Today’s NEWS FEED

News Feed

InnovestX "คาดวันนี้ SET แกว่งลง จับตา CPI สหรัฐฯ คืนนี้"

59

 


สำนักข่าวหุ้นอินไซด์ ( 11 กันยายน 2569 ) ------ InnovestX บริษัทหลักทรัพย์ในกลุ่ม SCBX ออกบทวิเคราะห์ ประจำวันที่ 11 กันยายน 2569 คาด SET แกว่งลง ตลาดอยู่ในภาวะ Risk-off ต่อเนื่องท่ามกลางราคาน้ำมันที่ดีดตัวแรงจากความกังวลอุปทานตึงตัว และ Bond Yield ขยับขึ้นจากความเป็นไปได้ที่ Fed อาจขึ้นดอกเบี้ยในสัปดาห์หน้า อย่างไรก็ตาม ประเมินว่าหุ้นที่มีปัจจัยหนุนเฉพาะตัว ทั้งหุ้นกลุ่มพลังงานต้นน้ำ-โรงกลั่น-ปิโตรฯ และหุ้นกลุ่มธนาคาร-ประกันฯ น่าจะช่วยประคองตลาด ส่วนคืนนี้จับตาการรายงานดัชนี CPI ส.ค. ของสหรัฐฯ ทางเทคนิค ดัชนีย่อตัว หากหลุด 1600 เริ่มเป็นสัญญาณที่ไม่ดี


ประเด็นสำคัญ
• ราคาน้ำมันดิบ Brent เพิ่มขึ้น 6.3% แตะ $107.63/bbl หลังอิหร่าน ทวีความรุนแรงในการโจมตีเรือในช่องแคบฮอร์มุซ และที่ปรึกษาของ ปธน. ทรัมป์ เตือนว่าสงครามอิหร่านอาจยืดเยื้อไปตลอดช่วงที่เหลือของวาระดำรงตำแหน่งของ ปธน.ทรัมป์ ขณะที่การผลิต OPEC ส.ค. ลดลงวันละ 6.4 แสนบาร์เรล เหลือ 19.71 ล้านบาร์เรล จากปิดล้อมน่านน้ำ ระยะสั้นมองบวกต่อกลุ่มพลังงาน (PTTEP TOP SPRC BCP)
• วันนี้ติดตามสหรัฐฯ รายงาน CPI ส.ค. หลังวานนี้เผย PPI สหรัฐฯ ส.ค. ขยายตัว 0.4%MoM เร่งตัวขึ้นจากเดือนก่อน สะท้อนแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่คงสูง ทำให้ตลาดเพิ่มน้ำหนักความน่าจะเป็นถึง 70% ที่ Fed จะตัดสินใจปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมสัปดาห์หน้า หนุนให้ Bond Yield สหรัฐฯ ระยะ 10 ปี พุ่งสู่ระดับ 4.92% ระยะสั้นมองบวกต่อกลุ่มธนาคาร (KTB BBL KBANK) และประกัน (TLI BLA)
• สภาผู้แทนราษฎรมีมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2570 วาระ 3 ด้วยคะแนน 338 ต่อ 144 เสียง คงวงเงินรวม 3.788 ล้าน ลบ. เตรียมเร่งส่งร่าง พ.ร.บ.ฯ ให้วุฒิสภาพิจารณาต่อใน 11 ก.ย. นี้ หนุนความเชื่อมั่นการเบิกจ่ายโครงการภาครัฐและการประมูลงานใหม่ มองบวกต่อกลุ่มรับเหมาและวัสดุก่อสร้าง (STECON CK SCC SCCC)
• รมว. คลังเตรียมพิจารณาต่ออายุมาตรการไทยช่วยไทยพลัสอีก 1-2 เดือน พร้อมพิจารณาปรับเกณฑ์ร่วมจ่ายจาก 60/40 เป็น 50/50 เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อและลดภาระค่าครองชีพหลังราคาน้ำมันโลกยังผันผวนในระดับสูง คาดจะชัดเจนภายใน ก.ย. มองบวกต่อกลุ่มค้าปลีก (CPALL CPAXT CRC) และไฟแนนซ์ (TIDLOR SAWAD MTC)
• บอร์ดอีวีเห็นชอบปรับโครงสร้างภาษี EV ใหม่ 3 ระดับ ได้แก่ 1. อัตราภาษีต่ำสุดให้ผู้ที่ผลิตรถยนต์ในประเทศและมีการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ 2. อัตราภาษีระดับกลางให้ผู้ที่นำเข้ารถมาเพื่อทดลองตลาดหรือเริ่มลงทุนใหม่ในประเทศ และ 3. อัตราภาษีสูงสุดแก่กลุ่มนำเข้ารถยนต์มาขายเพียงอย่างเดียว เตรียมเสนอ ครม. ใน ก.ย. นี้ ระยะยาวมองบวกต่อกลุ่มนิคม (WHA AMATA) และยานยนต์ (AH SAT STANLY)

 

