สหรัฐฯ กลบแสง ตลาดหุ้นอื่น
HORIZON MARKET VIEW
• วานนี้ตลาดหุ้นทั่วโลกโดยเฉพาะฝั่งสหรัฐอเมริกากำลังอยู่ในสภาวะที่สดใส +0.13% ถึง+0.81% แรงขับเคลื่อนสำคัญมาจา4 ปัจจัย คือ 1.เงินเฟ้อชะลอตัวทั้ง CPI และ PPI โดยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือน ก.ค. 69 ออกมาต่ำกว่าคาด สะท้อนต้นทุนและค่าครองชีพที่เริ่มทรงตัว 2.ความเสี่ยงเศรษฐกิจถดถอยลดลงในช่วง 1 ปีข้างหน้า หลังราคาน้ำมันผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว
• 3.ลุ้น FED คงดอกเบี้ยจนถึงสิ้นปี ตลาดคาดการณ์ว่ามีโอกาสสูงที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ จะชะลอความเข้มงวดและคงดอกเบี้ยไปจนถึงสิ้นปี4.กำไรหุ้น TECH แข็งแกร่งผลประกอบการไตรมาส 2/69 ของดัชนี NASDAQ โตทะลุเป้า ดีกว่าที่คาดถึง 53.7%ซึ่งโดดเด่นกว่าตลาดหุ้นอื่นๆ ทั่วโลก
REGION RADAR
• SMIC (981 HK) ผู้ผลิตชิปรายใหญ่ของจีนรายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ออกมาดีกว่าที่ตลาดคาด โดยรายได้รวมอยู่ที่ 3.01พันล้านหยวน +36% YOY (สูงกว่าคาด 5%) ขณะที่ EPS อยู่ที่ 0.06หยวน +200% YOY (สูงกว่าคาด 74%) แนะนำเก็งกำไร DR: SMIC23
• LENOVO (992 HK) รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปีบัญชี 2027เซอร์ไพรซ์ตลาดอีกครั้งส่งผลให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นราว 20% โดยรายได้รวมอยู่ที่ 2.69 หมื่นล้านหยวน +43% YOY (สูงกว่าคาด 20%)ขณะที่ EPS อยู่ที่ 0.09 หยวน +181% YOY (สูงกว่าคาด 486%)
THAI FOCUS
• ตลาดหุ้นไทย งบ 2Q69 ประกาศออกมาดีกว่าตลาดคาดถึง 11.9%ลุ้นกำไรรวมเกิน 3.55 แสนล้านบาท แรงหนุนหลักมาจากกลุ่มปิโตรเคมี, บรรจุภัณฑ์ และพลังงาน โดยกลุ่มที่อิงกับสินค้าโภคภัณฑ์มีสัดส่วนกำไรพุ่งขึ้นไปถึง 44% (จากปกติ 30%)
• กำไรช่วงครึ่งปีแรก (Q1-Q2) คิดเป็น 60% ของเป้าหมายทั้งปี ทำให้ช่วงไตรมาส 3-4 ต้องการกำไรเพียงไตรมาสละ 2.45 แสนล้านบาทเท่านั้นทำให้มีโอกาสปรับเพิ่มประมาณ EPS ที่ตั้งไว้ 95 บาท/หุ้น ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนให้TARGET SET ปรับตัวสูงขึ้นได้ในอนาคต
SYNAPSE STRATEGY
• หุ้น TECH สหรัฐฯ กลับมาโตเด่น ดึงเม็ดเงินต่างชาติไหลออกจากตลาดหุ้นไทย เกือบ 1 หมื่นล้านบาท (MTD) กดดัน SET -0.6%MTD
• ส่วนหุ้นที่บวกแรงในเดือนนี้แบ่งได้ 3 ส่วน 1.งบ Q2 ดีเกินคาด/ฟื้นตัวชัดเจน IRPC, TCAP, KCE, CENTEL2.รับอานิสงส์สินค้าโภคภัณฑ์/ภูมิรัฐศาสตร์TASCO, RCL, BCP, PTTGC 3.ลุ้นฟื้นตัวครึ่งปีหลัง(HIGH SEASON)THAI, ERW, BCH เชื่อน้ำหนักลงทุนยังเอนเอียงไป3 กลุ่มนี้อยู่
