Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.คิงส์ฟอร์ด : บทวิเคราะห์ภาวะตลาดหุ้นรายวัน

52

Market Wrap-Up

  • SET วันที่ 28 ส.ค.69 ปิด -12.48 จุด อยู่ที่ 1,588.22 จุด มูลค่าการซื้อขาย 66,471 ลบ. สถาบันซื้อ 185 ลบ. รายย่อยซื้อ 2,842 ลบ. พอร์ตโบรกขาย 1,606 ลบ. และต่างชาติขาย 1,421 ลบ. NVDR มียอดขายสุทธิ 2,419 ลบ. โดยมียอดซื้อ PTTEP,IVL,PTT,SCC,GUNKUL และยอดขาย AOT,GULF,BDMS,KTB,SCB มูลค่า Short Sales อยู่ที่ 2,537 ลบ. หุ้นที่มี % ช็อตเซลสูง เช่น SIRI,M,LH โดยนักลงทุนต่างประเทศมีสถานะ Short ใน Index Futures จำนวน 12,387 สัญญา ยอดสะสมตั้งแต่ต้นปีต่างชาติ Long สุทธิรวม 21,862 สัญญา ต่างชาติขายสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย 2,470 ลบ..

Market View

  • ตลาดหุ้นสหรัฐ DJIA -0.02%, S&P500 -0.25%, Nasdaq -0.52% จากแรงขายกลุ่มเทคโนโลยี -1.29%, สาธารณูปโภค -1.14% ขณะที่สินค้าฟุ่มเฟือย +1.69%, บริการสื่อสาร +1.56% หลังถ้อยแถลงของ ปธ.เฟด ในการประชุมที่แจ๊คสัน โฮล เผยหากยังไม่มั่นใจว่าเงินเฟ้อจะลดลงสู่เป้าหมายที่ 2% อย่างชัดเจนและเร็วพอ เฟดอาจจำเป็นต้องดำเนินการเพิ่มเติม ส่งผลให้ CME FedWatch ชี้มีโอกาส 58% & เดิม 36% คาดจะเฟดจะขึ้นดอกเบี้ย 25% ในการประชุม 15 – 16 ก.ย. สัปดาห์ที่ผ่านมา DJIA +0.53%, S&P500 +0.49%, Nasdaq +0.85% WoW หลัง US Bond Yield 10 & 30 ปี เริ่มปรับลดลง ขณะที่หุ้นกลุ่มผลิตชิปเริ่มฟื้นตัว นำโดย Nvidia +1.3% WoW หลังรายงานกำไรไตรมาสที่ผ่านมา +106% YoY และคาดการณ์รายได้ในไตรมาสนี้มีโอกาส +89% YoY จากอุปสงค์ด้านชิป AI & บริการคลาวด์ที่อยู่ในระดับสูง สัปดาห์นี้ติดตาม US PMI ภาคการผลิต ส.ค., ADP ตัวเลขจ้างงานภาคเอกชน ส.ค. และตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐ ส.ค. คาด +45,000 & ก.ค. -23,000 ราย, อัตราว่างงาน ส.ค. คาด 4.1% & ก.ค. 4.2%
  • ตลาดหุ้นยุโรป Stoxx600 +51% นำโดย CAC-40 ฝรั่งเศส +0.98% เริ่มฟื้นตัวจากความกังวลต่อฐานะด้านการคลังของฝรั่งเศส ก่อนการเลือกตั้งในปี 2570 นำโดยกลุ่มธนาคาร Societe General, BNP Paribas และสินค้าหรูหรา +2.3% ขณะที่รายงาน GDP ฝรั่งเศส Q2/69 ทรงตัว & คาด +0.2% ฟื้นตัวจาก Q1/69 -0.10% QoQ โดย Ftich Rating คงอันดับเครดิตฝรั่งเศสไว้ที่ A+ Outlook Stable และคาด GDP ฝรั่งเศสปีนี้ +0.7% & เดิมคาด +0.9% YoY , CPI ฝรั่งเศส ส.ค. ปรับขึ้นอยู่ที่ 2.4% YoY ส่งผลให้ ECB มีโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 10 ก.ย.
  • ตลาดหุ้นเอเชียวันศุกร์ที่ผ่านมา ดัชนีนิเกอิ +0.41% นำโดยกลุ่มบริการ, ขนส่งทางเรือ และกลุ่มเทคโนโลยีที่ฟื้นตัวตามการรายงานผลประกอบการของ Nvidia และ com ทางด้านข้อมูล Tokyo Core CPI ส.ค. ปรับขึ้นอยู่ที่ 1.8% & ก.ค. 1.7% YoY ส่งผลให้ BOJ มีโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 18 ก.ย. นี้ ส่วน Kospi เกาหลีใต้ -1.79% นำโดย Samsung Electronics -3.38%, SK Hynix -4.45% หลังมีรายงานว่าสหรัฐกำลังพิจารณาเรียกเก็บภาษีนำเข้าเซมิคอนดักเตอร์รอบใหม่ ทางด้านดัชนีเซี่ยงไฮ้ -0.11% นำโดย Industrial Bank -3.2%,CATL -1.2% และ Eoptolink Tech -2.5% หลังสหรัฐเตรียมเรียกเก็บภาษี 7.5% กับสินค้าจีนโดยอ้างเรื่องกำลังการผลิตส่วนเกิน
  • SET -1.58% WoW ปริมาณการซื้อขายเฉลี่ย/วัน 48 หมื่น ลบ. -21% WoW สถาบันซื้อ 2,224 ลบ. รายย่อยซื้อ 12,232 ลบ. พอร์ตโบรกขาย 2,226 ลบ. และต่างชาติขาย 12,230 ลบ. WoW โดยดัชนีถูกกดดันจากกลุ่มอิเล็ก ฯ นำโดย DELTA -4.7% WoW จากความกังวลผลประกอบการ Q3/69 ยังถูกกดดันภาวะขาดแคลนวัตถุดิบในการผลิต และกังวลเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยใน ก.ย. นี้ ขณะที่กลุ่ม Valua Play เช่น ธนาคาร, ไอซีที, ขนส่ง ก็ถูกแรงขาย Sell o Fact หลังผ่านพ้นช่วงการขึ้น XD เงินปันผลระหว่างกาล ขณะที่กลุ่มที่ช่วยหนุนดัชนี คือ ปิโตรเคมี & โรงกลั่นจากคาดการณ์ค่าการกลั่น & สเปรดปิโตรยังคงระดับสูง โดยได้ปัจจัยหนุนจากต้นทุนน้ำมันดิบเริ่มลดลง หลังอิหร่าน & โอมานกำลังเจรจาเพื่อเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ กอปรกับเวเนซุเอลาได้ออกจากกลุ่มโอเปก ส่งผลให้ไม่ถูกจำกัดการผลิตตามโควต้าของโอเปกอีกต่อไป โดยภาพรวมสัปดาห์ก่อน Fund Flow ต่างชาติไหลออกจากกลุ่ม TIP มูลค่า $-486.6 ล. จากความกังวลต่อเฟดอาจขึ้นดอกเบี้ยใน ก.ย. ขณะที่ FTSE ได้ปรับเพิ่มตลาดหุ้นเวียดนามเข้าดัชนี Secondary EM ใน ก.ย. ส่งผลให้น้ำหนักการลงทุนในตลาดอาเซียนอื่น ๆ มีโอกาสถูกปรับลดลง

