ความกังวลหลั่งไหล กดตลาดหุ้นผันผวน
HORIZON MARKET VIEW
• ศุกร์ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ย่อตัวลงราว -0.02% ถึง -0.52% พร้อมกับ BONDYIELD ระยะสั้นอายุ 2 ปี ดีดตัวขึ้นแรงกว่า 3.63% และค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าใกล้แตะ100 อีกครั้ง หลัง KEVIN WARSH เตือน ว่าแรงกดดันด้านเงินเฟ้อยังชะลอลงไม่มากพอและหากเงินเฟ้อยังสูงกว่าเป้าหมาย 2% อย่างมีนัยสำคัญ FED อาจต้องขึ้นดอกเบี้ยภายในปีนี้ แม้ยังไม่ได้ยืนยันว่าจะขึ้นดอกเบี้ยแน่นอน แต่ในแง่มุมของตลาดการเพิ่มโอกาสคาดการณ์ FED ขึ้นดอกเบี้ยเดือน ก.ย. เป็น 57%
• ความเสี่ยงเงินเฟ้อ ยังต้องเฝ้าระวังความผันผวนของราคาน้ำมัน หลังมีกระแสข่าวว่าสหรัฐฯ โจมตีฐานยิงจรวดของอิหร่าน ซึ่งกำลังเตรียมส่งทุ่นระเบิดเข้าสู่ช่องแคบฮอร์มุซ
• ยังต้องติดตามประเด็นค่าเงินเยนอ่อนค่าลงแตะระดับ 160 เยนต่อดอลลาร์ ซึ่งอ่อนค่าสุดในรอบ 1 เดือนในวันศุกร์ จากการแข็งค่าของดอลลาร์
REGION RADAR
• สัปดาห์นี้ยังเน้นไปที่การรายงานงบของหุ้นกลุ่มเทคสหรัฐฯ โดยหุ้นที่น่าจับตาและคาดว่าจะมีผลประกอบการออกมาแข็งแกร่ง อาทิ วันอังคาร : DELL, PALO ALTO พุธ: BROADCOM, HEWLETTPACKARD ENTERPRISE, SNOWFLAKE และพฤหัสบดี: ORACLE
• MEITUAN (3690 HK) งบไตรมาส 2 มีรายได้อยู่ที่ 1.04 แสนล้านหยวน +14% YOY (สูงกว่าคาด 4%) ขณะที่ EPS อยู่ที่ 0.41 หยวน+81% YOY (สูงกว่าคาด 685%) โดยได้รับแรงหนุนจากยอดสั่งซื้ออาหารที่เติบโตแข็งแกร่งและการแข่งขันด้านราคาผ่อนคลายมากขึ้น
THAI FOCUS
• ตราสารหนี้ไทยส่งสัญญาณลบจากแรงขายของต่างชาติ 3 เดือนติดต่อกัน ( 3.2 หมื่นล้านบาท) บวกกับสัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นไทยเผชิญแรงขายกว่า 372 ล้านเหรียญฯ หลังไต้หวันและเวียดนามมีปัจจัยบวกเฉพาะ ซึ่งเงินทุนไหลออกอาจสร้างแรงกดดันให้ เงินบาทกลับมาอ่อนค่าได้
• แนวโน้มหุ้นไทยเดือน ก.ย. 26 ตลาดฯเตรียมเข้าสู่ฤดูกาลจ่ายปันผล(ขึ้นเครื่องหมาย XD) ถึง 49 บริษัท ซึ่งกลไกของราคาหุ้นที่ลดลงหลังปันผล จะกดดันให้ดัชนี SET ปรับตัวลดลงราว 7.5 จุด
SYNAPSE STRATEGY
• MSCI REBALANCE (มีผล ณ ราคาปิดวันนี้) กลุ่มได้ประโยชน์ เงินทุนไหลเข้า 1.ถูกนำเข้าคำนวณใหม่ GUNKUL, HANA (ดัชนี SMALLCAP) 2.ถูกเพิ่มน้ำหนัก PTTEP, TRUE กลุ่มเสียประโยชน์ (เผชิญแรงขาย อาทิCHG, JTS, CPF, DELTA, CPN
• 3 หุ้นแนะนำวันนี้(พื้นฐานแกร่ง / ปลอดภัย / มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว)BBL รับอานิสงส์ HIGHER FOR LONGER PTTEP รับปัจจัยบวกจากราคาน้ำมันพุ่ง สงครามกลับมาร้อนแรง GUNKUL ธุรกิจเติบโตรับเทรนด์พลังงานสะอาด (โรงไฟฟ้า, แผน PDP2026)
HORIZON MARKET VIEW
ปัจจัยแวดล้อมมีแรงกดดันเข้ามา (ระยะสั้น?)
