ภาวะตลาด: SET Index วานนี้ปรับขึ้นแรง ปิดตลาดที่ 1618.82 ปรับขึ้น +23.24 จุด มูลค่าซื้อขายประมาณ 6 หมื่นลบ. โดยหลักมาจากหุ้น DELTA ซึ่งปรับขึ้น 20 บาท มีผลให้ดัชนีเพิ่มขึ้น 19.6 จุด รวมถึง ADVANC, GULF และหุ้นโรงกลั่น ที่ราคาหุ้นเพิ่มขึ้น นักลงทุนต่างชาติ ซื้อสุทธิ +2.76 พันลบ. สถาบันในปท.ซื้อ-ขายใกล้เคียงกัน พอร์ตบล.ขายสุทธิ -325 ลบ. และรายย่อยขายสุทธิ -2.40 พันลบ.
ปัจจัยต่างประเทศ
- ภูมิรัฐศาสตร์ : สถานการณ์เดินเรือของอิหร่านและสหรัฐอยู่ในขั้นเสี่ยงรุนแรง ซึ่งจะกดดันอุปทานน้ำมันในระยะสั้นต่อไป ราคาน้ำมันดิบยังขยับขึ้นต่อในช่วงสั้น และสูงกว่าค่าเฉลี่ยใน 2Q26
- สหรัฐ: สัปดาห์นี้จับตารายงานดัชนีเงินเฟ้อ CPI และดัชนีเงินเฟ้อ PPI โดยตลาดคาดว่าจะทรงตัว-อ่อนเล็กน้อยเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า
-ตลาดหุ้นและโภคภัณฑ์ สหรัฐปิดทำการวันจันทร์ เนื่องในวันแรงงาน ส่วนดัชนีฟิวเจอร์สเช้าวันนี้ผันผวน (มีบวกมีลบ) ด้านสัญญาน้ำมัน WTI & BRENT เช้านี้แกว่งแคบในระดับสูงที่ 92.4-97.1 US$/bbl ส่วนสัญญาทองคำ Spot เพิ่มขึ้นราว0.5% เป็น 4,429 US$/ออนซ์ ทั้งนี้ ดัชนีค่าเงินดอลลาร์อ่อนสู่ 98.83 เงินบาทแข็งขึ้นเป็น 32.86 บาท/US$ ด้าน US bond yield 10 ปี ทรงสูงที่ 4.79% ดัชนีราคาถ่านหิน (NCF) ถอยมาที่ 147.75 จุด ส่วนดัชนีค่าระวางเรือเทกอง (BDI) อ่อนเป็น 3,575จุด
ปัจจัยในประเทศ & ข่าวหุ้นเด่น
-ไทย: FETCO เปิด 4 แนวทางเพิ่มเงินออม ชงนำเงินลงทุนจากต่างประเทศกลับเข้ามาในไทย โดยยกเว้นภาษีให้ 2 ปี9
-PTT: มีกระแสข่าวว่า Abu Dhabi National Oil Co หรือ Adnocซึ่งเป็นบริษัทน้ำมันแห่งชาติของอาบูดาบี ประเทศ UAE กำลังเจรจาซื้อหุ้นโรงกลั่นในเครือ PTT โดย Adnoc กำลังมองหาแนวทางสร้างหลักประกันว่าจะมีลูกค้ารับซื้อน้ำมันดิบของบริษัท ขณะเดียวกันก็เป็นการขยายธุรกิจค้าน้ำมันเชื้อเพลิงสำเร็จรูปจากโรงกลั่นด้วย
-การเมืองไทย: จับตาเรื่องฮั้วส.ว.ที่กำลังเป็นประเด็นแรงในช่วงนี้ รวมถึงการทุจริตสอบบรรจุข้าราชการใหม่ ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อเสถียรภาพรัฐบาล
กลยุทธ์ : เลือกซื้อหุ้นพื้นฐานดี ที่มี Upside สัญญาณระยะสั้นเป็นบวก จากปิดสูงกว่าเส้น SMA10 ได้ ระยะสั้นให้ แนวรับไว้ที่ 1600, 1584-1578, 1572-1570 จุด ส่วนแนวต้านให้ไว้ที่ 1625-1630, 1640, 1650-1660 จุด
หุ้นพื้นฐานแนะนำวันนี้: BEM: มีโอกาสสูงที่จะได้รับสิทธิเดินรถโครงการสายสีม่วงใต้ ระยะทาง 23 กม. ซึ่งปัจจุบันความคืบหน้าการก่อสร้างอยู่ที่ 77% ณ สิ้นเดือนก.ค. 2026 และรฟม.ตั้งเป้าเจรจากับ BEM ภายในต้นปี 2027 จุดเด่นสำคัญ คือ ที่สำคัญคือ BEM อาจสามารถนำขบวนรถสายสีม่วงเหนือที่มีอยู่เดิม 21 ขบวนมาให้บริการในส่วนต่อขยายทางใต้ได้ก่อน นอกจากนั้นยังมี Upside risk จากโครงการตั่วร่วม 17-45 บาท ซึ่งคาดว่าจำนวนผู้โดยสารจะเพิ่มขึ้น ส่วนนี้สร้างมูลค่าเพิ่มให้หุ้นราว 0.50 บาท/หุ้น และโครงการ Double Deck ซึ่งจะเพิ่มมูลค่าหุ้นได้อีกประมาณ 0.50 บาท/หุ้น โดยโครงการ Double Deck มีมูลค่า 3.5 หมื่นล้านบาท ปัจจุบันยังอยู่ระหว่างรอการอนุมัติจากคณะกรรมการ PPP และครม. แนะนำซื้อ BEM ให้ราคาเป้าหมาย 9.00 บาท (ยังไม่รวมโครงการตั๋วร่วม โครงการ Double deckและสิทธิเดินรถสายสีม่วงใต้ )
นักวิเคราะห์&กลยุทธ์: อาภาภรณ์ แสวงพรรค : arparporns@dbs.com : Tel 02 587 7829