 

  

Daily Strategy

 

  • ประเมินแนวรับดัชนี SET ที่ 1,560 - 1,575 แนวต้าน 1,590 - 1,600 คาดดัชนีมีโอกาสปรับลดลง หลัง ปธ.เฟดส่งสัญญาณดอกเบี้ยตึงตัวในการประชุมแจ๊คสัน โฮล ส่งผลให้ Fund Flow ในตลาดเกิดใหม่มีโอกาสชะลอตัวก่อนการประชุมวันที่ 15 – 16 ก.ย. ดังนั้นในกรณีที่มีพอร์ตหุ้นอยู่ในสัดส่วนสูง แนะนำลดพอร์ตหุ้นลง 20 – 30% ส่วนเช้านี้แนะนำเก็งกำไร PTT,PTTEP,TOP,BCP,SPRC หลังราคาน้ำมันดิบ WTI เช้านี้ +1.9% หลังสหรัฐโจมตีฐานยิงจรวดของอิหร่านใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ

 

  • TFG* (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 12.20 บาท) แนวโน้ม 2H69 คาดทยอยฟื้นตัวดีขึ้น QoQ มีปัจจัยหนุนจากราคาเนื้อสัตว์ในประเทศที่เริ่มฟื้นตัวทั้งราคาไก่และราคาสุกร เนื่องจาก supply ที่ลดลง ขณะที่รายได้จากธุรกิจค้าปลีกยังคงเติบโตขึ้นตามแผนการขยายสาขาเพิ่มให้ครบ 875 สาขาในสิ้นปีจากปัจจุบัน 748 สาขา โดยจะเพิ่มสินค้าเป็นแบรนด์ตัวเอง สินค้ากลุ่มอื่น เช่นกาแฟ ข้าวสาร ซึ่งมี margin สูง นอกจากนี้ยังได้ผลบวกจากต้นทุนวัตถุดิบอย่างข้าวโพดที่ลดลง รวมถึงมองการบริโภคที่จะฟื้นตัวในช่วง high season และมาตรการกระตุ้นของภาครัฐ ในส่วนต่างประเทศมีแผนรุกตลาดเวียดนามขยายฐานลูกค้า โดยบริษัทจะเริ่มก่อสร้างโรงอาหารสัตว์ และขยายธุรกิจไก่ เพิ่มเติมจากธุรกิจสุกรที่มีอยู่แล้ว ทั้งนี้ อิงจาก consensus ตลาดคาดกำไรสุทธิปี 69 ที่ 1 พันล้านบาท -5%YoY และจะกลับมาเติบโตในปี 70 ที่ 8.2 พันล้านบาท +16%YoY