ศุกร์ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ย่อตัวลงราว -0.02% ถึง -0.52% พร้อมกับ BOND YIELD ระยะสั้นอายุ 2 ปี ดีดตัวขึ้นแรงกว่า 3.63% และค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าใกล้แตะ 100 อีกครั้ง หลัง KEVIN WARSH เตือนในงานJACKSON HOLE 2026ว่าแรงกดดันด้านเงินเฟ้อยังชะลอลงไม่มากพอ และหากเงินเฟ้อยังสูงกว่าเป้าหมาย 2%อย่างมีนัยสำคัญ FED อาจต้องขึ้นดอกเบี้ยภายในปีนี้ แม้ยังไม่ได้ยืนยันว่าจะขึ้นดอกเบี้ยแน่นอน แต่ในแง่มุมของตลาดการเพิ่มโอกาสคาดการณ์ FED ขึ้นดอกเบี้ยเดือน ก.ย. เป็น 57%
จากข้อมูลในอดีตช่วงปี 2020–2025 พบว่า โทนการกล่าวสุนทรพจน์ของประธาน FED ค่อนข้างมีผลกระทบกับตลาดหุ้น โดยเฉพาะท่าทีที่มีความเข้มงวดมาก (HAWKISH) ในปี 2022 กดดันดัชนี S&P 500 ร่วงลงแรงราว10.3% หลังจากนั้น 1 เดือน
ขณะที่ความเสี่ยงเงินเฟ้อ ยังต้องเฝ้าระวังความผันผวนของราคาน้ำมัน หลังมีกระแสข่าวว่าสหรัฐฯ โจมตีฐานยิงจรวดของอิหร่าน ซึ่งกำลังเตรียมส่งทุ่นระเบิดเข้าสู่ช่องแคบฮอร์มุซ สะท้อนความเสี่ยงต่อเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก และเพิ่มความกังวลต่อเสถียรภาพด้านอุปทานพลังงานในตลาดโลกนอกจากนี้ยังต้องติดตามประเด็นค่าเงินเยนอ่อนค่าลงแตะระดับ 160 เยนต่อดอลลาร์ ซึ่งอ่อนค่าสุดในรอบ 1เดือนในวันศุกร์ จากการแข็งค่าของดอลลาร์ ส่งผลให้กำไรส่วนใหญ่ที่เกิดจากการแทรกแซงค่าเงินก่อนหน้านี้หายไปมากกว่าครึ่ง สะท้อนแรงกดดันต่อทิศทางค่าเงินในภูมิภาคและความแตกต่างด้านนโยบายการเงินระหว่างญี่ปุ่นกับสหรัฐฯ
REGION RADAR
จับตาการรายงานงบของหุ้นกลุ่ม AI ท่ามกลางความกังวลในการปรับขึ้นดอกเบี้ย
สัปดาห์นี้ (31 ส.ค.–4 ก.ย.) ยังเน้นไปที่การรายงานงบของหุ้นกลุ่มเทคสหรัฐฯ โดยหุ้นที่น่าจับตาและคาดจะมีผลประกอบการออกมาแข็งแกร่ง อาทิ วันอังคาร : DELL, PALO ALTO พุธ: BROADCOM, HEWLETTPACKARD ENTERPRISE, SNOWFLAKE แลพฤหัสบดี: ORACLE อย่างไรก็ตาม แม้คาดว่าผลประกอบการหุ้นกลุ่มนี้มีแนวโน้มที่จะออกมาสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ แต่หุ้นกลุ่มเทคเริ่มได้รับแรงกดดันจากสถานการณ์การปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ก.ย. หลังมีการประชุม JACKSON HOLE สิ้นสุดลง จับตาหากผลประกอบการของหุ้นกลุ่มนี้ไม่ได้ออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดอย่างมีนัยสำคัญ อาจเผชิญกับแรงขายทำกำไรได้
MEITUAN พลิกกลับมามีกำไรได้อีกครั้งจากการแข่งขันด้านราคาที่ลดลง
