Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.บัวหลวง : รอบด้านตลาดหุ้น

42


Sentiment Tracker Sentiment ตลาดหุ้นสหรัฐฯ มิกซ์ ส่วนไทยดีขึ้นเล็กน้อย
KEY FINDINGS:


สหรัฐฯ: Sentiment Indicator ของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ส่งสัญญาณมิกซ์ โดยดัชนี CNN Fear & Greed ปรับขึ้นได้ต่อในโซน Greed มาตรวัดปรับขึ้นจาก 59 จุดสู่ 66 จุด ส่วนผลสำรวจ AAII สะท้อนมุมมองที่แย่ลงเล็กน้อยในหมู่นักลงทุน จาก Bull-Bear Spread ปรับลดลงเมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า


ไทย: BLS Greed & Fear Barometer ของตลาดหุ้นไทยยังคงยืนได้ในโซน Greed และมาตรวัดปรับขยับขึ้นเล็กน้อย จาก 58 จุดสู่ 59 จุด สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่ยังคงอยู่ในเกณฑ์ดี


US MARKET SENTIMENT TRACKER:
ดัชนี S&P500 ของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ทำจุดสงสุดใหม่ ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.2% หนุนจากผลประกอบการไตรมาส 2/26 ที่แข็งแกร่ง และการคาดการณ์ว่าเฟดจะยังไม่ปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายนนี้ แม้ว่าความหวังในการเปิดช่องแคบ Hormuz จะลดลงก็ตาม ขณะที่ Sentiment Indicator ส่งสัญญาณมิกซ์ โดยดัชนี CNN Fear & Greed ปรับขึ้นได้ต่อในโซน Greed มาตรวัดปรับขึ้นจาก 59 จุดสู่ 66 จุด หนุนจาก Market Momentum ที่ปรับขึ้นอย่างแข็งแกร่ง ความกว้างของตลาด (Market Breadth) วัดจากดัชนี McClellan Volume Summation Index ปรับขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งความผันผวนของตลาดที่ปรับลดลงและอยู่ต่ำกว่าระดับค่าเฉลี่ย


อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจความเชื่อมั่นนักลงทุนของ AAII สะท้อนมุมมองในช่วง 6 เดือนข้างหน้าที่แย่ลงเล็กน้อย โดยสัดส่วนผู้ตอบแบบสอบถามที่มีมุมมอง Bullish ลดลงจาก 37.0% เหลือ 34.7% (และยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ 37.5%) และสัดส่วนฝั่ง Bearish ที่ค่อนข้างทรงตัว โดยลดลงจาก 38.0% เหลือ 37.9% (แต่ยังสูงกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ 31.5%) ส่งผลให้ Bull-Bear Spread ปรับลดลงเมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้าจาก -1.0% สู่ -3.2%


THAI MARKET SENTIMENT TRACKER:
ตลาดหุ้นไทยแกว่งตัวในกรอบ 1,607-1,631 จุดในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ปิดทรงตัวเมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า ขณะที่ดัชนี BLS Greed & Fear Barometer ยังคงยืน ในโซน Greed และมาตรวัดปรับขยับขึ้นเล็กน้อย จาก 58 จุดสู่ 59 จุด โดยองค์ประกอบที่หนุนมาตรวัดได้แก่ความผันผวนของตลาดที่ปรับตัวลดลง อย่างไรก็ตามดัชนี Bull-to-bear ที่ปรับลดลงจาก 37.5% สู่ 32.7% และดัชนี Momentum Strength ที่อ่อนแอลงจาก 9.2 จุดสู่ 5.6 จุด ได้เข้ามาหักล้าง ทำให้มาตรวัดโดยรวมขยับขึ้นได้ เพียงเล็กน้อย

 

IMPLICATION:
การที่ดัชนี Fear & Greed ของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นมาอย่างรวดเร็วในสัปดาห์ก่อนหน้า จากโซน Fear สู่โซน Greed และสัปดาห์ล่าสุดยังคงปรับขึ้นได้ต่อนั้นถือเป็นสัญญาณเชิงบวกที่สะท้อนว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯนั้นเข้าสู่โหมด Risk-on แล้ว ทั้งนี้ Market Breadth ซึ่งวัดจากดัชนี McClellan Volume Summation Index ที่มีแนวโน้มปรับตัวขึ้น รวมถึงความผันผวนของตลาดที่อยู่ในระดับต่ำ ส่งผลให้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังคงมีอัพไซด์
สำหรับตลาดหุ้นไทย การที่ดัชนีปรับขึ้นเล็กน้อยแต่ยังคงยืนได้ในโซน Greed นั้นถือเป็นสัญญาณเชิงบวก โดยการที่ดัชนี Bull-to-bear ได้ลดความร้อนแรงลงมาสู่ระดับต่ำกว่าค่าเฉลี่ยแล้ว อีกทั้งดัชนี Momentum Strength ก็ปรับตัวลงจนเข้าใกล้ระดับ Zero-line แล้ว สะท้อนว่าตลาดหุ้นไทยมีดาวน์ไซด์ที่จำกัดและมีโอกาสฟื้นตัวได้ในระยะอันใกล้


