|
Market Wrap-Up
· SET วันที่ 24 ก.ค.69 ปิด +3.36 จุด อยู่ที่ 1,644.39 จุด มูลค่าการซื้อขาย 89,285 ลบ. ต่างชาติซื้อ 3,338 ลบ. พอร์ตโบรกซื้อ 1,036 ลบ. สถาบันขาย 895 ลบ. และรายย่อยขาย 3,478 ลบ. NVDR มียอดซื้อสุทธิ 2,472 ลบ. โดยมียอดซื้อ KTB,KBANK,BBL,PTTGC,AOT และยอดขาย DELTA,PTTEP,PTT,KKP,ADVANC มูลค่า Short Sales อยู่ที่ 3,173 ลบ. หุ้นที่มี % ช็อตเซลสูง เช่น BONDUS01,FUEVFVN01,BH โดยนักลงทุนต่างประเทศมีสถานะ Long ใน Index Futures จำนวน 10,742 สัญญา ยอดสะสมตั้งแต่ต้นปีต่างชาติ Long สุทธิรวม 90,914 สัญญา ต่างชาติขายสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย 3,657 ลบ..
Market View
· ตลาดหุ้นสหรัฐ DJIA +0.46%, S&P500 +0.05%, Nasdaq -0.64% ได้แรงหนุนจากกลุ่มวัสดุ +1.44% จากแรงซื้อหุ้นกลุ่มกระดาษและบรรจุภัณฑ์ ขณะที่กลุ่มเทคโนโลยี -0.88% จากแรงขายหุ้นกลุ่มชิป สัปดาห์ที่ผ่านมา DJIA -0.4%,S&P500 -0.6% และ Nasdaq -2.0% WoW โดยAlphabet -7% หลังบริษัทปรับเพิ่มงบ Capex ปีนี้จากเดิมที่ 1.8 – 1.9 แสน ล.ดอลลาร์ เป็น 1.95 – 2.05 แสน ล.ดอลลาร์ ส่วน Tesla -14.5% หลังรายงานกำไร Q2/69 ต่ำกว่าคาด กอปรกับกระแสเงินสดอิสระติดลบ ส่วนสถานการณ์ในตะวันออกกลางล่าสุด สหรัฐ – อิหร่านประกาศยุติการยิงโจมตีชั่วคราว ระหว่างรอการเจรจารอบใหม่ ประเด็นที่ต้องติดตาม คือ ผลการประชุมเฟดวันที่ 29 ก.ค. ซึ่งตลาดคาดยังคงดอกเบี้ยไว้ที่ 3.5 – 3.75%, US GDP Q2/69 , US PCE มิ.ย. และการรายงานงบของ MSFT, Meta Platform, Apple, Amazon
· ตลาดหุ้นยุโรป STOXX 600 +0.82% และ +0.46% WoW ปรับขึ้นต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 2 ได้แรงหนุนจากกลุ่มเทค ฯ ยุโรป +1.7% นำโดย SAP +10% หลังบริษัทรายงานยอดคำสั่งซื้อบริการคลาวด์คงค้างใน Q2 สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ ส่วนผลการประชุม ECB มีมติคงดอกเบี้ยเงินฝากไว้ที่ 2.25% แต่ถ้อยแถลงของ ปธ. ECB บ่งชี้มีโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้ ซึ่ง LSEG คาดมีโอกาส 70% ที่จะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.25% ภายในปีนี้ สัปดาห์นี้ติดตามข้อมูล CPI ของกลุ่มประเทศในยูโรโซน ก.ค. และผลการประชุม BOE วันที่ 30 ก.ค. คาดคงดอกเบี้ยไว้ที่ 3.75%
· ตลาดหุ้นเอชียวันศุกร์ที่ผ่านมา ดัชนีนิเกอิ -2.73% จากแรงขายหุ้นกลุ่มเทค ฯ หลังนักลงทุนกังวลต่องบประมาณการลงทุนด้าน AI ที่อยู่ในระดับสูง อาจส่งผลกระทบต่อความสามารถทำกำไรของกลุ่มเทคฯ ส่วน Kospi เกาหลีใต้ -5.7% นำโดย Samsung Electronics -7.6%, SK Hynix -8.3% หลัง Morgan Stanley ให้ความเห็นต่อวัฏจักรขาขึ้นของตลาดชิปเซมิคอนดักเตอร์อาจผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว ขณะที่ดัชนีเซี่ยงไฮ้ -1.6% แต่ +1.3% WoW หลังสหรัฐเรียกเก็บภาษีศุลากรจากประเทศคู่ค้า 60 ประเทศทั่วโลก ในอัตรา 10 – 12.5% ซึ่งจีนเป็นหนึ่งประเทศที่ถูกเรียกเก็บในอัตรา 12.5% โดยนักลงทุนรอผลการประขุมโปลิตบูโร 28 – 30 ก.ค. และผลการประชุม BOJ 31 ก.ค. คาดคงดอกเบี้ยไว้ที่ 1.0%
