Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.เอเซีย พลัส : บทวิเคราะห์ภาวะตลาดหุ้นรายวัน

74


อบอวลหลายปัจจัย เน้นหุ้นมีปัจจัยเฉพาะตัว

HORIZON MARKET VIEW
• ปัจจัยเร่งเงินเฟ้อเริ่มมีมากขึ้น ทั้งความตึงเคียดในตะวันออกกลางยกระดับความรุนแรงสร้างความเสียหายโดยตรงต่อน้ำมัน ดันราคาน้ำมันดิบโลกพุ่งแรง BRENT วิ่งขึ้นใกล้แตะ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล นอกจานี้ยังมีความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และแคนาดา โดยล่าสุดแคนาดาเริ่มบังคับใช้ภาษีตอบโต้ (RETALIATORY TARIFFS) หลังเที่ยงคืนที่ผ่านมา กับสินค้าสหรัฐฯ มูลค่าประมาณ 20,000 ล้านดอลลาร์
• สำหรับประเด็นที่ตลาดจับตามองมากที่สุดคือช่วงปลายสัปดาห์นี้ ซึ่งจะมีการรายงานตัวเลขเงินเฟ้อ PPI สหรัฐฯ คาดเพิ่มขึ้นเป็น +5.2%YOY และ CPI สหรัฐฯ คาดทรงตัวอยู่ที่ +3.4%YOY ทั้งนี้ หากเงินเฟ้อยังมีแนวโน้มยืนอยู่ในระดับสูงกว่ากรอบเป้าหมายต่อเนื่อง กำลังปูทางให้ธนาคารกลางต่างๆ เดินหน้าที่เข้มงวดมากขึ้น
• จากสถิติในอดีต เดือนที่FED ECB BOE ขึ้นดอกเบี้ยพร้อมกัน เสี่ยงกดดันหุ้นผันผวน


REGION RADAR
• INTEL (INTC US) +9% หลังบริษัทได้แสดงให้เห็นว่าบริษัทสามารถปรับขึ้นราคาชิปสำหรับคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลได้ และอาจเริ่มปรับขึ้นราคาอีกในเร็วๆ นี้ เนื่องจากต้นทุนส่วนประกอบหน่วยความจำ(MEMORY COMPONENTS) ที่สูงขึ้น
• สัปดาห์นี้ มีการจัดงาน CONFERENCE ของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีของทั้งGOLDMAN SACHS และ CITI โดยมีกลุ่มที่น่าสนใจ อาทิ กลุ่ม SEMIEQUIPMENT อย่าง APPLIED MATERIALS, LAM RESEARCH,ASML และ KLA CORP กลุ่มชิป GPU: NVIDIA และ AMD

 

THAI FOCUS
• ปัจจัยในประเทศมี2 ประเด็นช่วยผลักดัน คือ 1.โครงการไทยเที่ยวไทยพลัส ที่คลังอนุมัติ 3,500 ล้านบาท กระตุ้นท่องเที่ยว 1 ล้านสิทธิ์
(เริ่ม 1 พ.ย. 69) ช่วยค่าที่พักสูงสุด 1,500 บาท/คืน และแจกคูปอง1,500-2,000 บาท 2.ADNOC เล็งลงทุนโรงกลั่นกลุ่ม PTT เจรจาลงทุนต่อยอดธุรกิจน้ำมัน คาดสร้าง SENTIMENT เชิงบวกต่อกลุ่มฯ
• ส่วนความเสี่ยงที่ต้องติดตาม ราคาน้ำมันโลกที่สูงขึ้น กระทบราคาพลังงานในประเทศ (เบนซิน/ดีเซลเคยพุ่งสูง) ดันเงินเฟ้อ (CPI ล่าสุด
102.67) ให้ทรงตัวระดับสูงต่อเนื่อง


SYNAPSE STRATEGY
• ตลาดหุ้นสหรัฐฯอาจผันผวนระยะสั้น โดยเดือน ก.ย. ตลาดมักปรับตัวลงแรงกว่าปกติก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมเสมอ โดยมักจะทำจุด
ต่ำสุดล่วงหน้าประมาณ 2 สัปดาห์ก่อนวันเลือกตั้ง 3 พ.ย. แล้วฟื้นตัวทุกกลุ่มในอีก 6 เดือนถัดไป
• ส่วนตลาดหุ้นไทยตั้งแต่ต้นเดือน SET +1.68% แต่ไม่ได้บวกทุกกลุ่มปรับตัวขึ้นแบบกระจุกตัว อาทิ ชิ้นส่วนฯ +9.5% และปิโตรเคมี +6.3%)เลือกหุ้นปัจจัยบวกเฉพาะตัว PTT, GUNKUL, CENTEL


