สำนักข่าวหุ้นอินไซด์ ( 10 กันยายน 2569 ) ------InnovestX บริษัทหลักทรัพย์ในกลุ่ม SCBX ออกบทวิเคราะห์ ประจำวันที่ 10 กันยายน 2569คาด SET ย่อพักตัว ตลาดเข้าสู่ภาวะ Risk-off หลัง Bond Yield 10 ปีสหรัฐฯ สูงสุดในรอบกว่า 2 ปี อีกทั้งราคาน้ำมันขยับขึ้นต่อเนื่อง กดดันบรรยากาศลงทุนโดยรวม โดยคาดนักลงทุนยัง Selective Buy เลือกลงทุนในหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว อาทิ หุ้นพลังงานต้นน้ำ-โรงกลั่น-ปิโตรฯ รวมทั้งหุ้นกลุ่มประกันฯ ขณะที่ปัจจัยติดตามยังให้น้ำหนักไปที่ตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ เป็นหลัก เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางดอกเบี้ยก่อนการประชุม Fed สัปดาห์หน้า ทางเทคนิคดัชนีอาจมีการย่อสลับบ้าง แต่หากยังยืนเหนือ 1600 ได้ ภาพรวมยังดีอยู่
ประเด็นสำคัญ
• ราคาน้ำมันดิบ Brent +3.4% แตะ US$100/bbl. สูงสุดนับตั้งแต่ 22 พ.ค. รับกังวลอุปทานน้ำมันตึงตัว หลังเกิดเหตุปะทะทหารสหรัฐฯ-อิหร่านและกลุ่มฮูตีโจมตีโครงสร้างพลังงานซาอุฯ ผสานอุปสงค์จีนเริ่มฟื้น ระยะสั้นมองบวกต่อกลุ่มพลังงาน (PTTEP BCP TOP SPRC IRPC) และปิโตรเคมี (PTTGC IVL) แต่ลบต่อกลุ่มโรงไฟฟ้า SPP (GPSC BGRIM) จากความเสี่ยงด้านต้นทุนเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น
• รมว. คลังสหรัฐฯ เผยวงเงินซื้อคืนพันธบัตรระยะยาว $6 พันล้าน แม้เพิ่มขึ้น 2 เท่าจากเดิมแต่ยังต่ำกว่าที่ตลาดคาดที่ $7–8 พันล้าน ส่งผลให้ Bond Yield สหรัฐฯ อายุ 2 ปี และ 10 ปี ขยับขึ้น 4 bps ขณะที่ตลาดยังจับตารายงาน CPI ในวันพรุ่งนี้ เพื่อประเมินท่าทีเฟดก่อนประชุมสัปดาห์หน้า ซึ่งล่าสุดตลาดให้น้ำหนักกว่า 60% ที่ Fed อาจปรับขึ้นดอกเบี้ยสกัดเงินเฟ้อ ระยะสั้นมองบวกต่อกลุ่มประกัน (BLA TLI)
• กระทรวงการคลังเตรียมเปิดลงทะเบียนโครงการโซลาร์รูฟท็อปช่วงกลาง ต.ค. นี้ เพื่อรับเงินอุดหนุน 5 หมื่นบาทต่อครัวเรือน เบื้องต้นประเมินจะมี 1 ล้านครัวเรือนเข้าร่วม ช่วยกระตุ้นยอดขายอุปกรณ์และบริการติดตั้ง มองบวกต่อกลุ่มผู้ผลิต จำหน่ายและรับติดตั้งโซลาร์ รูฟท็อป (GULF SCC GUNKUL HMPRO GLOBAL COM7)
• ตลท. เดินหน้าผลักดันกฎหมายโครงสร้างตลาดทุน 2 ประเด็นหลัก ได้แก่ TISA เพื่อส่งเสริมการออมระยะยาว และฟื้นฟูกฎหมายทรัสต์เพื่อจัดการทรัพย์สินส่วนบุคคล รองรับสังคมสูงวัยและเปิดทางดึงเม็ดเงินกลุ่ม HNW กลับเข้าประเทศ คาดเห็นความชัดเจนใน 1–2 ปีข้างหน้า ช่วยเพิ่มสภาพคล่องและเสถียรภาพตลาดทุนไทยในระยะยาว มองบวกต่อกลุ่มธนาคารและธุรกิจ Wealth (KBANK BBL TISCO KKP)
• Apple เปิดตัว iPhone 18 Pro (เริ่ม 48,900 บาท), 18 Pro Max (เริ่ม 52,900 บาท) และ iPhone Duo จอพับรุ่นแรก (เริ่ม 79,900 บาท) ไทยติดกลุ่ม Tier 1 เปิดจองรุ่น Pro 12 ก.ย. ขาย 18 ก.ย. ส่วน Duo จอง 16 ต.ค. ขาย 23 ต.ค. กระตุ้นยอดขายช่วง Q3-Q4 มองบวกต่อหุ้นจำหน่ายมือถือ (COM7 SYNEX ADVICE CRC ADVANC TRUE)
กลยุทธ์การลงทุน
