Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.บัวหลวง : รอบด้านตลาดหุ้น

58

 

แนวโน้มสินทรัพย์ต่างประเทศ ประเด็นสำคัญจากรายงาน Cross Asset เดือนกันยายน Part 5
AI Value Chain: Capex, Earnings และ Enterprise Adoption หนุน Growth Cycle แข็งแกร่งขึ้น


ในช่วงที่ผ่านมา ราคาหุ้นในธีม AI เข้าสู่ช่วงพักฐาน หลังจากปรับตัวขึ้นแรงในช่วงเดือน เม.ย.–พ.ค. อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาจากปัจจัยพื้นฐาน เรายังไม่เห็นสัญญาณว่า AI Investment Cycle กำลังเข้าใกล้จุดสูงสุด โดย Growth Cycle ในปัจจุบันมีความแข็งแกร่งและสมดุลมากขึ้น จากแรงสนับสนุน 3 ด้าน ได้แก่ Capex, Earnings และ Enterprise Adoption

AI Capex ยังอยู่ในช่วงขาขึ้นและมีอุปสงค์รองรับชัดเจน โดย Hyperscalers รายใหญ่ ทั้ง Microsoft, Alphabet และ Meta ยังคงเร่งลงทุนใน AI Infrastructure และ Data Center คิดเป็นเงินลงทุนรวมมากกว่า 500,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2026 สะท้อนว่าบริษัท Technology ชั้นนำยังให้ความสำคัญกับการเพิ่ม AI Computing Capacity มากกว่าการชะลอการลงทุน นอกจากนี้ Computing Capacity ยังคงตึงตัว แม้หลายบริษัทจะเร่งเพิ่ม GPU, CPU และ Storage ขณะที่ Meta มีแผนเพิ่ม Computing Capacity เป็นประมาณ 14 GW ภายในปี 2027 จึงช่วยยืนยันว่า AI Infrastructure Buildout ยังมี Runway อีกมาก


AI Compute Demand ยังแข็งแกร่งกว่าที่ตลาดเคยประเมิน โดยผลประกอบการล่าสุดของ Nvidia สะท้อนถึงความต้องการ Accelerated Computing ที่ขยายตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะในธุรกิจ Data Center ขณะที่บริษัทคาดว่ารายได้ในปีงบประมาณถัดไปจะเติบโตราว 70% สูงกว่า Consensus เดิมอย่างมีนัยสำคัญ ด้าน Oracle มีมูลค่างานตามสัญญาที่ยังรอรับรู้รายได้ หรือ RPO อยู่ที่ 638,000 ล้านดอลลาร์ โดยการเพิ่มขึ้นส่วนใหญ่ในช่วงสองไตรมาสล่าสุดมาจากสัญญา AI ขนาดใหญ่ แสดงให้เห็นว่า Capacity ส่วนหนึ่งที่กำลังอยู่ระหว่างการพัฒนามีอุปสงค์รองรับล่วงหน้าแล้ว

Earnings และ Margin ที่แข็งแกร่งแกร่งช่วยยืนยันคุณภาพของ AI Growth Cycle โดยผลประกอบการไตรมาส 2/26 แสดงให้เห็นว่า AI-related Investment กำลังเปลี่ยนเป็นรายได้และกำไรที่เกิดขึ้นจริง ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ Semiconductor, Hardware, Communication Equipment และ Software ต่างมีรายได้ขยายตัว ขณะที่กำไรของกลุ่ม Semiconductor & Semiconductor Equipment เติบโตถึง 135% และเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของ Earnings Momentum ในกลุ่ม Technology นอกจากนี้ Net Profit Margin ของกลุ่ม Information Technology ยังเพิ่มขึ้นเป็น 31.6% สูงกว่าทั้งปีก่อนและค่าเฉลี่ยในช่วง 5 ปี สะท้อนว่าการเติบโตของ AI ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงรายได้ แต่กำลังส่งผ่านไปสู่ Profitability ที่ดีขึ้นด้วย