 

  • TU (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 13.80 บาท) หากตัดรายการพิเศษออก(ยังไม่นับรวม Tax Refund จากส่วนงานอื่นนอกเหนือจากฝั่ง Pet Food ที่ ITC เปิดเผย) กำไรปกติ 2Q69 อยู่ที่ราว 1,264 ลบ.(+2.21% YoY, +18% QoQ) ดีขึ้น QoQ ตามฤดูกาล ส่วน YoY ประคองตัวได้ได้แม้มีค่าใช้จ่ายสูงขึ้นกดดัน แต่มีแรงหนุนจาก Volume ที่ดีขึ้นของฝั่งอาหารทะเลกระป๋อง การเน้น Product Mix ที่ให้มาร์จิ้นดีกว่าอย่าง Yellowfin Tuna รวมถึง Demand อาหารสัตว์เลี้ยงในสหรัฐฯและยุโรปที่ยังแข็งแกร่ง ด้านการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีหลังนี้ แม้จะมีปัจจัยผันผวนจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์และอัตราภาษีทรัมป์ที่ขึ้นมาที่ 12.50% แต่คาดว่าพอจะ Offset ได้จาก 1.บาทที่อยู่ในโทนอ่อนค่า/การปรับขึ้นราคาขาย 2.ทิศทางราคาปลาทูน่าที่มีโอกาสอ่อนตัวลง และ 3.การระงับภาษีสำหรับสินค้าเกษตรและอาหารบางรายการของ UK ปัจจุบัน เราประมาณการณ์กำไรสุทธิปี69 และ ปี70 ของ TU ที่ระดับ 4,764ลบ.(+3%YoY ) และ ที่ 5,022ลบ.(+5%YoY ) ตามลำดับ

 

 

Daily Key Factors

Oil Update(-) WTI ต.ค. -$0.13 อยู่ที่ $83.40 / บาร์เรล, Brent ต.ค.-$0.39 อยู่ที่ $89.31/บาร์เรล สัปดาห์ที่ผ่านมา WTI -4.16%, Brent -4.74% WoW หลังเรือบรรทุกน้ำมันออกจากช่องแคบฮอร์มุชได้เพิ่มมากขึ้น กอปรกับเวเนซุเอลาได้ถอนตัวออกจากกลุ่มโอเปก ส่งผลให้อุปทานน้ำมันจากเวเนซุเอลาจะเข้าสู่ตลาดเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากไม่ถูกจำกัดด้วยโควต้าการผลิต ขณะที่เช้านี้ WTI Futures +1.3% อยู่ที่ $84.50/บาร์เรล หลังสหรัฐโจมตีฐานยิงจรวดของอิหร่านบนเกาะลารัคใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ

 

Gold Update (-) Comex Gold  ธ.ค. -134.10 ปิดที่ 4,529.90 ดอลลาร์/ออนซ์ ถูกกดดันจาก Dollar Index แข็งค่า +0.55% อยู่ที่ 99.703 หลัง ปธ.เฟดส่งสัญญาณดอกเบี้ยตึงตัวในการประชุมที่แจ็คสัน โฮล

 

Fund Flow(-)Fund Flow ต่างชาติในตลาด TIP สัปดาห์ที่ผ่นมาขายสุทธิ -486.63 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดย ขายหุ้นไทย -369.93 ล.ดอลลาร์สหรัฐ ซื้อหุ้นอินโดฯ +15.76 ล.ดอลลาร์สหรัฐ และขายหุ้นฟิลิปปินส์ -114.46 ล.ดอลลารห์สหรัฐ

 

(-) ค่าเงินบาทเช้านี่อ่อนค่าอยู่ที่ 33.15 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

(-) ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี ปรับขึ้นอยู่ที่ 4.716 %

(+) ดัชนี BDI ปิด +79 จุด อยู่ที่ 3,186

(-) BitCoin เช้านี้ -0.35% อยู่ที่ 77,805 ดอลลาร์สหรัฐ

(0)เช้านี้ติดตาม PMI ภาคผลิต & บริการจีน ส.ค

Economic Calendar

 

ในประเทศ

สัปดาห์ที่1  ดัชนี PMI ภาคการผลิต  ( ส.ค.)