ช่วงสั้นมอง SET แกว่งตัวผันผวน หลังมีแรงกดดันจากราคาพลังงานและ Bond Yield ที่ปรับขึ้น กระตุ้นให้ตลาดกังวลเฟดอาจปรับขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ รวมถึงการขึ้น XD ของหุ้นขนาดใหญ่หลายแห่งในไทย อย่างไรก็ดี มีปัจจัยสำคัญติดตามซึ่งจะมีผลต่อบรรยากาศลงทุน อาทิ เงินเฟ้อสหรัฐฯ (11 ก.ย.) ซึ่งจะเป็นสัญญาณชี้นำทิศทางดอกเบี้ยก่อนประชุม FOMC (15-16 ก.ย.), การพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณปี FY2027 วาระ 2-3 (7-9 ก.ย.) ที่จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นต่อการลงทุน และการเปิดฟังความคิดเห็นร่าง PDP2026 (8 ก.ย.) ซึ่งจะส่งผลดีต่อกลุ่มพลังงานสะอาด กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy”
แนวรับ – แนวต้าน : 1605/1600 – 1625/1630
ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์
มอง SET แกว่งตัวผันผวน กดดันจากความกังวลเฟดอาจพิจารณาปรับขึ้นดอกเบี้ย และการขึ้น XD ของหุ้นขนาดใหญ่หลายแห่งในไทย ขณะที่มีปัจจัยติดตามสำคัญ คือ รายงานตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ, การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯ FY2027 และการเปิดรับฟังความคิดเห็นร่าง PDP2026 กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy” ผ่าน 3 ธีมเทรดดิ้งที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ดังนี้
1. Policy and Domestic Play ซึ่งได้ประโยชน์จากการเร่งผลักดันนโยบายเศรษฐกิจของภาครัฐ ได้แก่ กลุ่มพลังงานสะอาดและนิคม (GULF GPSC BGRIM GUNKUL WHAUP AMATA WHA) ที่จะได้อานิสงส์จากความคืบหน้าของร่างแผน PDP2026 และนโยบายหนุนติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป, กลุ่มรับเหมาและวัสดุก่อสร้าง (STECON CK SCC SCCC) ที่จะได้อานิสงส์จากการเร่งเบิกจ่ายก่อนปิดปีงบประมาณและความคาดหวังผ่านร่าง พ.ร.บ. งบฯ ปี FY2027, กลุ่มค้าปลีกและท่องเที่ยว (CPALL CRC CPN ERW CENTEL AOT) ที่จะได้อานิสงส์จากมาตรการไทยเที่ยวไทยพลัส
2. Global Macro & Bond Yield Play ซึ่งได้ประโยชน์จากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ที่กลับมาตึงเครียด ผลักดันให้ราคาพลังงานและค่าระวางเรือสูงขึ้น ส่งผลดีต่อกลุ่มพลังงาน (PTTEP BCP TOP) และเดินเรือ (PSL TTA) อีกทั้งความกังวลด้านเงินเฟ้อที่หนุนให้ Bond Yield ทรงตัวในระดับสูง ยังส่งผลบวกต่อผลตอบแทนจากการลงทุนของกลุ่มธนาคาร (KTB BBL KBANK) และกลุ่มประกันชีวิต (BLA TLI)
3. Laggard Play ซึ่งราคาหุ้นยังปรับขึ้นช้ากว่า SET สวนทางโมเมนตัมกำไร 2H26 ที่คาดจะเติบโตได้ดีทั้ง YoY และ HoH ทำให้คาดจะเป็นเป้าหมายของเม็ดเงินลงทุนที่จะหมุนเข้ามาเก็งกำไร ได้แก่ AP PR9 SAWAD HMPRO BDMS TU BCH MTC TIDLOR
Daily Top Picks
BCP: ปัจจัยสนับสนุนจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง และความกังวลก๊าซฯ สำรองในยุโรปไม่เพียงพอช่วงฤดูหนาว ทำให้ค่าการกลั่นมีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูงต่อเนื่องและราคาก๊าซฯ ในยุโรปขึ้นทำระดับสูงสุดในรอบ 3.5 ปี บริษัทกำลังพัฒนาธุรกิจให้หลากหลายเพื่อรองรับการเติบโตในทุกด้าน เป้าหมายระยะสั้นที่ 59.75 บาท
CRC: ปัจจัยสนับสนุนจาก SSS ใน 3Q26TD ที่เพิ่มขึ้น 1.5%YoY และเร่งขึ้นจากไตรมาสก่อน จากทั้งในไทยและเวียดนาม โดดเด่นที่สุดในกลุ่มค้าปลีก ขณะที่มาร์จิ้นมีแนวโน้มกว้างขึ้น ซึ่งคาดจะสนับสนุนให้ผลประกอบการ 3Q26F เติบโตแข็งแกร่งและโดดเด่นที่สุดในกลุ่มสินค้าไม่จำเป็น เป้าหมายระยะสั้นที่ 30.50 บาท