Enterprise Adoption เร่งตัวและทำให้ AI Monetization ชัดเจนขึ้น โดยการใช้งานกำลังขยายจาก Consumer Chatbot ไปสู่ Coding, AI Agent และ Workflow Automation มากขึ้น ทั้ง Anthropic และ OpenAI มีรายได้เติบโตอย่างรวดเร็ว ขณะที่แหล่งรายได้เริ่มกระจายตัวไปยังผลิตภัณฑ์และบริการสำหรับภาคธุรกิจ ข้อมูล Corporate Spending ยังชี้ว่าสัดส่วนบริษัทสหรัฐฯ ที่มีการใช้จ่ายด้าน AI เพิ่มขึ้นจาก 46% ณ สิ้นปี 2025 เป็นเกือบ 56% ในเดือน ก.ค. 2026 สะท้อนว่าการใช้งาน AI กำลังเปลี่ยนจากช่วงทดลองไปสู่ Commercial Use Case ที่สามารถสร้างรายได้และวัดผลตอบแทนได้ชัดเจนขึ้น

แม้ราคาหุ้นในธีม AI จะอ่อนแอกว่าปัจจัยพื้นฐานในช่วง 2–3 เดือนที่ผ่านมา แต่ AI Capex, Earnings Growth และ Enterprise Adoption ยังเดินหน้าต่อ อย่างไรก็ตาม ตลาดจะให้น้ำหนักกับผลตอบแทนจาก AI Investment มากขึ้น โดยจับตาว่า Capacity ที่สร้างขึ้นสามารถเปลี่ยนเป็นรายได้ กำไร และ Cash Return ได้อย่างยั่งยืนเพียงใด รวมถึงติดตามการขยายตัวของ Enterprise AI Use Case เพื่อยืนยัน Monetization ของ Cycle

โดยสรุป เรายังคงมองเชิงบวกต่อ AI Value Chain และมองว่าเป็นหนึ่งใน Megatrend ที่น่าสนใจที่สุดสำหรับช่วงที่เหลือของปี 2026 ประโยชน์จากรอบการลงทุนมีแนวโน้มกระจายจากผู้ผลิต GPU ไปยัง Semiconductor, Memory, Networking, Data Center Equipment, Cooling และ Power Infrastructure ขณะที่ Monetization ในฝั่ง Application และ Cloud เริ่มชัดเจนขึ้น ดังนั้น ตราบใดที่ Capex, Earnings และ Adoption ยังเติบโตต่อเนื่อง เรายังคงมองว่าการพักฐานของราคาเป็นโอกาสในการทยอยสะสม


สรุปภาพตลาดวานนี้
หุ้นไทยแกว่งปิดใกล้ๆ เดิม เหมือนมีพฤติกรรมการเทรดระหว่างวัน แต่กลุ่มที่ยืนบวกค้ำไว้ยังคงเป็นกลุ่มเดิมในช่วงเช้า (แต่ลดช่วงบวกลงบ้าง) เช่น PTTEP PTTGC TOP IVL (อันนี้บวกแรงต่อเนื่อง) SPRC BGRIM GPSC นอกจากนี้ เห็นบางตัวแทรกตัวบวกขึ้นมา เช่น GFPT TSE XPG PSL ส่วนตัวที่กดดันตลาดจริงๆเป็น DELTA และกลุ่มธนาคาร (ที่ส่วนมากขึ้น XD วานนี้)


แนวโน้มตลาดวันนี้
Commodity winner
ตามที่เราประเมินลักษณะการหมุนหุ้นรอบนี้ กลุ่มหุ้นที่นำตลาด เช่น ปิโตรเคมี โรงกลั่น ยังคงแข็งแกร่ง (เมื่อวานบวกแรง; PTTGC IVL SPRC TOP)

ขณะที่หุ้นธนาคารระยะสั้นหลังขึ้น XD รับปันผลไปแล้ว ราคาเริ่มไม่สดใส เช่น SCB 2 บาท KKP 3.25 บาท (พบราคาหุ้นลงลึกกว่าปันผล) “เราเห็นว่าอาการ ราคาหุ้นใหญ่ที่รับปันผลอาจจะเล่นคล้าย ADVANC ที่ราคาหุ้นค่อยๆไหลลงหลังรับปันผลจบ กลยุทธ์ระยะสั้น แนะขายทำกำไรไม่รอปันผล แล้วไปรอรับล่าง”