กลยุทธ์การลงทุน
ช่วงสั้นมอง SET แกว่งตัวผันผวน หลังมีแรงกดดันจากราคาพลังงานและ Bond Yield ที่ปรับขึ้น กระตุ้นให้ตลาดกังวลเฟดอาจปรับขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ รวมถึงการขึ้น XD ของหุ้นขนาดใหญ่หลายแห่งในไทย อย่างไรก็ดี มีปัจจัยสำคัญติดตามซึ่งจะมีผลต่อบรรยากาศลงทุน อาทิ เงินเฟ้อสหรัฐฯ (11 ก.ย.) ซึ่งจะเป็นสัญญาณชี้นำทิศทางดอกเบี้ยก่อนประชุม FOMC (15-16 ก.ย.), การพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณปี FY2027 วาระ 2-3 (7-9 ก.ย.) ที่จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นต่อการลงทุน และการเปิดฟังความคิดเห็นร่าง PDP2026 (8 ก.ย.) ซึ่งจะส่งผลดีต่อกลุ่มพลังงานสะอาด กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy”


แนวรับ – แนวต้าน : 1600/1590 – 1620/1625

 

ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์
มอง SET แกว่งตัวผันผวน กดดันจากความกังวลเฟดอาจพิจารณาปรับขึ้นดอกเบี้ย และการขึ้น XD ของหุ้นขนาดใหญ่หลายแห่งในไทย ขณะที่มีปัจจัยติดตามสำคัญ คือ รายงานตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ, การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯ FY2027 และการเปิดรับฟังความคิดเห็นร่าง PDP2026 กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy” ผ่าน 3 ธีมเทรดดิ้งที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ดังนี้
1. Policy and Domestic Play ซึ่งได้ประโยชน์จากการเร่งผลักดันนโยบายเศรษฐกิจของภาครัฐ ได้แก่ กลุ่มพลังงานสะอาดและนิคม (GULF GPSC BGRIM GUNKUL WHAUP AMATA WHA) ที่จะได้อานิสงส์จากความคืบหน้าของร่างแผน PDP2026 และนโยบายหนุนติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป, กลุ่มรับเหมาและวัสดุก่อสร้าง (STECON CK SCC SCCC) ที่จะได้อานิสงส์จากการเร่งเบิกจ่ายก่อนปิดปีงบประมาณและความคาดหวังผ่านร่าง พ.ร.บ. งบฯ ปี FY2027, กลุ่มค้าปลีกและท่องเที่ยว (CPALL CRC CPN ERW CENTEL AOT) ที่จะได้อานิสงส์จากมาตรการไทยเที่ยวไทยพลัส
2. Global Macro & Bond Yield Play ซึ่งได้ประโยชน์จากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ที่กลับมาตึงเครียด ผลักดันให้ราคาพลังงานและค่าระวางเรือสูงขึ้น ส่งผลดีต่อกลุ่มพลังงาน (PTTEP BCP TOP) และเดินเรือ (PSL TTA) อีกทั้งความกังวลด้านเงินเฟ้อที่หนุนให้ Bond Yield ทรงตัวในระดับสูง ยังส่งผลบวกต่อผลตอบแทนจากการลงทุนของกลุ่มธนาคาร (KTB BBL KBANK) และกลุ่มประกันชีวิต (BLA TLI)
3. Laggard Play ซึ่งราคาหุ้นยังปรับขึ้นช้ากว่า SET สวนทางโมเมนตัมกำไร 2H26 ที่คาดจะเติบโตได้ดีทั้ง YoY และ HoH ทำให้คาดจะเป็นเป้าหมายของเม็ดเงินลงทุนที่จะหมุนเข้ามาเก็งกำไร ได้แก่ AP PR9 SAWAD HMPRO BDMS TU BCH MTC TIDLOR


Daily Top Picks
BCH: มองเป็นหุ้นที่คาดจะได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกจำกัด เริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของรายได้ใน 2H26 และเร่งตัวจาก 2Q26 รวมถึงคาดจะเห็นกำไรฟื้นตัวชัดเจนในปี 2027F ตามการฟื้นตัวของจำนวนผู้ป่วย โดยใน 4Q26 คาดจะมี Upside จากการปรับขึ้นอัตราค่าบริการประกันสังคม เป้าหมายระยะสั้นที่ 11.30 บาท

TLI: ปัจจัยสนับสนุนระยะสั้นจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ ซึ่งช่วยสนับสนุนรายได้จากการลงทุน คาดกำไรปี 2026F จะเติบโต 11.8% ผ่านกำไรจากการลงทุนสุทธิที่เพิ่มขึ้น Valuation มีความน่าสนใจด้วย PER 2026F ที่ 9.8 เท่า และมีอัตราจ่ายเงินปันผลที่โดดเด่นที่ 6.1% เป้าหมายระยะสั้นที่ 12.00 บาท

 

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

น้ำมันแพง By : เจ๊มดแดง

เจ๊มดแดง ไต่กิ่งมะม่วง มองเห็นราคาน้ำมันในตลาดโลก พุ่งต่อเนื่อง เกมหุ้น ก็ต้องหุ้นพลังงาน โรงไฟฟ้า ปิโตร ....

รายงานพิเศษ : มหากาพย์คฤหาสน์ ตัน ภาสกรนที และภรรยา ... ศาลฎีกา สั่งรื้อถอนฯ

สำนักข่าวหุ้นอินไซด์ นำเสนอมหากาพย์คฤหาสน์ของ “ตัน ภาสกรนที” และภรรยา...

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้