HORIZON MARKET VIEW
ตลาดหุ้นฟื้นตัวรับเงินเฟ้อที่ชะลอตัว และนักลงทุนมองลุ้น FED คงดอกเบี้ยถึงสิ้นปี
วานนี้ตลาดหุ้นทั่วโลกโดยเฉพาะฝั่งสหรัฐอเมริกากำลังอยู่ในสภาวะที่สดใส +0.13% ถึง +0.81% แรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี (TECHNOLOGY) ที่เขียวสดใส เช่น หุ้น SNDK ที่บวกแรงถึง 13.8% รวมถึงหุ้นTECH ตัวอื่นๆ หนุนตลาดหุ้นสหรัฐฉายแสงบดบังตลาดหุ้นอื่นๆ ในช่วงนี้ ดังนี้
▪ ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือน ก.ค.69 YOY ออกมาที่ 4.7% ต่ำกว่าที่คาดไว้ที่ 4.9% และต่ำกว่าเดือนก่อนหน้าที่ 5.5% เป็นสัญญาณเชิงบวกที่บ่งบอกว่าแรงกดดันด้านเงินเฟ้อกำลังลดลงอย่างต่อเนื่องหลังราคาน้ำมันได้ผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว ทำให้ต้นทุนและค่าครองชีพเริ่มทรงตัว
▪ ราคาน้ำมันดิบที่คาดผ่านพีคไปแล้วในเดือน พ.ค.69 ส่งผ่านมาที่ความเสี่ยงในการเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย (RECESSION) ในช่วง 1 ปีข้างหน้า ลดลงอาทิ สหรัฐฯ, สหภาพยุโรป, ญี่ปุ่น และอังกฤษ
▪ นักลงทุนก็คาดว่าทิศทางนโยบายการเงินสหรัฐน่าจะชะลอความ HAWKISH อ้างอิงจากPOLYMARKET ชี้ให้เห็นว่าตลาดให้น้ำหนักมากกว่า 60-70% ว่า FED อาจจะชะลอการขึ้นดอกเบี้ยและมีความเป็นไปได้สูงที่จะคงอัตราดอกเบี้ย ไปจนถึงช่วงสิ้นปีนี้ ซึ่งถือเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยหนุนให้สินทรัพย์เสี่ยงโดยเฉพาะตลาดหุ้นสหรัฐฯ และหุ้นเติบโตกลับมาน่าสนใจต่อเนื่อง
▪ ล่าสุดกำไรของหุ้นในดัชนี NASDAQ งวด 2Q69 ดีกว่าที่ตลาดคาดมากถึง 53.7% ซึ่งดีกว่าคาดมากกว่าตลาดหุ้นอื่นๆ หลายประเทศ อาทิ ตลาดหุ้นญี่ปุ่นดีกว่าคาด 26.7%, ไต้หวัน 17.3%, ไทย11.8%, อ่องกง 6.2% ฯลฯ
REGION RADAR
SMIC รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ดีกว่าที่ตลาดคาดอย่างมาก
SMIC (981 HK) ผู้ผลิตชิปรายใหญ่ของจีนรายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ออกมาดีกว่าที่ตลาดคาด โดยรายได้รวมอยู่ที่ 3.01 พันล้านหยวน +36% YOY (สูงกว่าคาด 5%)ขณะที่ EPS อยู่ที่ 0.06 หยวน +200% YOY(สูงกว่าคาด 74%) โดยได้แรงหนุนจากยอดขายชิปเทคโนโลยีสูงมากขึ้นและบริษัทสามารถปรับราคาขายขึ้นได้ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ขยายตัวอย่างแข็งแกร่งสู่ระดับ 25.3% (ตลาดคาดที่ 21.4%) นอกจากนี้ บริษัทคาดว่ารายได้ในไตรมาสถัดไปจะยังเติบโตต่อเนื่องราว 2%-3% QOQ และคาดอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) จะขยายตัวต่อสู่ระดับ 26%-28% (ตลาดคาดที่ 22%) โดยเรามีมุมมองเชิงบวกอย่างมากต่อผลประกอบการ SMIC ในรอบนี้ ส่งผลให้เรามองว่าหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิปจีนเริ่มกลับมาน่าสนใจอีกครั้ง แนะนำเก็งกำไร DR: SMIC23