“หลังจาก SET ตั้งฐานใหม่ได้แล้ว เราคงคาดหุ้นรายกลุ่มที่เราแนะนำ เช่น ปิโตรเคมี โรงกลั่น อิงพื้นฐานรายตัวและรายกลุ่มอุตสาหกรรมที่แกร่งกว่าตลาดรอบนี้ เราเห็นว่ากลุ่ม โรงกลั่น ปิโตรเคมี พลังงาน ยังมีแนวโน้มขึ้นต่อรับทิศทางผลการดำเนินงานปีนี้ต่อเนื่องถึงกลางปีหน้า ด้วยสถานการณ์อุปสงส์ที่มองเห็นชัดว่ายังแข็งแกร่งตามเศรษฐกิจโลก แต่อุปทานตึงตัวจากภัยสงครามนอกกรอบ...ล่าสุดเหตุโจมตีลามจากเรือขนส่ง ไปถึงโครงสร้างพื้นฐานที่กระทบการผลิตบริษัท Aramco.”

และเรายังยืนยันมุมมองเดิมสำหรับกลุ่ม Commodity “ย่อรับ หรือ Let profit run สำหรับคนที่ของ” แม้ราคาหุ้นเมื่อวานบวกแรงต่อเนื่อง อาจจะรับข่าวเฉพาะตัว เช่น ADNOC สนใจร่วมลงทุน โรงกลั่นไทย

ตลอดจนหุ้นอิงรายได้ต่างประเทศ เช่น โรงแรม ท่องเที่ยว เมื่อวาน CENTEL AWC ERW เด่น และ ส่งออกที่พักลงมาให้รับหุ้น
และหุ้นกระแสเงินสดสูง-เงินลงทุนต่ำ (BDMS BH) เป็นกลุ่มใหม่ที่เราคาดจะรอดพ้นผลกระทบภาวะดอกเบี้ยต่างประเทศขาขึ้น (เราแนะหุ้นโรงพยาบาล และ คาดจะยังคงโดดเด่น กว่าตลาดจาก ธีมนี้)

กลยุทธ์ คงคำแนะนำ สะสมกลุ่มหุ้น โรงกลั่น ปิโตรเคมี ส่งออกสินค้าเกษตร และหุ้นกระแสเงินสด Valuation laggard
ส่วนปัจจัยที่ต้องตามหลักๆ คือตัวเลขเศรษฐกิจที่บ่งชี้ทิศทางดอกเบี้ย สหรัฐฯ ญี่ปุ่น ECB (คาด ECB ขึ้นดอกเบี้ย 0.25% เป็น 2.5%) และการขยายตัวของเศรษฐกิจที่ยังสอดรับกับทิศทางเงินเฟ้อและดอกเบี้ย, การเมืองในประเทศ

กลยุทธ์การลงทุน กลยุทธ์การลงทุนช่วงนี้ เก็งกำไรลักษณะ Sector Rotation ตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปในแต่ละช่วง


วิเคราะห์ทางเทคนิค ภาพรวม: ดัชนีอยู่ในช่วงจบคลื่นปรับฐาน Corrective Wave (A-B-C) โดยกำลังฟื้นตัวตั้งไข่เข้าสู่ช่วงเริ่มต้นของคลื่นขาขึ้น Impulse Wave จากการยก High และยก Low ย่อยในกรอบรายวัน


EMA Alignment: ดัชนีปิดเหนือเส้นค่าเฉลี่ย EMA 10, 25, 50, 75 และ 200 วัน สำเร็จ! จับตาการเรียงตัวของเส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้นเริ่มตัดขึ้น (Golden Cross) บ่งชี้ภาวะกระทิง