สรุปภาพตลาดวานนี้ หุ้นไทยปิดใกล้ที่เดิม แต่เป็นการหมุนเอาคอมเมิร์ชขึ้นมาเล่นทั้ง CPALL CRC รวมกับ ท่องเที่ยว AWC CENTEL THAI ปิโตรเคมี PTTGC IRPC รวมทั้งหุ้นปัจจัยบวกเฉพาะตัวอย่าง KCE ขึ้นแรง ขณะที่ด้านกดดันมี DELTA (แต่เยามาก) มากับ ADVANC PTT PTTEP KTB TOP IVL เป็นต้น นอกจากนี้ เห้นหุ้นขนาดกลางบวกแรงพร้อมปริมาณซื้อขายเพิ่ม SPALI TEAM AIE TASCO


แนวโน้มตลาดวันนี้ Decoupling play
เมื่อวานราคาหุ้นเชื่องโยงกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ เช่น ปิโตรเคมี โรงกลั่น เรือเทกอง เรือตู้ ยังคงโดดเด่นตามที่เราประเมิน รวมถึงหุ้นส่งออกชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ โรงแรมท่องเที่ยว ที่แข็งกว่าตลาดสอดคล้อง ภาวะเศรษฐกิจโลก ที่กลับมาขยายตัวสะท้อนผ่าน GDP ประเทศต่างๆ ที่เราพบรายงานเติบโตสูงเกินคาดเป็นส่วนใหญ่ ยกตัวอย่างเขตเศรษฐกิจพิเศษอย่าง ฮ่องกง ไต้หวัน, สิงคโปร์ ยังมีอัตราการเติบโตที่สูง ซึ่งฝั่งสิงคโปร์ ส่วนหนึ่งล้อไปกับ ราคาน้ำมัน และค่าการกลั่นที่ปรับสูงขึ้น ขณะที่ประเทศ อิงส่งออกชิ้นส่วน เช่น เกาหลีใต้ ฯลฯ รายงาน GDP สูงเป็นเรื่องปกติ
กอปรกับเหตุการณ์ความไม่สงบทั้งในตะวันออกกลาง รัสเซีย ยูเครน ซึ่งยังมีเหตุลอบโจมตีกำลังการผลิตโรงกลั่น และ โรงปิโตรเคมี รวมถึงเรือขนส่งที่ผ่านช่องแคบต่างๆ อยู่เป็นระยะๆ...
เราจึงมองเป็นเหตุผลเพียงพอ ที่จะลากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ขึ้น และหนุนราคาหุ้นที่เชื่อมโยงทั้ง พลังงานต้นน้ำ-กลางน้ำ ค่าระวางเรือ ราคาสินค้าเกษตร
แต่กลุ่มหุ้นที่กลับอ่อนแอกว่าตลาด รอบนี้ กลายเป็นหุ้น ADVANC TRUE นิคม ไฟฟ้า ตลอดจนหุ้น Valuation อยู่ล่าง เช่น โรงพยาบาล สินเชื่อบุคคล อาหาร ซึ่งเราอาจต้องกลับมาพิจารณา และให้น้ำหนักกับการเล่นหุ้น ตามโมเมนตั้มประกอบการตัดสินใจเลือกหุ้นมากขึ้นถ้าหุ้นกลุ่มนี้ยังไม่ยอมงัดขึ้นมาเล่น เราคงต้องปล่อย แล้วหันไปเล่นหุ้นชุดแรกที่เชื่อมโยงเศรษฐกิจโลกเพิ่มขึ้น...


กลยุทธ์การลงทุน กลยุทธ์การลงทุนช่วงนี้ แนะหุ้นใหญ่อิงตาม Fund flow ต่างชาติ และเก็งกำไรลักษณะ Sector Rotation ตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปในแต่ละช่วง นอกจากนี้ หุ้นที่แนวโน้มกำไรดี และมี Earnings revision ด้านบวกจากพื้นฐาน ยังคงเป็นกลุ่มหลักที่ถือยาวได้


วิเคราะห์ทางเทคนิค ภาพรวม: SET Index อยู่ในช่วงสะสมพลัง (Consolidation Phase) เพื่อเลือกทาง หลังจากผ่านการปรับฐานย่อย โดยการเคลื่อนไหวเริ่มจำกัดกรอบในลักษณะ Symmetrical Triangle เหนือโซนรับ
Elliott Wave: โครงสร้างหลักดัชนีอยู่ในคลื่นขาขึ้น Wave 5 (Impulse Wave) ในรูปแบบ Complex Correction (Zigzag หรือ Flat) และกำลังสร้างฐานเพื่อกลับขึ้นไปโซนบน
EMA Alignment: ดัชนีทดสอบเส้น EMA 10 และ 25 วัน เริ่มมีการม้วนตัวกลับขึ้นมาตัดกัน (Golden Cross ระยะสั้น) ในขณะที่ EMA 50 วัน ทำหน้าที่เป็นแนวรับไดนามิก (Dynamic support) สำคัญ