HORIZON MARKET VIEW
ปัจจัยผลักเงินเฟ้อเร่งตัว เพิ่มความกังวลทิศทางดอกเบี้ย
ปัจจัยเร่งเงินเฟ้อเริ่มมีมากขึ้น ทั้งความตึงเคียดในตะวันออกกลางยกระดับความรุนแรง สร้างความเสียหายโดยตรงต่อน้ำมัน หลังกลุ่มฮูตีทำการโจมตีแหล่งน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย อีกทั้งสหรัฐฯ โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันอิหร่าน 5 ลำ ดันราคาน้ำมันดิบโลกพุ่งแรง BRENTวิ่งขึ้นใกล้แตะ 100 ดอลลาร์/บาร์เรลนอกจานี้ยังมีความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และแคนาดา โดยล่าสุดแคนาดาเริ่มบังคับใช้ภาษีตอบโต้(RETALIATORY TARIFFS) หลังเที่ยงคืนที่ผ่านมา กับสินค้าสหรัฐฯ มูลค่าประมาณ 20,000 ล้านดอลลาร์ขณะที่TRUMP ระบุว่า BOMBARDIER ผู้ผลิตเครื่องบินของแคนาดาจะไม่สามารถขายสินค้าในสหรัฐฯ ได้ หากแคนาดาไม่เริ่มผลิตสินค้าในสหรัฐฯ

 

สำหรับประเด็นที่ตลาดจับตามองมากที่สุดคือช่วงปลายสัปดาห์นี้ ซึ่งจะมีการรายงานตัวเลขเงินเฟ้อ PPI สหรัฐฯคาดเพิ่มขึ้นเป็น +5.2%YOY และ CPI สหรัฐฯ คาดทรงตัวอยู่ที่ +3.4%YOY ทั้งนี้ หากเงินเฟ้อยังมีแนวโน้มยืนอยู่ในระดับสูงกว่ากรอบเป้าหมายต่อเนื่อง กำลังปูทางให้ธนาคารกลางต่างๆ เดินหน้าที่เข้มงวดมากขึ้นสะท้อนจากสถิติในอดีต เดือนที่ FED, ECB, BOE (เกิดช่วงปี 2022-2023) ปรับขึ้นดอกเบี้ยพร้อมกัน พบว่าตลาดหุ้นโลกร่วงลงราว -1.3% ถึง -9.7%


REGION RADAR
INTEL เตรียมปรับขึ้นราคาชิป CPU ราว 10%
INTEL (INTC US) +9% หลังบริษัทได้แสดงให้เห็นว่าบริษัทสามารถปรับขึ้นราคาชิปสำหรับคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลได้ และอาจเริ่มปรับขึ้นราคาอีกในเร็วๆ นี้ เนื่องจากต้นทุนส่วนประกอบหน่วยความจำ (MEMORYCOMPONENTS) ที่สูงขึ้น โดยทาง DIGITIMES สื่อเทคโนโลยีในไต้หวันระบุว่า บริษัทเตรียมปรับขึ้นราคาชิปCPU ราว 10% ในเดือนตุลาคมนี้ อีกทั้งบริษัทอาจหยุดผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์กลุ่ม SMALL COREเนื่องจากผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้มีMARGIN ที่ต่ำกว่าและจะไปเน้นขายสินค้าที่มี MARGIN สูง โดยเรามีมุมมองเชิงบวกมากขึ้นต่อ INTEL จากทั้งบริษัทสามารถปรับเพิ่มราคาชิปขึ้นได้ต่อเนื่อง แสดงถึงการมีอำนาจต่อรองกับลูกค้าในระดับที่สูง นอกจากนี้ การมาของ GPT-6 ASTRA หนุนให้ความต้องการใช้ชิป, MEMORY และ CLOUD มากขึ้นเป็นบวกโดยตรงต่อบริษัท แนะนำเก็งกำไร DR: INTEL01