Bullish MACD: อยู่เหนือเส้น Signal Line และกำลังไต่ระดับขึ้นเหนือโซน Zero Line เป็นจุดยืนยัน Bullish Trend Confirmation

แนวรับแรก: 1,600-1,610 จุด (EMA 10,25,50 วัน) โซน Volume Cluster

จุดปิดความเสี่ยง: หากหลุด low ต่ำกว่า 1,580 จุด (EMA 75 วัน) อาตต้องลดพอร์ตเพื่อจำกัดความเสี่ยง
แนวต้านแรก: 1,630 จุด(จุดวัดใจการเปลี่ยนเทรนด์ระยะยาว)

ด่านสำคัญ: 1,650 จุด (แนวต้านจิตวิทยา + Fibonacci Retracement 78.6%)

การจัดทัพ: กลุ่ม leader เช่น กลุ่มปิโตร (PTTGC,IVL)/ ไฟฟ้า (BGRIM) / ร.พ. (BH) / อิเล็คทรอนิกส์ (KCE) ที่ทะลุ High แนะใช้วิธี Trailing Stop ขยับจุดล็อกกำไรขึ้นตามการขยับขึ้นของราคา สำหรับกลุ่ม recovery เพิ่งฟื้นตัวจากก้นเหว (Bottom & signal recovery) เช่น BDMS, BANPU, GULF และ CPF หากไม่หลุด week low ลุ้นต่อครับ




What to watch
ราคาน้ำมันปาล์มปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่เทรดเดอร์ประเมินความเสี่ยงเกี่ยวกับภาวะชะงักงันของอุปทาน อันเนื่องมาจากเหตุไฟป่าที่โหมกระหน่ำทั่วอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นประเทศผู้ผลิตน้ำมันปาล์มรายใหญ่ที่สุดในโลก พื้นที่กว่า 202,000 เฮกตาร์บนเกาะบอร์เนียวและเกาะสุมาตราของอินโดนีเซียถูกไฟไหม้เสียหาย ขณะที่ระดับมลพิษพุ่งสูงขึ้นทั้งในอินโดนีเซียและประเทศใกล้เคียง รวมถึงสิงคโปร์ มาเลเซีย และฟิลิปปินส์
ตลาดฯ ปลดล็อกเกณฑ์ดึงดูดบริษัท New Economy และต่างประเทศ เข้าจดทะเบียน เสริมแกร่งตลาดทุนไทยสู่ศูนย์กลางการระดมทุนระดับสากล มีผลใช้บังคับ 11 ก.ย. 69
คาด BOJ ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในระยะใกล้ โดยตลาดมองว่าการขึ้นดอกเบี้ยอาจเกิดขึ้นได้เร็วที่สุดในการประชุมวันที่ 18 ก.ย. เดิมตลาดคาดการ ธนาคารกลางญี่ปุ่น มีแนวโน้มจะปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ต.ค.ปีนี้ และ มี.ค. 2027, ก.ค.2027 และแนวโน้มดอกเบี้ยนโยบายจะหยุดที่ 1.5% หรือ 1.75%
FTSE review: CPN หลุดจาก Large Cap เข้า Mid Cap./ หุ้น BTS LH SCCC TU ลดชั้นลง Small Cap / หุ้น THAI FTREIT ติด Small Cap มีผล 21 ก.ย.นี้
อิหร่านโจมตีเรือน้ำมัน 3 ลำในฮอร์มุซ-เรือมะกันอีก 3 ลำนอกพื้นที่ ตอบโต้สหรัฐฯ ถล่มเรือน้ำมันอิหร่าน / ซาอุฯ ประณามฮูตีสุมไฟสถานการณ์ตึงเครียด หลังถล่มโครงสร้างพื้นฐานในประเทศทำปชช.บาดเจ็บ 73 ราย / กลุ่มฮูตีประกาศว่า ได้โจมตีเป้าหมายหลายแห่งในซาอุดีอาระเบีย ซึ่งรวมถึงสนามบินนานาชาติอับฮา ฐานทัพอากาศคิงคาลิด และสิ่งอำนวยความสะดวกของอารามโก (Aramco) บริษัทน้ำมันแห่งรัฐในเมืองอับฮาและจาซาน
ศาล รธน.นัดวินิฉัยชี้ขาดคดีบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง วันที่ 28 ก.ย.2569
สำนักงานกำกับดูแลบริการทางการเงินของญี่ปุ่น (FSA) เตรียมเพิ่มการติดตามการดำเนินงานในต่างประเทศของสถาบันการเงินรายใหญ่ FSA คาดว่าจะวิเคราะห์ว่าการดำเนินงานในต่างประเทศของธนาคารอาจส่งผลต่อการบริหารจัดการของกลุ่มในสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดอย่างไร โดยจะพิจารณารวมถึงกรณีที่ตลาดการเงินทั่วโลกเกิดความปั่นป่วนรุนแรง เช่น วิกฤตการเงินโลกในปี 2551 และกรณีที่เศรษฐกิจชะลอตัวลงอย่างรวดเร็ว ในช่วงที่ผ่านมา กลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ของญี่ปุ่นมีความเคลื่อนไหวด้านการควบรวมกิจการและการเข้าซื้อกิจการในต่างประเทศเพิ่มขึ้น โดยเมื่อเดือนเม.ย. Mitsubishi UFJ Financial Group Inc. ลงทุนประมาณ 6.8 แสนล้านเยน หรือ 4.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในบริษัทสินเชื่อที่ไม่ใช่ธนาคารรายใหญ่ของอินเดีย