Oscillators MACD: เกิดสัญญาณ Bullish Divergence ในกราฟ Daily และเตรียมตัดขึ้นเหนือ Signal Line เหนือแกน Zero Line สะท้อนแรงส่งเชิงบวกที่เริ่มก่อตัว
Support: 1,600-1,615 จุด (เส้น EMA 10,25,50) เรียงตัวกันอยู่
Resistance: 1,630 จุด (ด่าน week high เมื่อ 2 สัปดาห์ล่าสุด) ผ่านได้ให้เพิ่มน้ำหนักพอร์ต มีโอกาสขึ้นสู่เป้าถัดไป 1,650 จุด
Stop loss: หากหลุด 1,590 จุด ลดพอร์ตแล้วถือเงินสดเพิ่ม
Action Strategy: แนะนำกลยุทธ์ Selective Buy ในกลุ่มหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานแกร่ง (Champion Stocks) และมีรูปแบบกราฟ Reversal ชัดเจน พร้อมกำหนดจุด Stop Loss กำกับทุกครั้งในการเข้าเทรด
หุ้นแนะนำวันนี้: สองพลังบาลานซ์พอร์ต! PTTGC ปิโตรสายวิ่ง + BDMS หุ้นสุขภาพต้นเทรนด์/ “BUY” GULF, CBG, CPALL



What to watch MSCI review: Standard Index ไม่มีหุ้นไทยเข้าออก, Small Cap index เพิ่มหุ้น HANA GUNKUL ถอด JTS CHG
ตลาดคาดการ ธนาคารกลางญี่ปุ่น มีแนวโน้มจะปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ต.ค.ปีนี้ และ มี.ค. 2027, ก.ค.2027 และแนวโน้มดอกเบี้ยนโยบายจะหยุดที่ 1.5% หรือ 1.75%
ครม.ญี่ปุ่น ประกาศแล้ว ปรับลดอัตราภาษีการบริโภค (consumption tax) หมวดอาหารและเครื่องดื่มจากปัจจุบัน 8% เหลือ 1% เป็นเวลา 2 ปี โดยจะเริ่มในเดือนเมษายน 2570 ถือเป็นการลดภาษีประเภทนี้เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่เริ่มบังคับใช้ในปี 2532
นอกจากการลดภาษีเหลือ 1% แล้ว รัฐบาลเตรียมแจกเงินสดแก่ผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลาง ภายใต้วงเงินปีละ 6 แสนล้านเยน เพื่อชดเชยส่วนที่เหลือ ทำให้ลดภาระภาษีลงจนเท่ากับ 0% ในทางปฏิบัติ
(มาตรการกระตุ้นการบริโภคครั้งใหญ่ของญี่ปุ่นผ่าน ครม. แล้ว และมีผลบังคับใช้ เริ่ม เม.ย.ปีหน้า คาดหุ้นที่ส่งออกชิ้นส่วนไก่โดยตรงจะได้ประโยชน์ คือ GFPT ผ่าน บริษัทย่อย GFN (ขายชิ้นส่วนไก่) และ McKey (ขายชิ้นส่วนไก่เข้า McDonald) หุ้นอื่นที่เชื่อมโยงมี TU รายได้บางส่วนจากการขายที่ญี่ปุ่น ทูน่ากระป๋อง และ ITC ส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยง)
"ภราดร" ชี้ใช้งบ พ.ร.ก.เงินกู้ทำ "ไทยเที่ยวไทยพลัส" ไม่ผิดหลักฉุกเฉิน เหตุช่วยภาคธุรกิจรายเล็กจากวิกฤตสงคราม ส่วนไทยช่วยไทยพลัสเฟส 2 ต้องให้ "เอกนิติ" ตัดสินใจเดินหน้าโครงการ
นักลงทุนพากันเพิ่มน้ำหนักต่อคาดการณ์ที่ว่า เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในเดือนก.ย. หลังการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรที่ลดลงในเดือนก.ค. ขณะที่ก่อนหน้านี้ นักลงทุนพากันเทน้ำหนักคาดว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนดังกล่าว
ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 59.9% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมวันที่ 16 ก.ย. จากเดิมที่ให้น้ำหนักเพียง 33.0% ในสัปดาห์ที่แล้ว
นอกจากนี้ นักลงทุนให้น้ำหนัก 40.1% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมวันที่ 16 ก.ย. จากเดิมที่ให้น้ำหนักมากถึง 67% ในสัปดาห์ที่แล้ว