MEITUAN (3690 HK) รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 กลับมาเติบโตได้แข็งแกร่ง โดยมีรายได้รวมอยู่ที่ 1.04แสนล้านหยวน +14% YOY (สูงกว่าคาด 4%) ขณะที่ EPS อยู่ที่ 0.41 หยวน +81% YOY (สูงกว่าคาด 685%)โดยได้รับแรงหนุนจากยอดสั่งซื้ออาหารที่เติบโตแข็งแกร่ง อีกทั้งการแข่งขันด้านราคากับบริษัท FOODDELIVERY ของ ALIBABA และ JD.COM มีความผ่อนคลายมากขึ้นตั้งแต่มีการเข้มาควบคุมการแข่งขันจากทางการจีน ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) กลับมาฟื้นตัวได้ดีสู่ระดับ 33% (ตลาดคาดที่ 31%) โดยเรามีมุมมองเชิงบวกต่อผลประกอบการของ MEITUAN ในครั้งนี้ซึ่งบริษัทมีรายได้ที่โตแข็งแกร่งและสามารถพลิกกลับมามีกำไรได้เร็วกว่าคาด แนะนำเก็งกำไร DR: MEITUAN80 ในระยะสั้นคาดว่าจะเห็นการ UPGRADE กำไรจากนักวิเคราะห์จากผลประกอบการที่แข็งแกร่ง
THAI FOCUS
จับตาสัญญาณเงินทุนไหลออก และปัจจัยกดดันดัชนี SET ในระยะสั้นตลาดตราสารหนี้ไทยเริ่มส่งสัญญาณเชิงลบ โดยต่างชาติขายสุทธิติดต่อกันเป็นเวลา 3 เดือน มูลค่ารวมกว่า3.2 หมื่นล้านบาท (ตั้งแต่เดือนมิ.ย.– ส.ค.26) นอกจากนี้ เมื่อพิจารณาประกอบกับทิศทางค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นก่อนหน้านี้ แต่ด้วยสถานการณ์ไหลออกของเงินทุนจากตลาดตราสารหนี้ ถือเป็นปัจจัยที่เข้ามาสร้างแรงกดดันต่อเสถียรภาพของค่าเงินและกดดันให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าได้ เฉกเช่นในอดีตช่วงต้นปี(มี.ค.26
ณะที่ภาพรวมของตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียในสัปดาห์ที่ผ่านมาพบว่ากระแสเงินทุนต่างชาติมีลักษณะเลือกเป้าหมายการลงทุน (SELECTIVE BUY) อย่างชัดเจน โดยนักลงทุนต่างชาติเข้าซื้อสุทธิอย่างหนักใน ไต้หวัน (กว่า3,700 ล้านเหรียญฯ) เนื่องจากมีการหมุนเวียนเงินทุนจากกลุ่ม MEMORY ในเกาหลีใต้ เข้าสู่หุ้นกลุ่มผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ AI เช่น TSMC และรับอานิสงส์งบการเงินของ NVIDIA ที่ออกมาดีกว่าคาด นอกจากนี้ เวียดนาม ยังได้รับความสนใจต่อเนื่อง จากที่ FTSE เพิ่มน้ำหนักตลาดหุ้นและเตรียมอัปเกรดสู่ระดับ EMERGING MARKETส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยเผชิญกับแรงขายสุทธิจากต่างชาติกว่า 372 ล้านเหรียญฯในสัปดาห์ดังกล่าว นอกจากนี้ในเดือน ก.ย.26 ตลาดหุ้นไทยยังเข้าสู่ฤดูกาลขึ้นเครื่องหมาย XD (EX-DIVIDEND) เพื่อจ่ายเงินปันผล ซึ่งจะมีบริษัทจดทะเบียนถึง 49 แห่งที่เตรียมจ่ายปันผลในเดือนก.ย.26 ซึ่งการขึ้นเครื่องหมาย XD จะส่งผลให้ราคาหุ้นปรับตัวลดลงตามกลไก และจะสร้างแรงกดดันให้ดัชนี SET ปรับตัวลดลงไปราว 7.5 จุด
SYNAPSE STRATEGY
วันนี้ MSCI REBALANCE เตรียมรับความผันผวน สู่กลยุทธ์การลงทุนวันนี้ เลือกอะไรดี ?