(ก.ย.)          ดัขนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค

 

ต่างประเทศ

31 ส.ค.      CN ดัชนี PMI ภาคการผลิตของจีน  ( ส.ค.)

01 ก.ย.      EU ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) (ปีต่อปี) ( ส.ค.)

  US ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิต  ( ส.ค.)

                  US ตำแหน่งงานว่างเปิดใหม่จาก JOLTS  ( ก.ค.)

02 ก.ย.      US การเปลี่ยนแปลงการจ้างงานภาคนอกภาคเกษตรฯ

        (ADP)( ส.ค.)

                  US สินค้าคงคลังน้ำมันดิบ

03 ก.ย.      US จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก

                  US ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการบริการ  ( ส.ค.)

04 ก.ย.      US อัตราการว่างงาน  ( ส.ค.)

                  US รายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมง ( ส.ค.)

 

Theme Strategy

ทยอยสะสมหุ้น Value Stock / High Dividend Yield / AI Infrastructure ได้ประโยชน์จากมาตรการลดค่าครองชีพ-กระตุ้นกำลังซื้อของรัฐฯ มาตรการสนับสนุนเม็ดเงินลงทุนภาครัฐและเอกชน

 

(1)High Dividend Yield กลุ่มธนาคารพาณิชย์ KBANK, KTB, SCB, TTB, BAY*, KKP*, TISCO กลุ่ม REIT CPNREIT*

 

(2) Anti-Commodity ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมัน-ก๊าซฯ ลดลง กลุ่มโรงไฟฟ้า BGRIM*, GPSC* กลุ่มบรรจุภัณฑ์ SCGP* กลุ่มวัสดุก่อสร้าง EPG*, SCC*, TOA* กลุ่มท่องเที่ยว-ขนส่ง-ร.พ. CENTEL*, MINT*, ERW*, AOT, BA, BH, BDMS, PR9*, BCH, CHG

 

(3) กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กฯ / ICT / AI Infrastructure / รับเหมาฯ-นิคมฯ-สาธารณูปโภค DELTA*, CCET*, KCE, HANA*, SMT*, ADVANC, TRUE, GULF*, ASEFA*, FTE*, TRT*, STECON, INSET*, AMATA, WHA, WHAUP*, EASTW*

 

(4) การลงทุนภาครัฐฯ เอกชน CK, SEAFCO*, PYLON*, GUNKUL*, BEM*, KGEN*

 

(5) สินเชื่อ-ไฟแนนซ์ / สินค้าอุปโภค-บริโภค MTC*, SAWAD*, TIDLOR*, SINGER*, SGC*, SCAP*, NCAP*, CPALL, CPAXT, CPN*, CRC, CBG*, ICHI*, OSP*, SAPPE*, TACC*

 

**หุ้นแนะนำเชิงกลยุทธ์ที่ยังไม่อยู่ใน Coverage ของฝ่ายวิจัย

 

Asset Allocation: Equity 50% Fixed Income 40% Alternative Investment etc. Gold 5% Cash 5%

 

Today Fundamental Research: -

 

 

Monthly Portfolio July 2026: GPSC*, CPN*, BEM*, BDMS, STA*

 

 

 

 

 

 

Analysts

Apichai Raomanachai  

Fundamental and Technical Investment Analysis ID No.  002939

Tel  02-829-6999  Ext  2200

Email : apichai.ra@kfsec.co.th

Nopporn Chaykaew     

Fundamental Analysis ID No.  043964

Tel  02-829-6999  Ext  2203

Email : noppoen.ch@kfsec.co.th

Nattawat Poosunthornsri   

Fundamental Analysis ID No.  087077

Tel  02-829-6999  Ext  2204

Email : nattawat.po@kfsec.co.th

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

โลกเปลี่ยน By : นายกล้วยหอม

นายกล้วยหอม เมื่อโลกเปลี่ยน เรา ก็ต้องปรับตัว ธรรมชาติ ก็ถูกใช้งานอย่างหนัก ก็ต้องปรับตัว สร้างความสมดุลใหม่...

FLE โรดโชว์ ห้องค้าบล.ฟิลลิป ตอกย้ำพื้นฐานแกร่ง นักลงทุนเชื่อมั่นศักยภาพของธุรกิจและความเชี่ยวชาญผู้บริหาร

FLE โรดโชว์ ห้องค้าบล.ฟิลลิป ตอกย้ำพื้นฐานแกร่ง นักลงทุนเชื่อมั่นศักยภาพของธุรกิจและความเชี่ยวชาญผู้บริหาร

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้