หุ้นแนะนำวันนี้
PSL
ราคาหุ้นปัจจุบันเทรด 10 บาท ต่ำกว่าราคาเฉลี่ยเมื่อ 3 ปีที่แล้ว 15 บาท ค่อนข้างมาก สวนทาง TC rate ล่าสุดที่มีแนวโน้มสูงขึ้น และสูงกว่าเมื่อเทียบกับเมื่อ 3 ปีก่อน
แนวรับ 9.5 ต้าน 11 Stop loss 9.2

 



รายงานผลประกอบการวันนี้

วันนี้มีรายงานงบการเงินทั้งหมด 12 บริษัท แบ่งเป็น
(+) กำไรดีกว่าคาด (Beat) ทั้งหมด 6 บริษัท ได้แก่ PTT AOT ERW PLANB GFPT AMATA
(0) กำไรตามคาด (In-line) ทั้งหมด 6 บริษัท ได้แก่ TOP BEM BGRIM BDMS TIDLOR OSP
(-) และไม่มีกำไรต่ำกว่าคาด (Missed) สำหรับรายงานวันนี้

 


(+) PTT รายงานกำไรสุทธิ 2Q26 ที่ 5.25 หมื่นล้านบาท (+144% YoY, +104% QoQ) หักรายการพิเศษแล้ว มีกำไรหลัก 6.31 หมื่นล้านบาท (+278% YoY, +35% QoQ) สูงกว่าที่เราและตลาดคาด จากกำไรธุรกิจก๊าซที่ดีกว่าคาด โดย Gas EBITDA เพิ่ม 85% YoY และ 50% QoQ เป็น 2.47 หมื่นล้านบาท ขณะที่กำไรธุรกิจ E&P, Trading, Refining และ Chemical เพิ่มขึ้นด้วย แนวโน้ม 3Q26 คาดกำไรหลักเพิ่มขึ้น YoY แต่ลดลง QoQ จากกำไรธุรกิจก๊าซ E&P Refining และ Chemical ที่อ่อนลง QoQ เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2026 ขึ้น 36% เป็น 1.37 แสนล้านบาท (+52% YoY) และปรับราคาเป้าหมายปี 2027 ขึ้นเป็น 47 บาท จาก 46 บาท คงคำแนะนำซื้อ โดยคาด Dividend yield ราว 5–6%

 

(+) AOT รายงานกำไรสุทธิ 3Q26 (เม.ย.–มิ.ย. 2026) ที่ 4.44 พันล้านบาท หักรายการพิเศษแล้ว มีกำไรหลัก 3.76 พันล้านบาท (+1% YoY, -35% QoQ) สูงกว่าที่เราคาด 6% และตลาดคาด 17% จากค่าใช้จ่ายพนักงานที่ต่ำกว่าคาด โดยรายได้จากการขายและบริการลดลง 2.8% YoY จากรายได้ Non-aero ที่อ่อนตัว ขณะที่รายได้ Aeronautical เพิ่มขึ้น 2.6% YoY หนุนจากค่าธรรมเนียม Landing & Parking และ PSC โดยการปรับ PSC ผู้โดยสารต่างประเทศเป็น 1,120 บาท เริ่มมีผลตั้งแต่ 20 มิ.ย. และรับรู้เพียง 10 วันในไตรมาส แนวโน้ม 4Q26 คาดกำไรเพิ่มขึ้นทั้ง YoY และ QoQ จากรายได้ PSC ที่สูงขึ้น เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2026 ขึ้น 4% และปี 2027 ขึ้น 2% พร้อมปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 70 บาท จาก 68 บาท คงคำแนะนำซื้อ และยังเลือก AOT เป็น Top Pick กลุ่มท่องเที่ยว


(+) ERW รายงานกำไรสุทธิและกำไรหลัก 2Q26 ที่ 72 ล้านบาท โดยกำไรหลักเพิ่มขึ้น 16% YoY แต่ลดลง 81% QoQ ตามฤดูกาล สูงกว่าที่เราคาดและเป็นไปตามตลาดคาด ขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ 1.82 พันล้านบาท (+4% YoY, -19% QoQ) โดย RevPAR ของโรงแรม Non-HOP INN เพิ่มขึ้น 4% YoY จาก Occupancy rate ที่สูงขึ้น 4% และรายได้ HOP INN เพิ่มขึ้น 9% YoY จากโรงแรมใหม่ที่เปิดในช่วงปีที่ผ่านมา แนวโน้ม 3Q26 คาดกำไรหลักเพิ่มขึ้น YoY จาก RevPAR ที่สูงขึ้น และทรงตัว QoQ ตามฤดูกาล เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2026 และ 2027 ขึ้น 4% และ 5% ตามลำดับ พร้อมเลื่อนไปใช้ราคาเป้าหมายสิ้นปี 2027 ที่ 4.50 บาท จากเดิม 3.40 บาท คงคำแนะนำซื้อ

 