MSCI REBALANCE ซึ่งจะมีผล ณ ราคาปิดในวันที่ 31 ส.ค.26โดยกลุ่มที่ได้รับอานิสงส์เชิงบวกอย่างชัดเจน คือหุ้นที่ถูกนำเข้าคำนวณในดัชนี MSCI THAILAND SMALL CAP คือ GUNKUL และ HANA ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลทิศทางเงินทุนสุทธิ (NET FLOW VALUE) ที่พบว่ามีเม็ดเงินไหลเข้า HANA ถึง 15.5 ล้านเหรียญฯ และGUNKUL 13 ล้านเหรียญฯ รวมถึงหุ้นที่ถูกเพิ่มน้ำหนัก(ข้อมูลอ้างอิงจาก BOFA) อย่าง PTTEP TRUE ก็ได้รับได้รับความสนใจเช่นกัน ซึ่งจะเห็นว่าผลตอบแทนของหุ้นดังกล่าว วันศุกร์ที่ผ่านมา OUTPERFORM SET ทุก
บริษัท อาทิ PTTEP +1.7% TRUE 0.0% GUNKUL +3.9% เป็นต้นในทางกลับกัน หุ้นที่ถูกคัดออกจากดัชนีMSCI THAILAND SMALL CAP คือ CHG และ JTS ซึ่งต้องเผชิญกับแรงขายสุทธิเช่นกัน รวมถึงหุ้นที่ถูกลดน้ำหนัก อย่าง CPF DELTA CPN ซึ่งจะเห็นผลผลตอบแทนวันศุกร์ที่ผ่านมา UNDERPERFORM SET เกือบทุกบริษัท อาทิ DELTA -3.1% CHG -2.6%
ด้วยสภาวะตลาดที่เต็มไปด้วยความกังวล และความตึงตัว หุ้นไทย (เน้นพื้นฐานแกร่ง / ปลอดภัย / มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว)
BBL : รับอานิสงส์จากภาวะดอกเบี้ยสูงยาวนาน (HIGHER FOR LONGER) ที่ช่วยหนุนรายได้ดอกเบี้ยในช่วงครึ่งปีหลัง (2H69) แถมราคาปัจจุบันยังถูกมาก โดยมี PBV เพียง 0.6 เท่า เทียบกับค่าเฉลี่ยกลุ่มที่ 1.2 เท่า
PTTEP : รับผลบวกโดยตรงจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นจากสถานการณ์สงครามกลับมารุนแรง เหมาะแก่การเก็งกำไรตามราคาน้ำมัน และเป็นหุ้นที่ถูกเพิ่มน้ำหนักจากดัชนี MSCI รอบนี้
GUNKUL : หุ้นที่ได้แรงหนุนถึง 2 เด้ง คือ 1.จากการถูกนำเข้าคำนวณดัชนีMSCI SMALL CAP 2.พื้นฐานธุรกิจที่เติบโตจากโรงไฟฟ้า งาน EPC จากแผน PDP2026 รวมถึงนโยบายสนับสนุนพลังงานสะอาดของภาครัฐฯ
จัดทำโดย
ภราดร เตียรณปราโมทย์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์
ภวัต ภัทราพงศ์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์
เลขทะเบียนนักวิเคราะห์: 117985
สิริลักษณ์ พันธ์วงค์
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์
ธนกฤต สัจจมงคล
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์