สำนักข่าวหุ้นอินไซด์ (31 สิงหาคม 2569 ) ------ InnovestX บริษัทหลักทรัพย์ในกลุ่ม SCBX ออกบทวิเคราะห์ ประจำวันที่ 31 สิงหาคม 2569 คาด SET แกว่งลง บรรยากาศลงทุนถูกกดดันจากราคาน้ำมันที่ดีดตัวขึ้น หลังสหรัฐฯ โจมตีอิหร่านเป็นครั้งแรกในรอบเดือน อีกทั้ง Bond Yield ขยับขึ้นหลังตลาดเพิ่มโอกาสที่ Fed จะปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุม ก.ย. นอกจากนี้กระแส Fund Flow ยังไหลออกระยะสั้น อย่างไรก็ตาม คาดหุ้นพลังงานต้นน้ำ รวมทั้งกลุ่มธนาคาร ประกันฯ น่าจะปรับขึ้นประคองตลาด ประเด็นติดตามสัปดาห์นี้คาดหวังการพิจารณานโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐ และตัวเลขภาคแรงงานสหรัฐฯ ทางเทคนิคดัชนีร่วงลงต่ำกว่า low เดิม เป็นสัญญาณลบต่อ
ประเด็นสำคัญ
• ประชุม Jackson Hole ประธานเฟดย้ำจุดยืนคุมเงินเฟ้อให้ลงสู่เป้าหมายที่ 2% พร้อมระบุตัวเลขเงินเฟ้อที่ชะลอลงในช่วงฤดูร้อนยังไม่เพียงพอยืนยันว่าแนวโน้มเงินเฟ้อพื้นฐานปรับดีขึ้นอย่างมีนัย ทำให้ตลาดตีความเชิง Hawkish ส่งผลให้ Bond Yield สหรัฐฯ 10 ปี ปรับขึ้นสู่ระดับ 4.73% ระยะสั้นเป็น Sentiment ลบต่อตลาดสินทรัพย์เสี่ยง แต่บวกต่อกลุ่มธนาคารและประกันชีวิต (BLA TLI BBL KBANK KTB)
• ล่าสุดเช้านี้ราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับขึ้น 2%DoD หลังกองทัพสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีฐานยิงจรวดอิหร่านในช่องแคบฮอร์มุซ เนื่องจากพบอิหร่านกำลังเตรียมปล่อยทุ่นระเบิดปิดเส้นทางขนส่งพลังงานโลก ซึ่งนับเป็นปฏิบัติการครั้งแรกในรอบเดือนฉุดความตึงเครียดตะวันออกกลางพุ่ง ดันความเสี่ยงซัพพลายสะดุด ระยะสั้นมองบวกต่อกลุ่มพลังงาน (PTTEP TOP SPRC BCP)
• รัฐบาลเร่งปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตยานยนต์ทั้งระบบ เพื่อดึงดูดการลงทุนระยะยาว ดันไทยเป็นฮับผลิตและส่งออกในภูมิภาค พร้อมบังคับเพิ่มสัดส่วน Local Content ปกป้องผู้ผลิตในประเทศจากสินค้านำเข้าผ่าน FTA อีกทั้งนายกฯ สั่งให้คลังเร่งหามาตรการภาษีจูงใจสู้ย้ายฐานผลิตไปอินโดนีเซีย คาดจะชัดเจน ก.ย. นี้ ระยะยาวมองบวกต่อกลุ่มนิคมและยานยนต์ (WHA AMATA SAT STANLY AH)
• บอร์ดวิสามัญฯ เตรียมเสนอ ร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปี FY2027 เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร วาระที่ 2-3 ในวันที่ 7-9 ก.ย. และคาดจะประกาศใช้ได้ทันวันที่ 1 ต.ค. นี้ ซึ่งจะช่วยให้การเบิกจ่ายงบลงทุนของภาครัฐเป็นไปตามแผน มองเป็น Sentiment บวกต่อกลุ่มรับเหมาและวัสดุก่อสร้าง (STECON CK SCC SCCC)
• ร่าง PDP2026 เตรียมเปิดฟังความเห็น 8 ก.ย. นี้ โดยมีรายละเอียดเบื้องต้น เช่น สัดส่วนพลังงานสะอาดที่ 65%, พัฒนาระบบ Smart Grid, รองรับซื้อขายไฟฟ้าแบบสองทาง รวมถึงการพัฒนาระบบสายส่งเพื่อรองรับการเติบโตของ EV และ Data Center ระยะยาวมองบวกต่อกลุ่มโรงไฟฟ้า (GULF GPSC BGRIM GUNKUL WHAUP)
กลยุทธ์การลงทุน