(+) GFPT รายงานกำไรสุทธิ 2Q26 ที่ 601 ล้านบาท (-6% YoY, +16% QoQ) หักรายการพิเศษแล้ว มีกำไรหลัก 582 ล้านบาท (-12% YoY, +20% QoQ) สูงกว่าที่เราและตลาดคาด จาก GM ที่ดีกว่าคาด โดยรายได้ลดลง 5% YoY แต่เพิ่มขึ้น 9% QoQ และ GM เพิ่มเป็น 16.9% จาก 16.7% ใน 2Q25 และ 14.6% ใน 1Q26 ขณะที่ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมลดลงเหลือ 135 ล้านบาท จาก 197 ล้านบาทใน 2Q25 และ 147 ล้านบาทใน 1Q26 แนวโน้ม 3Q26 คาดกำไรลดลง YoY จาก Margin และส่วนแบ่งกำไร McKey และ GFN ที่อ่อนลง แต่เพิ่มขึ้น QoQ จากปริมาณส่งออกที่เพิ่มขึ้น เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2026 ขึ้น 7% และปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 8.60 บาท จาก 8 บาท แต่ยังคงคำแนะนำขาย

 

(+) PLANB รายงานกำไรสุทธิและกำไรหลัก 2Q26 ที่ 297 ล้านบาท (+10% YoY, -43% QoQ) สูงกว่าที่เราและตลาดคาด 4–6% จาก GM ที่ดีกว่าคาด โดยรายได้เพิ่มขึ้น 14% YoY และ 4% QoQ หนุนจากรายได้ OOH เพิ่ม 3% YoY และ 6% QoQ และ Engagement marketing เพิ่ม 72% YoY ขณะที่ GM เพิ่มเป็น 33.4% จาก 32.5% ใน 2Q25 และ 31.3% ใน 1Q26 แนวโน้ม 2H26 คาดกำไรเร่งตัวจาก Asian Games และการเริ่มรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก COM7 โดย 3Q26 คาดรับรู้ราว 10 ล้านบาทสุทธิหลังดอกเบี้ย และ 4Q26 ราว 30 ล้านบาท เรายังคงคำแนะนำซื้อ และราคาเป้าหมาย 6.80 บาท

(+) AMATA รายงานกำไรสุทธิ 2Q26 ที่ 1.58 พันล้านบาท (+1,032% YoY, +15% QoQ) สูงกว่าที่เราคาด 13% และตลาดคาด 16% ขณะที่กำไรหลักอยู่ที่ 1.32 พันล้านบาท (+752% YoY, ทรงตัว QoQ) โดยไตรมาสนี้มีกำไรพิเศษ 366 ล้านบาทจากการขาย Amata Service City Long Thanh 2 พร้อมประกาศปันผลระหว่างกาล 0.60 บาท/หุ้น คิดเป็น Dividend yield 2.1% ขึ้น XD วันที่ 26 ส.ค. รายได้จากธุรกิจหลักเพิ่มขึ้น 71% YoY หนุนจากยอดขายที่ดิน โดยรายได้ขายที่ดินเพิ่มขึ้น 131% YoY และ Property GM ขึ้นทำจุดสูงสุดในรอบ 3 ปีที่ 66.2% จาก 46.9% ใน 2Q25 และ 57.4% ใน 1Q26 แนวโน้ม 3Q26 คาดกำไรเพิ่มขึ้นแรง YoY และทรงตัว QoQ โดยคาดรับรู้กำไรจากการขาย ASCLT2 เพิ่มอีกราว 300 ล้านบาท เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2026 ขึ้น 17% เป็น 4.8 พันล้านบาท (+54% YoY) และปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 40 บาท จาก 36.50 บาท คงคำแนะนำซื้อ

 

(0) TOP รายงานกำไรสุทธิ 2Q26 ที่ 8.28 พันล้านบาท (+28% YoY, -57% QoQ) หักรายการพิเศษแล้ว มีกำไรหลัก 1.60 หมื่นล้านบาท (+378% YoY, +74% QoQ) เป็นไปตามที่เราคาด แต่สูงกว่าตลาดคาด 11% จาก GRM และ Lube base margin ที่เพิ่มขึ้น โดย Market GRM อยู่ที่ US$21.2/bbl จาก US$5.2/bbl ใน 2Q25 และ US$12.6/bbl ใน 1Q26 ขณะที่ Market GIM อยู่ที่ US$23.9/bbl จาก US$7.0/bbl และ US$14.8/bbl ตามลำดับ แนวโน้ม 3Q26 คาดกำไรหลักเพิ่มขึ้น YoY แต่ลดลง QoQ จาก GRM และ Lube base margin ที่ลดลง โดยกำไรหลัก 6M26 คิดเป็น 56% ของประมาณการ ปี 2026 ที่ 4.50 หมื่นล้านบาท (+321% YoY) ซึ่งเรายังคงตามเดิม คงคำแนะนำขาย ราคาเป้าหมาย 60 บาท

 

