GUNKUL
กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง
จับมือกับ GULF ช่วยลดภาระงบดุล เปิด Upside ใหม่จากงาน EPC
GUNKUL ลงนาม PPA โครงการพลังงานหมุนเวียน Phase 2 เพิ่มอีก 261.8MW ทำให้โครงการ Phase 2 ทั้งหมด 319MW มีสัญญาครบแล้ว และลดความเสี่ยงด้านการทำสัญญาของ Pipeline นี้ โดยโครงการที่ลงนามล่าสุดประกอบด้วย Solar 19.4MW ที่ COD ปี 2027 และ Wind รวม 242.4MW ที่ COD ปี 2030
พร้อมกันนี้ GUNKUL ขายหุ้น 50% ใน 7 บริษัทโครงการให้ Gulf Renewable Energy ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่ม GULF มูลค่า 466.5 ล้านบาท ครอบคลุม 12 โครงการรวม 673.4MW Gross หรือ 336.7MW ตามสัดส่วนถือหุ้นหลังดีล ทั้ง Wind, Solar และ Solar+BESS โดยบริษัทโครงการจะเปลี่ยนจากบริษัทย่อยเป็นกิจการร่วมค้า (JV) หลังทำรายการ
ประโยชน์สำคัญของดีลอยู่ที่ การลดภาระงบดุลมากกว่ากำไรจากการขายหุ้น เพราะโครงการทั้งหมดต้องใช้เงินลงทุนราว 3.47 หมื่นล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นหนี้โครงการประมาณ 2.60 หมื่นล้านบาท ซึ่งหลังจัดโครงสร้างเป็น JV หนี้จะอยู่ในระดับกิจการร่วมค้า และ GUNKUL ใช้เงินลงทุนในส่วนทุนเพียงประมาณ 4.3 พันล้านบาท หากถือโครงการทั้งหมดเอง นักวิเคราะห์ประเมิน Net D/E ปี 2028 จะเพิ่มจาก 0.22x เป็น 2.0x และ IBD/EBITDA จาก 1.5x เป็น 6.8x ดังนั้นโครงสร้าง JV ช่วยรักษาความสามารถในการลงทุนรอบถัดไป ทั้ง PDP2026 และ Direct PPA
ด้านกำไร ไม่มีการปรับประมาณการปี 2026–2028 เพราะประมาณการเดิม เราสมมติการถือโครงการเหล่านี้ที่ 50% และรับรู้เป็นส่วนแบ่งกำไรจาก JV อยู่แล้ว ขณะที่ Upside ใหม่คือธุรกิจ EPC เพราะเมื่อโครงการเปลี่ยนเป็น JV งานก่อสร้างที่ GUNKUL รับจากโครงการสามารถรับรู้เป็นรายได้ในงบรวมได้ โดยหากได้งาน EPC คิดเป็น 15% ของเงินลงทุนโครงการที่ 3.47 หมื่นล้านบาท และมีอัตรากำไรสุทธิ 10% จะสร้างกำไรรวมราว 520 ล้านบาทในช่วงปี 2027–2030 หรือเฉลี่ย 130 ล้านบาท/ปี เท่ากับประมาณ 4% ของกำไรหลักปี 2028 ซึ่งยังไม่ได้รวมในประมาณการปัจจุบัน
Fundamental view: คงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 6.50 บาท