ช่วงสั้นมอง SET จะแกว่งตัวไซด์เวย์ โดยแม้มีแรงหนุนในประเทศจากความคาดหวังการพิจารณานโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่องของภาครัฐ อาทิ การอุดหนุนติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป, ไทยเที่ยวไทยพลัส, ความคืบหน้าร่าง พ.ร.บ. งบฯ ปี FY2027 และความชัดเจนแผน PDP2026 แต่ตลาดยังมีปัจจัยกดดันจาก Fund Flow ที่ชะลอตัว, สถานการณ์ตะวันออกกลางที่ยังยืดเยื้อ รวมถึงสัญญาณ Hawkish จากประธานเฟดใน Jackson Hole ที่พร้อมขึ้นดอกเบี้ยเพื่อคุมเงินเฟ้อ กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy”
แนวรับ – แนวต้าน : 1575/1570 – 1600/1605
ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์
มอง SET แกว่งตัวไซด์เวย์ โดยแม้มีแรงหนุนจากความคาดหวังการพิจารณามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ แต่ตลาดยังถูกกดดันจาก Fund Flow ที่ชะลอตัว สถานการณ์ตะวันออกกลางยืดเยื้อ และสัญญาณ Hawkish จากประธานเฟดที่พร้อมขึ้นดอกเบี้ยคุมเงินเฟ้อ กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy” ผ่าน 4 ธีมเทรดดิ้งที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ดังนี้
1. Policy Play ซึ่งได้ประโยชน์จากความคืบหน้าผลักดันนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ได้แก่ มาตรการไทยเที่ยวไทยพลัส (ERW CENTEL AWC CPALL CPN), มาตรการหนุนพลังงานสะอาดอย่างโซลาร์รูฟท็อปและข้อสรุป PDP2026 (GULF GPSC BGRIM GUNKUL WHAUP AMATA WHA), การเร่งเบิกจ่ายของหน่วยงานรัฐก่อนปิดปีงบประมาณและร่าง พ.ร.บ. งบฯ ปี 2027 (STECON CK SCC SCCC)
2. Consumption Play ซึ่งจะได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของกำลังซื้อและภาพรวมเศรษฐกิจในประเทศที่แข็งแกร่งขึ้น ได้แก่ กลุ่มพาณิชย์ (CPALL CRC CPN GLOBAL) กลุ่มสื่อสาร (TRUE) กลุ่มการเงิน (MTC SAWAD TIDLOR) และกลุ่มขนส่งทางบก (BEM)
3. Laggard Play ซึ่งราคาหุ้นยังปรับขึ้นช้ากว่า SET สวนทางโมเมนตัมกำไร 2H26 ที่คาดจะเติบโตได้ดีทั้ง YoY และ HoH ทำให้คาดจะเป็นเป้าหมายของเม็ดเงินลงทุนที่จะหมุนเข้ามาเก็งกำไร ได้แก่ AP PR9 SAWAD HMPRO BDMS TU BCH MTC TIDLOR
4. High Dividend Play เพื่อสร้างกระแสเงินสดเข้าพอร์ตได้อย่างสม่ำเสมอ โดยเน้นดักการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล ซึ่งคาดให้ Div. Interim Yield >2% ได้แก่ TTB (XD 7 ก.ย.), BCP (XD 7 ก.ย.), OR (XD 7 ก.ย.), HMPRO (XD 8 ก.ย.) KKP (XD 9 ก.ย.)
Daily Top Picks
BCP: ปัจจัยสนับสนุนระยะสั้นจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ทำให้ราคาน้ำมันปรับขึ้น ขณะที่ค่าการกลั่นทรงตัวในระดับสูง บริษัทกำลังพัฒนาธุรกิจที่หลากหลายและครบวงจร เช่น ธุรกิจ SAF, Trading, พลังงานต้นน้ำ และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน และสามารถจ่ายปันผลในอัตราน่าสนใจที่ 7% เป้าหมายระยะสั้นที่ 56.75 บาท
KKP: ปัจจัยสนับสนุนจากการเติบโตที่ก้าวกระโดดผ่านรายได้ค่าธรรมเนียมซึ่งเป็น New S-curve จากบริษัทย่อย “Dime” และธุรกิจธนาคาร คาดกำไรปี 2026 เติบโต 37% และเติบโตต่อเนื่อง 14% ในปี 2027 ล่าสุดได้ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลที่ 3.25 บาท/หุ้น ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 9 ก.ย. 2026 เป้าหมายระยะสั้นที่ 122.00 บาท