(0) BGRIM รายงานกำไรสุทธิ 2Q26 ที่ 676 ล้านบาท เพิ่มขึ้นมาก YoY จากฐานเพียง 7 ล้านบาทใน 2Q25 และทรงตัว QoQ โดยหลักจากกำไร FX ที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากหนี้สกุลดอลลาร์ หักรายการ FX และรายการพิเศษแล้ว มีกำไรหลัก 478 ล้านบาท (+1% YoY, -6% QoQ) เป็นไปตามที่เราและตลาดคาด พร้อมประกาศปันผลระหว่างกาล 0.18 บาท/หุ้น คิดเป็น Dividend yield 1.0% ขึ้น XD วันที่ 26 ส.ค. ขณะที่ GM ลดลงเหลือ 16.1% จาก 20.7% ใน 1Q26 จากต้นทุนก๊าซที่เพิ่มเร็วกว่าการส่งผ่านค่าไฟ แนวโน้ม 3Q26 คาดกำไรหลักอ่อนตัวทั้ง YoY และ QoQ จาก Pool gas price ที่เพิ่มขึ้นเป็น 366.7 บาท/MMBtu กดดัน Spark spread ขณะที่ Nakwol 1 ก่อสร้างแล้ว 90% และยังคาด COD เต็มใน 4Q26 เรายังคงประมาณการกำไรหลักปี 2026 ที่ 1.51 พันล้านบาท (-52% YoY) และปี 2027 ที่ 1.81 พันล้านบาท (+20% YoY) คงคำแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 20 บาท

 

(0) BEM รายงานกำไรสุทธิและกำไรหลัก 2Q26 ที่ 1.01 พันล้านบาท (+2% YoY, +16% QoQ) เป็นไปตามที่เราและตลาดคาด โดยปริมาณจราจรทางด่วนเฉลี่ยอยู่ที่ 1.08 ล้านเที่ยว/วัน ทรงตัว YoY แต่ลดลง 4% QoQ ขณะที่จำนวนผู้โดยสาร MRT เฉลี่ยอยู่ที่ 394,000 เที่ยว/วัน (+2% YoY, -12% QoQ) และค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยลดลง 11% YoY และ 6% QoQ แนวโน้ม 3Q26 คาดกำไรหลักเพิ่มขึ้น YoY จากปริมาณจราจร ผู้โดยสาร MRT และดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลง แต่ลดลง QoQ จากไม่มีรายได้เงินปันผล โดยกำไร 6M26 คิดเป็น 45% ของประมาณการปี 2026 ที่ 4.20 พันล้านบาท (+11% YoY) ซึ่งเรายังคงตามเดิม คงคำแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 8.20 บาท

 

(0) BDMS รายงานกำไรสุทธิ 2Q26 ที่ 3.32 พันล้านบาท หักรายการพิเศษแล้ว มีกำไรหลัก 3.25 พันล้านบาท (-7% YoY, -20% QoQ) เป็นไปตามที่เราคาด แต่ต่ำกว่าตลาดคาด 7% โดยรายได้หลักเพิ่มขึ้น 1% YoY แต่ลดลง 4% QoQ ขณะที่ GM ลดลงเหลือ 33.8% จาก 35.1% ใน 2Q25 และ 35.6% ใน 1Q26 จากสัดส่วนผู้ป่วยเคสซับซ้อนที่ลดลง อัตราครองเตียงเหลือ 55% และค่าเสื่อมราคาเพิ่มขึ้น 12% YoY แนวโน้ม 3Q26 คาดกำไรหลักเพิ่มขึ้นทั้ง YoY และ QoQ จากฤดูกาลโรคระบาด ฐานผู้ป่วยกัมพูชาที่ลดลง และผู้ป่วยเมียนมาที่เติบโตต่อเนื่อง โดยรายได้เดือน ก.ค. ฟื้นทั้งผู้ป่วยไทยและต่างชาติ เรายังคงประมาณการกำไรปี 2026 ที่ 1.63 หมื่นล้านบาท คงคำแนะนำซื้อ และราคาเป้าหมาย 23 บาท


(0) TIDLOR รายงานกำไรสุทธิ 2Q26 ที่ 1.53 พันล้านบาท (+18% YoY, -5% QoQ) เป็นไปตามที่เราและตลาดคาด โดยปัจจัยบวกคือการตั้งสำรองที่ต่ำกว่าคาดและ NIM ที่ดีกว่าคาด ขณะที่ OPEX สูงกว่าคาด ทั้งนี้ สินเชื่อเพิ่มขึ้น 6% YoY และ 2% QoQ ขณะที่ NIM อยู่ที่ 16.22% เพิ่มขึ้น 58bps YoY และ 28bps QoQ ส่วน Credit cost อยู่ที่ 2.06% ลดลงจาก 2.63% ใน 2Q25 แต่เพิ่มขึ้นจาก 1.71% ใน 1Q26 แนวโน้ม 3Q26 คาดกำไรสุทธิ 1.5 พันล้านบาท (+7% YoY, ทรงตัว QoQ) จากสินเชื่อเติบโตและ NIM ที่สูงขึ้น เราคาดกำไรปี 2026 ที่ 5.8 พันล้านบาท (+17% YoY) ทำจุดสูงสุดใหม่ และปี 2027 ที่ 6.5 พันล้านบาท (+12% YoY) คงคำแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 24 บาท