· SET +0.33% WoW ปริมาณการซื้อขายเฉลี่ย/วัน 9.67 หมื่น ลบ. +17.7% WoW พอร์ตโบรกซื้อ 2,326 ลบ รายย่อยซื้อ 1,034 ลบ. ต่างชาติซื้อ 6,491 ลบ. และสถาบันขาย 9,851 ลบ. WoW โดยดัชนีได้แรงหนุนจากกลุ่มปิโตรเคมี +4.2% WoW หลัง SCC รายงานกำไร Q2/69 ดีกว่าคาด 41% ได้ปัจจัยหนุนสเปรดผลิตภัณฑ์ที่ฟื้นตัวได้ดี QoQ กอปรกับหุ้นกลุ่มโรงกลั่นยังได้ปัจจัยหนุนจากค่าการกลั่นที่มีแนวโน้มสูงขึ้นจากยิงโจมตีระหว่างสหรัฐ – อิหร่าน และรัสเซีย – ยูเครน ขณะที่กลุ่มอิเล็ก ฯ +2.3% WoW ฟื้นตัวตามหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิปในตลาดสหรัฐ และรอการรายงานกำไร Q2/69 ของ DELTA ในวันศุกร์ที่ผ่านมามีกำไรอยู่ที่ 6.0 พัน ลบ. -33% QoQ, +31% YoY ต่ำกว่า Consensus คาดถึง -31% สาเหตุมาจากกำไรขั้นต้นชะลอตัว YoY จากภาวะขาดแคลนวัตถุดิบ กอปรกับค่าสิทธิจ่ายที่เพิ่มขึ้นจากใช้เทคโนโลยีของบริษัทแม่ในไต้หวัน รวมถึงค่าใช้จ่ายด้านการขายในส่วนของภาษีศุลกากรของสหรัฐที่เพิ่มขึ้น ซึ่งจากกำไร Q2/69 ของ DELTA ที่ต่ำกว่าคาด อาจจะส่งผลลบด้านลบต่อดัชนี SET เช้านี แต่คาดเม็ดเงินมีแนวโน้มสลับเข้ากลุ่ม Value & Dividend Play หลังสหรัฐประกาศยุติยิงชั่วคราว ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเข้านี้ -4.0% ซึ่งเป็นผลบวกต่อหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว, ขนส่ง, ค้าปลีก และ รพ. ที่ได้ประโยชน์จากราคาต้นทุนพลังงานที่ลดลง และแนวโน้นฟื้นตัวของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ สัปดาห์นี้ติดตามการรายงานกำไร Q2/69 ของกลุ่ม Real Sector เช่น HMPRO, ITC, PTTEP
Daily Strategy
- ประเมินแนวรับดัชนี SET ที่ 1,630 – 1,640 แนวต้าน 1,650 – 1,660 คาดดัชนีมีแนวโน้มฟื้นตัว หลังสหรัฐ – อิหร่านประกาศยุติยิงชั่วคราว และรอการรายงานกำไร Q2/69 ของกลุ่ม Real Sector แนะนำซื้อเก็งกำไรกลุ่มขนส่ง, ท่องเที่ยว, ค้าปลีก และ รพ. เช่น AOT, MINT, CENTEL, ERW, BH, BDMS, CPALL, BJC, HMPRO ( กำไร Q2/69 +YoY, +QoQ) ได้ประโยชน์จากสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบที่ปรับลดลง
- IVL* (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 27.50 บาท) แนวโน้มผลประกอบการ 2Q69 พลิกกลับมาเป็นกำไร ฟื้นตัวทั้งผลการดำเนินงานหลักและการบันทึกกำไรจาก Inventory gain มีปัจจัยหนุนจากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ที่ปรับเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน โดยธุรกิจ Combined PET เป็นช่วง high season และได้ประโยชน์เต็มที่จากราคาขายที่มี lag-time ทั้งนี้ตลาดคาดการณ์ปี 69 พลิกเป็นกำไรสุทธิ 8 พันล้านบาท จากปี 68 ที่ขาดทุน 7.3 พันล้านบาท และปี 70 อยู่ที่ 8.4 พันล้านบาท +24$YoY