จับตางานประชุมหุ้นเทคโนโลยีของ GOLDMAN SACHS และ CITI ในสัปดาห์นี้
สัปดาห์นี้ มีการจัดงาน CONFERENCE หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีของทั้ง GOLDMAN SACHS และ CITI โดยมีกลุ่มที่น่าสนใจ อาทิ กลุ่ม SEMI EQUIPMENT อย่าง APPLIED MATERIALS, LAM RESEARCH, ASML และ KLACORP กลุ่มชิป GPU: NVIDIA, AMD และกลุ่ม AI SERVER: DELL, SMCI, HPE โดย CFO ของ APPLIEDMATERIALS ได้ขึ้นพูดเป็นวันแรก ระบุว่า AI ได้ขับคลื่อนความต้องการชิปเกินกำลังการผลิต และบริษัทมั่นใจว่าภาพรวมการเติบโตในปี 2027 จะยังคงแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ประเด็นที่สำคัญคือการสร้างโรงงานใหม่ (GREENFIELD) ใช้เงินลงทุนเครื่องจักรราว $1 หมื่นล้าน (เปรียบเทียบกับการอัปเกรดโรงงานเดิมใช้เงินราว$2.5 พันล้าน) จะเห็นได้ว่ามีการใช้เม็ดเงินในการซื้อเครื่องจักรมากกว่าเดิมถึง 4 เท่า โดยเรามีมุมมองเชิงบวกต่อกลุ่ม SEMI EQUIPMENT ทั้งนี้ ติดตามการขึ้นพูดของบริษัทอื่นๆ อาทิ LAM RESEARCH, KLA CORP และASML ซึ่งคาดว่าจะให้มุมมองเชิงบวกเช่นเดียวกัน แนะนำเก็งกำไร DR: LRCX01 และ DR: AMAT01

 


THAI FOCUS
กระตุ้นท่องเที่ยวไทย, ดีลยักษ์กลุ่ม PTT-ADNOC และจับตาความเสี่ยงเงินเฟ้อปัจจัยในประเทศมีอยู่ 2 ประเด็นหนุนนำ คือ
1.กระทรวงการคลังได้อนุมัติเงินกู้จำนวน 3,500 ล้านบาท เพื่อใช้ในโครงการ "ไทยเที่ยวไทยพลัส" โดยมีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศจำนวน 1 ล้านสิทธิ์ ซึ่งคาดว่าจะช่วยกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการท้องถิ่น โดยมีรายละเอียดดังนี้
• ส่วนลดที่พัก:รัฐช่วยสนับสนุนค่าที่พักสูงสุดคืนละ 1,500 บาท (จำกัดสิทธิ์คนละไม่เกิน 5 คืน)
• คูปองท่องเที่ยว: มอบคูปองมูลค่า 1,500 บาท สำหรับการท่องเที่ยวในเมืองหลัก และเพิ่มเป็น 2,000บาท สำหรับเมืองรอง

เงื่อนไขและระยะเวลา เปิดลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง ระหว่างวันที่ 1 - 25 ต.ค. 2569 เริ่มใช้สิทธิ์ได้ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. 2569 เป็นต้นไป งดใช้สิทธิ์ (BLACKOUT PERIOD) ช่วงวันที่ 15 ธ.ค. 2569 -15 ม.ค. 25702.มีข่าวสำคัญเมื่อ ADNOC (บริษัทพลังงานแห่งชาติของ UAE) อยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อเข้าลงทุนหรือถือหุ้นในธุรกิจโรงกลั่นของกลุ่ม PTT ความร่วมมือนี้มุ่งเน้นไปที่การต่อยอดสัญญาจัดหาน้ำมันดิบและการขยายธุรกิจมองประเด็นนี้สามารถสร้าง POSITIVE SENTIMENT ต่อหุ้นในกลุ่ม PTT อาทิ PTT TOP IRPC PTTGC PTTEP


แม้จะมีปัจจัยบวก แต่ไทยยังต้องรับมือกับผลกระทบจากราคาน้ำมันตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งลุกลามมาสู่ราคาพลังงานในประเทศ จากข้อมูลสถิติพบว่า ราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศและดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) มีความสอดคล้องกัน ในช่วงที่ผ่านมา ราคาน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 เคยพุ่งไปแตะระดับสูงสุดที่ 44.25 บาท/ลิตร ส่วนราคาน้ำมันดีเซล B7 พุ่งไปถึง 50.50 บาท/ลิตร ซึ่งจะส่งผลให้ดัชนี CPI ปรับตัวสูงขึ้นไปอีด โดยล่าสุดอยู่ระดับ102.67 จุด สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่า ต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นยังคงเป็นความเสี่ยงสำคัญที่อาจทำให้ภาวะเงินเฟ้อของไทยยืนอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง


SYNAPSE STRATEGY
จับตากลยุทธ์ลงทุนเดือน ก.ย. 69 รับมือเอฟเฟกต์เลือกตั้งสหรัฐฯ และเปิดโพยหุ้นเด่น
ฤดูกาลแห่งความผันผวนใกล้เริ่มต้นขึ้นผ่าน MIDTERM ELECTION EFFECT(3 พ.ย.69) ซึ่งสถิติในอดีตจากตลาดหุ้นสหรัฐฯ (S&P 500) ชี้ให้เห็นชัดเจนว่า เดือน ก.ย.มักเป็นเดือนที่ตลาดหุ้นอ่อนแรงกว่า และจะยิ่งอ่อนตัวลงลึกกว่าค่าเฉลี่ยอย่างมีนัยฯในปีที่มีการเลือกตั้งกลางเทอม (MIDTERM ELECTION) สาเหตุหลักมาจากความไม่แน่นอนทางนโยบายที่พุ่งสูงขึ้นก่อนรู้ผลการเลือกตั้ง ทำให้นักลงทุนเทขายเพื่อลดความเสี่ยง โดยตลาดมักจะเริ่มย่อตัวในช่วง 2-4 สัปดาห์ก่อนการเลือกตั้ง อย่างไรก็ตาม ตลาดมักจะผ่านจุดต่ำสุดและเริ่มฟื้นตัว
ล่วงหน้าราว 2 สัปดาห์ก่อนวันเลือกตั้ง และเมื่อผลการเลือกตั้งมีความชัดเจน ตลาดมักจะฟื้นตัวตอบรับความชัดเจน โดยผลตอบแทนเฉลี่ย 6 เดือนหลังการเลือกตั้งมักเป็นบวกในแทบทุก SECTOR

ทั้งนี้ ข้อมูลการคาดการณ์ล่าสุดในปี 2026 (อ้างอิงจาก POLYMARKET) ให้น้ำหนักว่า พรรคเดโมแครต(DEMOCRATIC PARTY) มีโอกาสสูงถึง 87% ที่จะครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรซึ่งสถิติในอดีตระบุว่าหากพรรคเดโมแครตได้คะแนนเสียงเพิ่มขึ้น ตลาดหุ้นในช่วง 6 เดือนหลังเลือกตั้งมักจะให้ผลตอบแทนเฉลี่ยที่ดีกว่าเมื่อเทียบกับกรณีของพรรครีพับลิกัน โดยเฉพาะในกลุ่มเทคโนโลยี (INFO TECH) และสินค้าฟุ่มเฟือย(CONSUMER DISC)

สำหรับสถานการณ์ในประเทศตั้งแต่ต้นเดือน SET INDEX ปรับตัวบวกได้ที่ +1.68% อย่างไรก็ตาม เมื่อเจาะดูไส้ใน พบว่าแรงขับเคลื่อนไม่ได้กระจายตัวไปทุกกลุ่ม แต่กระจุกตัวใน 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์(ETRON) +9.51% ปิโตรเคมี (PETRO) +6.38% ขณะเดียวกันกลุ่มที่อ่อนแอและยังคงติดลบ คือ กลุ่มการเงิน(FIN -2.20%) และกลุ่มบรรจุภัณฑ์ (PKG -2.14%)ซึ่งจากสภาวะตลาดที่มีปัจจัยเฉพาะตัวสูง หุ้นไทย TOPPICKS3 ตัววันนี้ คือ

GUNKUL คาดการณ์กำไรครึ่งปีหลังโดดเด่นกว่าครึ่งปีแรกจากการรับรู้งานก่อสร้าง และได้ SENTIMENT เชิงบวกจากแผน PDP ที่เน้นพลังงานหมุนเวียน
CENTEL เข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นของการท่องเที่ยว คาดกำไรฟื้นตัวเด่นแบบ QOQ ในไตรมาส 4 และได้แรงหนุนจากมาตรการกระตุ้น "ไทยเที่ยวไทยพลัส"
PTT รับผลบวกจากราคาน้ำมันขาขึ้น มีประเด็นเก็งกำไรจากการเข้าซื้อกลุ่มโรงกลั่นของ ADNOC และมีความคาดหวังอัตราปันผลในครึ่งปีหลังที่สูง

 

 

จัดทำโดย
ภราดร เตียรณปราโมทย์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์

ภวัต ภัทราพงศ์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์
เลขทะเบียนนักวิเคราะห์: 117985

สิริลักษณ์ พันธ์วงค์
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์

ธนกฤต สัจจมงคล
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้