(0) OSP รายงานกำไรสุทธิและกำไรหลัก 2Q26 ที่ 1.10 พันล้านบาท (+9% YoY, -5% QoQ) เป็นไปตามที่เราและตลาดคาด โดยรายได้บนฐานเปรียบเทียบที่ปรับตาม TAS 21 ทรงตัว YoY และลดลง 4% QoQ หนุนจากยอดขายเครื่องดื่มชูกำลังในไทยเพิ่มขึ้น 6% YoY และ Personal care เพิ่มขึ้น 8% YoY ขณะที่ยอดขายเครื่องดื่มต่างประเทศลดลง 13% YoY โดยเฉพาะเมียนมา ทั้งนี้ GM เพิ่มเป็น 42.8% จาก 41.9% ใน 2Q25 และ 42.5% ใน 1Q26 จากประสิทธิภาพการดำเนินงานที่ดีขึ้น แนวโน้ม 3Q26 คาดกำไรลดลงทั้ง YoY และ QoQ จากยอดขายเครื่องดื่มชูกำลังต่างประเทศที่อ่อนตัว เรายังคงประมาณการกำไรปี 2026 คำแนะนำซื้อ และราคาเป้าหมาย 20 บาท


(0) AAV รายงานขาดทุนสุทธิ 2Q26 ที่ 2.33 พันล้านบาท พลิกจากกำไรสุทธิทั้ง YoY และ QoQ หักรายการพิเศษจาก FX loss และกำไรจากอนุพันธ์แล้ว ขาดทุนหลักอยู่ที่ 1.79 พันล้านบาท ขาดทุนมากขึ้น YoY และพลิกจากกำไรหลักใน 1Q26 โดยผลประกอบการเป็นไปตามที่เราคาด แต่ขาดทุนน้อยกว่าตลาดคาด 17% ปัจจัยบวกคือค่าโดยสารเฉลี่ยสูงกว่าคาด ขณะที่ปัจจัยลบคือรายการพิเศษสูงกว่าคาด โดยรายได้เพิ่มขึ้น 2% YoY จากค่าโดยสารเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้น 27% YoY และ 16% QoQ เป็น 2,127 บาท/คน แม้จำนวนผู้โดยสารลดลง 16% YoY และ 35% QoQ เหลือ 4.0 ล้านคน และ Load factor ลดลงเหลือ 78% แนวโน้ม 3Q26 คาดผลการดำเนินงานหลักดีขึ้นทั้ง YoY และ QoQ จากค่าโดยสารเฉลี่ยที่สูงขึ้นและต้นทุนน้ำมันเครื่องบินที่ลดลง เรายังคงประมาณการขาดทุนสุทธิปี 2026 ที่ 1.23 พันล้านบาท แต่คงคำแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 1.40 บาท

 

 


สรุปประเด็นจาก Quick take

BTG
เบทาโกร
มุมมองต่อการประชุมนักวิเคราะห์
บริษัทมองบวกต่อแนวโน้มผลการดำเนินงานใน 3Q26 เทียบ QoQ จากราคาเนื้อสัตว์หมูและไก่ และปริมาณการส่งออกไก่ ซึ่งมียอดขายล่วงหน้าไปถึง 4Q26
View from fundamental: ราคาเนื้อสัตว์มีแนวโน้มฟื้นตัว ต้นทุนยังอยู่ในระดับที่จัดการได้ และกลยุทธ์การส่งออกและไปยังสินค้าเพิ่มมูลค่า ทำให้เรายังชอบ BTG คงคำแนะนำ ซื้อเก็งกำไร


JMT
เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส
มุมมองต่อการประชุมนักวิเคราะห์
แนวโน้มการจัดเก็บเงินสดใน 3Q26 จะฟื้นตัวได้ YoY และ QoQ ซึ่งบริษัทเห็นการฟื้นตัวตั้งแต่เดือนพ.ค. 26 เป็นต้นมา (หลังจากที่การจัดเก็บเงินสดอ่อนตัวลงชั่วคราวในเดือนเม.ย) และผลบวกจากการทยอยเก็บหนี้ก้อนใหม่ที่ซื้อเข้ามาใน 1Q26 ได้มากขึ้น
View from fundamental: เราประเมินว่าแนวโน้มกำไร 3Q26 จะกลับมาเติบโตได้ทั้ง YoY และ QoQ จากทิศทางการจัดเก็บเงินสดฟื้นตัว แนะนำซื้อ

 