LENOVO เผยงบแข็งแกร่งมากเป็นสัญญาณบวกต่อกลุ่ม AI SERVER ทั่วโลก
LENOVO (992 HK) รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปีบัญชี 2027 เซอร์ไพรซ์ตลาดอีกครั้งส่งผลให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นราว 20% โดยรายได้รวมอยู่ที่ 2.69 หมื่นล้านหยวน +43% YOY (สูงกว่าคาด 20%) ขณะที่ EPS อยู่ที่ 0.09 หยวน +181% YOY (สูงกว่าคาด 486%) โดยได้แรงหนุนหลักจากยอดขาย AI SERVER สำหรับ DATACENTER แข็งแกร่งมาก มีรายได้อยู่ที่ 8.51 พันล้านหยวน +98% YOY (สูงกว่าคาด 39%) นอกจากนี้ ในส่วนของธุรกิจหลักอย่าง PC, LABTOP และอุปกรณ์อัจฉริยะยังมีการเติบโตที่ดี โดยในไตรมาสนี้รายได้เติบโต +27%YOYจากผลประกอบการของ LENOVO ที่ออกมาแข็งแกร่งมาก ส่งผลให้เรามีมุมมองเชิงบวกมากขึ้นต่อหุ้นกลุ่ม AI SERVER ได้แก่ DR: LENOVO19, DR: DELL19 และ DR: SMCI03
THAIFOCUS
ภาพรวมกำไร บจ. ไทย Q2 โตแรงเกินคาด หนุนอัปเกรด EPS สู่เป้าหมายใหม่
การประกาศงบของบริษัทจดทะเบียน 283 บริษัท (จากทั้งหมด 682 บริษัท) พบว่า ภาพรวมกำไรออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดไว้ (EARNINGS SURPRISE) ถึง 11.9% เมื่อรวมตัวเลขที่ประกาศออกมาแล้วเข้ากับตัวเลขคาดการณ์ของบริษัทที่เหลือ (ครอบคลุม 93% ของ MARKET CAP) ประเมินว่ากำไรรวมในงวดไตรมาส 2 จะสูงถึง 3.55 แสนล้านบาท +6.7% QOQ / +8.2% YOY ทำให้เกิดความคาดหวังกำไรงวด 2Q69 มีโอกาสขึ้นทำจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ต่อเนื่องจากงวด 1Q69
โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่ช่วยหนุนการเติบโตใน 2Q69 หลักๆ มาจากกลุ่มปิโตรเคมี, บรรจุภัณฑ์, พลังงาน ซึ่งหากรวมกำไรกลุ่มที่อิงจาก COMODITY อาทิ ENERG PETRO FOOD AGRI ได้สัดส่วนรวมถึง 44%(ปกติประมาณ30% ของกำไรทั้งตลาด) ดังนั้นหากดูภาพรวมรายไตรมาส ทั้งในช่วง Q1 และ Q2 ถือว่าทำสถิติอยู่ในระดับสูง(ราว 3.55 - 3.57 แสนล้านบาทต่อไตรมาส) คิดเป็นสัดส่วน 60% ของเป้าหมายกำไรทั้งปี ทำให้ความกดดันในการทำกำไรช่วงไตรมาส 3 และ 4 ลดลง (ต้องการเพียงไตรมาสละราว 2.45 แสนล้านบาท) และทำให้เปิดโอกาสให้เกิด UPSIDE ต่อประมาณการกำไรต่อหุ้น (EPS) ของทั้งตลาดที่เดิมเราให้ไว้ 95 บาท/หุ้น ซึ่งจะกลายเป็นแรงส่งสำคัญที่ทำให้TARGET SET มีพื้นที่ให้ปรับตัวขึ้นเช่นกัน
SYNAPSE STRATEGY