หุ้นแนะนำวันนี้
GFPT คาดผลกระทบจากอุทกภัย Rain bomb ในภาคกลางของญี่ปุ่น ระหว่างสัปดาห์นี้ ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมปศุสัตว์ (ไก่) / ส่งผลบวกต่อการเติมสต็อก คาดบวกต่อธุรกิจ GFPT ในญี่ปุ่น
แนวรับ 10.2 ต้าน 10.8 Stop loss 10

 

 


รายงานพื้นฐานวันนี้

DELTA
เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย)
GPT-6 Astra หนุน Demand ระยะยาว
การเปิดตัว GPT-6 Astra ของ OpenAI ช่วยยืนยันสมมติฐานความต้องการกำลังไฟสำหรับ AI เดิมของเรา โดยยังคงประมาณการติดตั้งกำลังไฟระดับ Rack ใหม่ที่ราว 15GW ในปี 2026, 20GW ในปี 2027 และ 25GW ในปี 2028 หลัง NVIDIA ระบุว่าจะมี GPU เพิ่มอีกราว 400,000 ตัว ซึ่งหากเทียบกับระบบ GB200 NVL72 จะเท่ากับประมาณ 5,600 Racks หรือโหลดไฟราว 0.7GW คิดเป็นเพียง 3–4% ของสมมติฐาน 20GW ในปี 2027 จึงยังไม่จำเป็นต้องปรับประมาณการขึ้นจากเดิม


ประเด็นสำคัญจาก Astra ไม่ได้อยู่เพียงที่การใช้ไฟต่อ Rack แต่คือ จำนวนงานที่ AI สามารถนำไปใช้ได้จริงเพิ่มขึ้น แม้ราคา API ของ Astra สูงกว่า GPT-5.6 Sol ราว 2.5 เท่า แต่ต้นทุนต่อ “งานที่ทำสำเร็จ” ในบางการทดสอบกลับลดลง โดย DeepSWE ต่ำกว่าราว 57% และ Terminal-Bench Science ต่ำกว่าราว 27% สะท้อนว่าหากต้นทุนต่อหน่วยของงานที่ AI ทำได้ลดลง อาจทำให้ความต้องการใช้งาน AI ขยายตัวและหนุนความต้องการ Compute โดยรวมต่อเนื่อง


