วันจันทร์ที่ผ่านมาดัชนีเคลื่อนไหว Sideway Down โดยมีแรงขายกดดันหลักมาจากหุ้น DELTA หลังประกาศงบไตรมาส 2/69 ต่ำกว่าคาดการณ์ ตามด้วยแรงขายในหุ้นกลุ่มพลังงาน จากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลงนอกจากนี้มีแรงขายลดความเสี่ยงก่อนเข้าสู่ช่วงวันหยุดกลางสัปดาห์ เป็นปัจจัยกดดันเพิ่มเติม ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,624.47 จุด -19.92 จุด -1.21% มูลค่าการซื้อขาย 88,483.62 ลบ. Program Trading -2,526.05 ลบ. ต่างชาติ -1,664.67 ลบ. TFEX -48,868 สัญญา ตราสารหนี้ +6,855.59 ลบ.
ปัจจัยบวก
+ เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านเปิดเผยว่าอิหร่านจะระงับการโจมตีตราบเท่าที่สหรัฐฯ ระงับการโจมตีอิหร่านเช่นกัน ซึ่งถือเป็นค่ายืนยันจากฝ่ายอิหร่าน หลังจากที่สื่อหลายส่านักรายงานก่อนหน้าว่ากองทัพสหรัฐฯ ได้ระงับการโจมตีอิหร่านเป็นการชั่วคราว
+ สนค. เปิดเผยว่ากระแสความนิยมในผลิตภัณฑ์จากพืชและการดูแลสุขภาพแบบธรรมชาติที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดทั่วโลกได้พลิกโฉม "สมุนไพร" ให้เป็นอุตสาหกรรมดาวรุ่ง
+ รมช.คมนาคม กล่าวถึงการผลักดันโครงการรถไฟทางคู่สายใหม่ช่วงชุมพรท่าเรือระนอง เพื่อเติมเต็มจุดเชื่อมสำคัญ (Missing Link) ของโครงข่ายระบบรางไทยว่า โครงการรถไฟทางคู่สายใหม่ชุมพร-ท่าเรือระนอง เป็นหนึ่งในโครงการสำคัญที่จะเติมเต็มโครงข่ายคมนาคมของประเทศ
ปัจจัยลบ
- ดัชนีดาวโจนส์ปิดลดลง 1,153.18 จุด หรือ -2.19% หลังจาก FED มีมติที่ไม่เป็นเอกฉันท์ในการคงอัตราดอกเบี้ย ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ ขณะที่หุ้นกลุ่มชิปที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ร่วงลงก่อนการรายงานผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่อย่าง Microsoft และ Meta Platforms
- สัญญาน้ำมันดิบ WTI พุ่งขึ้น 5.20 ดอลลาร์ หรือ 6.56% ปิดที่ 84.46 ดอลลาร์/บาร์เรล ท่ามกลางความกังวลว่าสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นจะส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมัน โดยรายงานระบุว่าอิหร่านเปิดฉากโจมตีกองกำลังสหรัฐฯ ขณะที่สหรัฐฯ ได้เข้าร่วมกับซาอุดีอาระเบียโจมตีกลุ่มติดอาวุธในอิรักที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน
- ธนาคารกลางสหรัฐ (FED) มีมติ 9:3 ในการคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับเดิมทั้งนี้ FOMC จำนวน 9 รายลงมติคงอัตราดอกเบี้ย ขณะที่ 3 รายลงมติให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% จากความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่สูงกว่าเป้าหมาย 2% เป็นเวลากว่า 5 ปี
- อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี พุ่งขึ้นเหนือระดับ 4.67% หลังเฟดแถลงมติการประชุม ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 30 ปี พุ่งขึ้นเหนือระดับ 5.2% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2550
- สำนักข่าว Fox News รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวว่า สหรัฐจะถล่มอิหร่านอย่างหนัก หลังจากอิหร่านก่อเหตุโจมตีอย่างไม่คาดคิดต่อกองกำลังสหรัฐในประเทศจอร์แดน
- บริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด (TSD) บริษัทย่อยในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยผู้ทำหน้าที่นายทะเบียนหลักทรัพย์แจ้งเตือนนักลงทุนว่าตรวจพบการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลในระบบ TSD Investor Portal โดยไม่ได้รับอนุญาตตั้งแต่วันที่ 25 ก.ค.69 ที่ผ่านมา
แนวโน้มตลาดวันนี้
คาดดัชนีในวันนี้มีโอกาสปรับตัวลงตามทิศทางตลาดต่างประเทศ โดยมีแรงกดดันจากการที่ เฟด มีมติที่ไม่เป็นเอกฉันท์ในการคงอัตราดอกเบี้ย ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ ประกอบกับราคาน้ำมันดิบที่ดีดตัวขึ้นแรง กดดันการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง มองกรอบดัชนีในวันนี้ 1,610-1,630 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
- ไทยช่วยไทยพลัส : CPAXT BJC TNP MOTHER
- สินค้าส่งออกเดือน พ.ค. ที่ยังเติบโต : KCE HANA CPF GFPT AAI ITC
- หุ้นเด่น IAA : ADVANC AOT BH GULF KBANK
- พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ : CK STECON WHAUP CPALL CPAXT
-แผน PDP ฉบับใหม่ : GULF BGRIM GPSC GUNKUL