กลยุทธ์ SELECTIVE BUY ฝ่ากระแส FUND FLOW ไหลออกจากหุ้นไทยช่วงสั้น
ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ภาพรวมการลงทุนในตลาดหุ้นกลับมาโดดเด่น โดยเฉพาะหุ้นกลุ่ม TECH สหรัฐฯ (อ้างอิงจากผลตอบแทนของ NASDAQ และกลุ่ม MAG-7 ที่เป็นบวก) ผลกระทบสิ่งนี้ ทำให้กระแสเงินทุน (FUND FLOW)ในเดือนส.ค.69 ชะลอการไหลเข้าตลาดหุ้นไทยอย่างเห็นได้ชัด ต่างชาติมีสถานะขายสุทธิ (NET SELL) สะสมในเดือนนี้สูงถึงเกือบ 1 หมื่นล้านบาท(ขายสุทธิเกือบทุกวันทำการ) ขณะที่นักลงทุนรายย่อยเป็นฝั่งซื้อสุทธิประคองSET ไว้
ภาพรวมกระแสเงินทุนจะไหลออก แต่หากเจาะลึกลงไปในหุ้นขนาดใหญ่ (SET100) พบว่ามีหุ้นถึง 12 ตัวที่สามารถทำผลตอบแทนได้อย่างดีตั้งแต่ต้นเดือน (TOP GAINER) โดยปัจจัยหลักที่ผลักดันให้หุ้นเหล่านี้ปรับตัวขึ้นแรง แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่
1. กลุ่มงบดีเกินคาด (EARNINGS SURPRISE / TURNAROUND) : หุ้นที่กำไรไตรมาส 2 ออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดไว้ หรือมีการฟื้นตัวของอัตรากำไร (MARGIN) อย่างชัดเจน เช่น IRPC, TCAP, KCE,CENTEL
2. กลุ่มได้ประโยชน์จากสินค้าโภคภัณฑ์และภูมิรัฐศาสตร์ (COMMODITY / GEOPOLITICAL BENEFIT): หุ้นที่ได้รับอานิสงส์จากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ราคาพลังงานและค่าระวางปรับตัวสูงขึ้น เช่น TASCO, RCL, BCP, PTTGC
3. กลุ่มคาดหวังการฟื้นตัวครึ่งปีหลัง (2H RECOVERY / LAGGING PLAY) : หุ้นที่ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในไตรมาส 2 และตลาดกำลังมองข้ามช็อตไปสู่การฟื้นตัวจากการท่องเที่ยวในช่วง HIGH SEASON เช่น THAI, ERW, BCH
ส่วน TOPPICKS 3 ตัววันนี้เลือกหุ้นที่มีผลประกอบการแข็งแกร่ง มีปัจจัยบวกเฉพาะตัวรองรับ หรือหุ้นที่กำลังจะเข้าสู่ช่วง HIGH SEASON ในครึ่งปีหลัง อาทิ
PTT กำไรไตรมาส 2 เติบโตทั้ง YOY และ QOQ ดีกว่าคาด ราคาหุ้นยัง LAGGARD และปันผลสูง
BDMS แม้กำไรไตรมาส 2 อาจชะลอตัว แต่ไตรมาส 3 จะเป็นจุดกลับตัว (TURNING POINT) เข้าสู่ HIGHSEASON ของผู้ป่วยและนักท่องเที่ยว
CENTEL กำไรปกติไตรมาส 2 สูงกว่าคาด และคาดการณ์ว่าไตรมาส 3 จะโต YOY ก่อนจะไปทำจุดสูงสุดในไตรมาส 4 จากการท่องเที่ยว
จัดทำโดย
ภราดร เตียรณปราโมทย์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์
ภวัต ภัทราพงศ์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์
เลขทะเบียนนักวิเคราะห์: 117985
สิริลักษณ์ พันธ์วงค์
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์
ธนกฤต สัจจมงคล
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์