อย่างไรก็ตาม ระยะสั้น ข้อจำกัดด้าน Supply ยังอาจไม่จบ โดยยอดขาย Delta Taiwan เดือน ส.ค. อยู่ที่ NT$64.6bn (+35% YoY, -4% MoM) ขณะที่ธุรกิจ Power Electronics ซึ่งเกี่ยวข้องกับ DELTA ไทยมากที่สุดลดลง 9% MoM เป็น NT$34.9bn แม้ยังโต 40% YoY หลังเดือน ก.ค. เคยฟื้น +17% MoM การกลับมาชะลอตัว MoM จึงสะท้อนว่าปัญหาขาดแคลน Supply ที่กดดัน 2Q26 อาจยังไม่คลี่คลายเต็มที่ แต่ระดับยอดขายยังสูงกว่าช่วง มี.ค.–มิ.ย. ที่ NT$32–33bn/เดือน ทำให้เรายังมองว่าเป็นปัญหาเรื่อง การเปลี่ยนดีมานด์ให้กลายเป็นยอดส่งมอบให้ได้จริง มากกว่าดีมานด์ AI ที่อ่อนแอลง

เรายังคงประมาณการกำไรหลัก DELTA ที่ 3.85 หมื่นล้านบาทในปี 2026 (+56.6% YoY), 5.69 หมื่นล้านบาทในปี 2027 (+47.7%) และ 6.89 หมื่นล้านบาทในปี 2028 (+21.0%) ตามการเติบโตของ AI และ Data Center แม้ระยะสั้นยังต้องติดตามความเร็วในการคลี่คลายของ Supply constraint

Fundamental view: คงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย (ปี 2027) ที่ 440 บาท โดยมองภาพความต้องการ AI ระยะยาวยังแข็งแกร่งและ Astra ช่วยยืนยันสมมติฐานการลงทุนเดิม แต่การฟื้นตัวของกำไรระยะสั้นยังอาจถูกจำกัดจากปัญหา Supply ที่ยังไม่กลับสู่ภาวะปกติเต็มที่

 


NER
(Visit Note)
นอร์ทอีส รับเบอร์
แม้ Volume ขายยังอ่อนแอ แต่ Margin ฟื้นเร็วกว่าคาด
ภาพ NER ดีขึ้นหลังผลประกอบการ 2Q26 สะท้อนการฟื้นตัวของอัตรากำไรชัดเจน โดยกำไรสุทธิอยู่ที่ 436 ล้านบาท (+72% QoQ, -21% YoY) แม้ปริมาณขายลดลง 2.7% YoY และ 11.9% QoQ เหลือ 108,910 ตัน แต่ GM เพิ่มเป็น 10.24% จาก 8.62% ใน 1Q26 ส่งผลให้ EBITDA เพิ่มเป็น 620 ล้านบาท จาก 444 ล้านบาท ในไตรมาสก่อน สะท้อนว่าการบริหารราคาขายและต้นทุนช่วยชดเชยปริมาณขายที่อ่อนตัวได้มากขึ้น

อย่างไรก็ตาม Volume ยังเป็นข้อจำกัดหลัก โดยยอดขาย 1H26 อยู่ที่ 232,462 ตัน หรือประมาณครึ่งหนึ่งของยอดขายปี 2025 ทำให้เป้าปี 2026 ที่ 500,000 ตันยังท้าทาย ขณะที่อุปทานยางธรรมชาติตึงตัวจากสภาพอากาศและผลผลิตที่ลดลงในหลายประเทศ ส่งผลให้ราคายางธรรมชาติเพิ่มขึ้นราว 25% ตั้งแต่ต้นปี ซึ่งแม้กดดันการหาวัตถุดิบและปริมาณขาย แต่ในอีกด้านช่วยประคองราคาขายเฉลี่ยและอัตรากำไรให้อยู่ในระดับสูง

ดังนั้นประเด็นการลงทุนช่วง 2H26–2027 กำลังเปลี่ยนจากการเติบโตของปริมาณขาย ไปสู่การฟื้นตัวของอัตรากำไรและราคายาง หาก GM สามารถทรงตัวที่ 9–10% ได้ต่อเนื่อง กำไรปี 2027 มีโอกาสฟื้นแม้ปริมาณขายยังไม่กลับสู่จุดสูงสุดเดิม ขณะที่ความเสี่ยงสำคัญคืออุปทานยางฟื้นเร็วกว่าคาด ซึ่งอาจกดดันราคาขายในปีหน้า