MINT
ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล
มุมมองต่อการประชุมนักวิเคราะห์
บริษัทคงเป้าการเติบโตของกำไร 15-20% ต่อปี ในช่วง 2026-2028 และ Net D/E 0.75-0.85x เทียบ 1H26 core profit +6% YoY และ Net D/E 1.1x ณ สิ้น 2Q26 โดยยังคงแผนการออก Food IPO และการขายสินทรัพย์ (capital unlocking)
View from fundamental: แนวโน้มธุรกิจโรงแรมและร้านอาหารในเดือนก.ค. สนับสนุนมุมมองบวกต่อการเติบโตใน 2H26

 

 

BAM
บริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์
มุมมองต่อการประชุมนักวิเคราะห์
BAM ยังคงเป้าหมายกำไรสุทธิปี 2026 ที่ 2 พันล้านบาท เติบโต 10% YoY โดยประเมินว่าแนวโน้มการจัดเก็บเงินสดใน 3Q-4Q26 จะอยู่ที่ราว 5-6 พันล้านบาท/ไตรมาส เพราะคาดว่าจะสามารถขายสินทรัพย์ขนาดกลาง 4 ชิ้นได้ใน 2H26
View from fundamental: เราประเมินว่าเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้า จะกดดันให้เป้าหมายกำไรปีนี้และแนวโน้มการจัดเก็บเงินสดใน 2H26 ของ BAM มีความท้าทาย จึงแนะนำ SELL

 

KCE
เคซีอี อีเลคโทรนิคส์
มุมมองต่อการประชุมนักวิเคราะห์
ปริมาณขาย 3Q26 คาด +8-9% ราคาขายเริ่มปรับขึ้น 1 ก.ค. ภาพรวมคาด +9-10% รวมรายได้ PCB คาดโต 17-19% ในขณะที่ TLM น่าจะทรงตัว ทำให้ภาพรวมรายได้ใน 3Q26 คาดโต 13-15% QoQ และ GM คาดที่ 25% ซึ่งรวมถึงผลกระทบของต้นทุนที่คาดปรับขึ้นแล้วทั้ง Fiber glass +50-60% และ Copper foil 7-8%
View from fundamental: ภาพรวมกำไร 2H26 น่าจะดีกว่าที่เราคาดที่เดิมคาด 350-400m/ไตรมาส เป็น 500m/ไตรมาส และในปี 2027 เดิมเราคาดรายได้ +15% มีอัพไซด์ (GM เราประเมิน 25% ใกล้เคียงกับที่บริษัทมอง) มีโอกาสที่กำไรปีหน้าจะทะลุ 2 พันล้านบาท เทียบกับที่เราทำปัจจุบัน 1.9 พันล้านบาท และที่ตลาดทำ 1.5 พันล้่านบาท จากอัพไซด์ดังกล่าวคาดราคาหุ้นมีโอกาสทะลุ 50 บาท

MTC
เมืองไทย แคปปิตอล
มุมมองต่อการประชุมนักวิเคราะห์
MTC ปรับลดเป้าหมายการเติบโตสินเชื่อปีนี้ลงมาที่ 8-10% YoY (เป้าหมายเดิม 10-15% YoY) เพราะเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้นหลังจากเกิดสงครามในตะวันออกกลาง
View from fundamental: เราประเมินว่ากำไรสุทธิ 3Q26 ของ MTC จะขึ้นทำ new high และคุณภาพสินทรัพย์ยังดีต่อเนื่อง เรายังแนะนำ BUY

 

Energy

กบง. มีมติปรับลดราคาดีเซลหน้าโรงกลั่นต่อเนื่องตามคาด
ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) เมื่อวันที่ 11 ส.ค. 2026 มีมติเห็นชอบปรับลดราคาหน้าโรงกลั่นสำหรับน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว
View from fundamental: ข่าวดังกล่าวเป็นไปตามที่เราคาดและน่าจะเป็น negative sentiment ต่อหุ้นกลุ่มโรงกลั่น การแทรกแซงของภาครัฐอย่างต่อเนื่องน่าจะเป็นปัจจัยกดดันต่อหุ้นกลุ่มโรงกลั่น ภายในกลุ่มพลังงาน เราชอบ PTT (อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลสูงและสม่ำเสมอ)


วิกิจ ถิรวรรณรัตน์ Tel. (662) 618-1336
นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน/ปัจจัยทางเทคนิค
นภนต์ ใจแสน นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน
ภูวดล ภูสอดเงิน, AISA นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

PCE เผยกำไรไตรมาส 2 โต 59.5% เดินหน้าควบคุมต้นทุน-ขยายกำลังผลิต รับดีมานด์อุตสาหกรรมอาหาร

PCE เผยกำไรไตรมาส 2 โต 59.5% เดินหน้าควบคุมต้นทุน-ขยายกำลังผลิต รับดีมานด์อุตสาหกรรมอาหาร

เขียว แดง By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ เห็น ตลาดหุ้นเอเชีย เปิดมา ก็แเดง หุ้นไทย ก็แดง เขียว สลับไปมา ระหว่างชั่วโมงการซื้อขาย .....

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้