัยหนุนใหม่ ท่ามกลางบรรยากาศลงทุนที่ถูกกดดันจากปัจจัยรอบด้าน ทั้งท่าที Hawkish ของเฟด ซึ่งหนุนให้ Bond Yield ทรงตัวสูงในรอบหลายปี ทำให้ Fund Flow ยังมีทิศทางไหลออก ผสานกับราคาพลังงานที่ยังยืนสูงจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ที่ยืดเยื้อ เป็นแรงเสี่ยงต่อแนวโน้มเงินเฟ้อ นอกจากนี้ในประเทศยังมีประเด็น Overhang จากความกังวลสถานการณ์น้ำท่วม แม้เบื้องต้นประเมินว่าผลกระทบต่อเศรษฐกิจจะมีจำกัด แต่ยังต้องเฝ้าระวังความเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลันจากฝนตกหนักระลอกใหม่ในช่วงวันที่ 10-13 ต.ค. นี้ ซึ่งอาจเพิ่ม Downside Risk ต่อเศรษฐกิจและสร้าง Sentiment เชิงลบต่อตลาด กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy”


แนวรับ – แนวต้าน : 1570/1565 – 1590/1595

ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์
มอง SET จะยังผันผวน หลังขาดปัจจัยหนุนใหม่ โดยถูกกดดันจากภายนอก ทั้งท่าที Hawkish ของเฟดที่ดัน Bond Yield สูงจน Fund Flow ไหลออก และราคาพลังงานสูงจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มความเสี่ยงเงินเฟ้อ ส่วนในประเทศมี Overhang จากเฝ้าระวังน้ำท่วมระลอกใหม่ซึ่งอาจเพิ่ม Downside Risk ต่อเศรษฐกิจและกดดันบรรยากาศลงทุน กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy” โดยเน้น “Buy on Dip” ผ่าน 3 ธีมเทรดดิ้งที่มีปัจจัยบวกเฉพาะ ดังนี้
1. Domestic Play ที่อิงการบริโภคในประเทศเป็นหลัก มีกระแสรายได้มั่นคงและมีความต้านทานต่อปัจจัยภายนอกสูง ได้แก่ กลุ่มพาณิชย์ (CPN CRC) กลุ่มการแพทย์ (BCH PR9) และกลุ่มสื่อสาร (TRUE)
2. Flood Defensive & Recovery Plays ที่ได้ประโยชน์จากสถานการณ์น้ำท่วมตั้งแต่แรงซื้อกักตุนสินค้าจำเป็นยามฉุกเฉิน ได้แก่ กลุ่มพาณิชย์ (BJC CRC) ต่อเนื่องไปจนถึงอุปสงค์การซ่อมแซมที่อยู่อาศัยหลังน้ำลด ได้แก่ กลุ่มพาณิชย์ (HMPRO GLOBAL) กลุ่มวัสดุก่อสร้าง (DCC) ขณะที่แนะนำให้หลีกเลี่ยงหรือชะลอการลงทุนสำหรับหุ้นกลุ่มประกันภัยที่อาจได้รับแรงกดดันจาก Loss ratio สูงขึ้น
3. Tourism & Mega-Event Play ที่คาดได้อานิสงส์จากการเข้าสู่ช่วงไฮซีซันของการท่องเที่ยวใน 4Q26 ซึ่งมีปัจจัยสนับสนุนตั้งแต่ Golden Week ของจีน (1-7 ต.ค.), อีเวนท์ระดับโลกอย่างการประชุม WorldBank-IMF (12-18 ต.ค.) ได้แก่ กลุ่มท่องเที่ยว (ERW CENTEL AOT) และกลุ่มค้าปลีก (CPN CRC)


Daily Top Picks

CPN: ปัจจัยสนับสนุนระยะสั้นจากผลกระทบจากวิกฤตอุทกภัยต่อผลประกอบการที่คาดจะมีจำกัด คาดกำไรปกติ 3Q26F จะเติบโต YoY และ QoQ สนับสนุนจากจำนวนผู้ใช้บริการศูนย์การค้าและยอดขายของผู้เช่าที่เติบโตต่อเนื่อง และ Upside จากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการ Dusit Residence เป้าหมายระยะสั้นที่ 63.50 บาท

SPRC: ปัจจัยสนับสนุนระยะสั้นจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่กลับมาปะทุ อิหร่านขู่ปิดเส้นทางเดินเรือ และจีนประกาศระงับการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปอย่างไม่มีกำหนด กดดันห่วงโซ่อุปทานน้ำมันสำเร็จรูปตึงตัวสูง ขณะที่ซาอุฯ ลดราคาส่งออกน้ำมันดิบสู่เอเชียใน พ.ย. สู่ระดับต่ำสุดในรอบ 6 ปี เป้าหมายระยะสั้นที่ 16.70 บาท

 

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้