Our view: แม้ NER ซื้อขายที่ PER ปี 2026 เพียง 4.9x และให้ Dividend yield ราว 7% แต่ประมาณการกำไรของ Consensus ถูกปรับลงอย่างมีนัยสำคัญและคาดกำไรไม่เติบโต YoY ทำให้จุดที่ต้องติดตามยังเป็นความสามารถในการรักษา GM ระดับสูง มากกว่าการคาดหวังการเติบโตของปริมาณขาย

ICHI
(Visit Note)
อิชิตัน กรุ๊ป
ปลดล็อกกำลังผลิต เปิดทางกำไรฟื้นตั้งแต่ 4Q26
เรามองบวกมากขึ้นต่อ ICHI แม้ 3Q26 ยังไม่น่าตื่นเต้น จากช่วงฤดูกาลต่ำและต้นทุนบรรจุภัณฑ์ที่ยังสูง แต่แรงกดดันใน 1H26 มาจาก ข้อจำกัดด้านกำลังผลิตมากกว่าปัญหาความต้องการ โดยเฉพาะน้ำด่างที่ขายดี บริษัทคาดปัญหาเครื่องจักรทยอยคลี่คลายในเดือน ก.ย. และสายการผลิตกลับสู่ภาวะปกติตั้งแต่เดือน ต.ค. ซึ่งน่าจะช่วยให้ยอดขายเร่งตัวใน 4Q26

4Q26 มีโอกาสเป็นจุดเริ่มต้นของการฟื้นตัวของกำไร และอาจทำยอดขายสูงสุดของปี จากการกลับมาผลิตน้ำด่างได้เต็มที่ การออกสินค้าใหม่ การเริ่มผลิตให้ลูกค้า OEM รายใหม่ และกำลังผลิตจากโรงงานพันธมิตรที่คาดเริ่มเดือน พ.ย. ทำให้การเติบโตปี 2027 มีลักษณะใช้สินทรัพย์น้อยลง (Asset-light) ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้เงินทุนโดยไม่ต้องลงทุนโรงงานขนาดใหญ่เอง ขณะที่ต้นทุนยังเป็นแรงกดดันใน 3Q26 โดยบรรจุภัณฑ์ที่อิงราคาน้ำมันคิดเป็นราว 30% ของต้นทุนรวม และบริษัทคาดอัตรากำไรขั้นต้น (GM) ราว 23.5% ก่อนฟื้นใน 4Q26 จากยอดขายและการใช้กำลังผลิตที่สูงขึ้น

อีกปัจจัยบวกคือการร่วมทุน “ตัน เฟอร์ทิไลเซอร์” ซึ่ง ICHI ถือหุ้น 51% ใช้เงินลงทุนไม่เกิน 76.5 ล้านบาท และคาดเริ่มธุรกิจเดือน พ.ค. 2027 โดยตั้งเป้ารายได้ 1.5 พันล้านบาท และกำไรสุทธิ 135 ล้านบาทในปี 2029 ซึ่งหากทำได้ตามเป้าจะคิดเป็น Upside ราว 9% ต่อประมาณการกำไรตลาดปี 2029


Consensus View: Consensus ปรับลดประมาณการกำไรปี 2026 เพื่อสะท้อนข้อจำกัดด้านกำลังผลิตและต้นทุน แต่คาดกำไรปี 2027 กลับมาโต 8.7% YoY และยังมี Upside หากความต้องการน้ำด่างแข็งแรงและการเพิ่มกำลังผลิตทำได้ตามแผน ขณะที่จุดเด่นอีกด้านคือ Dividend yield ปี 2026 ราว 6.8%


วิกิจ ถิรวรรณรัตน์ Tel. (662) 618-1336
นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน/ปัจจัยทางเทคนิค
นภนต์ ใจแสน นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน
ภูวดล ภูสอดเงิน, AISA นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน

 

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้