- SCGD* (ซื้อ /ราคาเป้าหมาย IAAConsensus 61บาท) การดำเนินงานในช่วง 2Q69 ที่ผ่านมา หากตัดรายการพิเศษลบที่เกิดจากควบรวมโรงงานในไทย 4 แห่งให้เหลือ 2แห่ง กำไรปกติจะอยู่ที่ 268 ลบ. +2%YoY +16%QoQ มีแรงหนุนจากยอดขายในต่างประเทศ(ไม่รวมผลกระทบจากบาทแข็ง) รวมถึงได้ปัจจัยบวกจากมาร์จิ้นที่แข็งแกร่งตาม U-Rate ที่สูง การปรับขึ้นราคาขาย และสัดส่วนสินค้า High Value Addded ที่สูงขึ้น ส่วนการดำเนินงานในระยะถัดไป แม้จะมีแรงกดดันจากตลาดในไทยที่ยังคงซบเซา แต่จะพอ Offset ได้บ้างจาก Operation ในเวียดนาม ขณะที่การควบรวมโรงงานในไทย 4 แห่งให้เหลือ 2 แห่ง คาดว่าจะช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานได้เฉลี่ยปีละ 380 ลบ. ซึ่งจะเห็นผลในปี70 ปัจจุบันตลาดคาดว่าในปี69และ 70 กำไรสุทธิของ SCGD* จะอยู่ที่ 761 ลบ.(-18%YoY) และ 1,183 ลบ.(+55%YoY) ในเชิง Valuation ยังดูน่าสนใจ โดยอิงจาก Consensus ปี69 Forward PEที่ 13x, PBV ที่ 0.5x และ Dividend Yield ที่ 5%
Daily Key Factors
Oil Update(-) WTI ก.ย. -$2.88 อยู่ที่ $89.31 / บาร์เรล, Brent ก.ย.-$3.91 อยู่ที่ $96.78/บาร์เรล สัปดาห์ที่ผ่านมา WTI +8.3%, Brent +10% หลังกลุ่มฮูตีปิดช่องแคบบับเอลมันเดบ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันของซาอุ ฯ ขณะที่เช้านี้ WTI -4.7%, Brent -4.2% หลังสหรัฐประกาศยุติการโจมตีชั่วคราว และรอดูโอกาสที่จะเปิดการเจรจารอบใหม่กับอิหร่าน
Gold Update (+) Comex Gold ส.ค. +$20.60 ปิดที่ 4,070.80 ดอลลาร์/ออนซ์ ได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันที่ปรับลดลง และทองคำเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย ระหว่างรอผลการประชุมเฟดในช่วงค่ำวันพุธนี้
Fund Flow(-)Fund Flow ต่างชาติในตลาด TIP สัปดาห์ที่ผ่านมาขายสุทธิ -3.03 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยซื้อหุ้นไทย +192.52 ล.ดอลลาร์สหรัฐ ขายหุ้นอินโด ฯ -188.24 ล.ดอลลาร์สหรัฐ และขายหุ้นฟิลิปปินส์ -7.31 ล.ดอลลารห์สหรัฐ
(+) ค่าเงินบาทเช้านี่แข็งค่าอยู่ที่ 33.58 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
(+) ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี ลดลงอยู่ที่ 4.635 %
(+) ดัชนี BDI ปิด +18 จุด อยู่ที่ 2,743
(+) BitCoin เช้านี้ +1.04% อยู่ที่ 65,170 ดอลลาร์สหรัฐ
Economic Calendar
ในประเทศ
31 ก.ค. ธปท.รายงานภาวะเศรษฐกิจและการเงินไทย
สัปดาห์ที่5 สศอ. แถลงดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม
สศค.รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง, ภาวะเศรษฐกิจ
ภูมิภาค, ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค
ต่างประเทศ
28 ก.ค. US รายงานความเชื่อมั่นผู้บริโภคจากซีบี ( ก.ค.)
29 ก.ค. US สินค้าคงคลังน้ำมันดิบ
30 ก.ค. US การตัดสินใจเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย
US การแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนของ FOMC
US ดัชนีจีดีพี (ไตรมาส 2)
US ดัชนีราคาด้านการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) (มิ.ย.)
US จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก
31 ก.ค. CN ดัชนี PMI ภาคการผลิตของจีน ( ก.ค.)
JP การตัดสินใจเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย
EU ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ( ก.ค.)
Theme Strategy
ทยอยสะสมหุ้น Value Stock / High Dividend Yield / AI Infrastructure ได้ประโยชน์จากมาตรการลดค่าครองชีพ-กระตุ้นกำลังซื้อของรัฐฯ มาตรการสนับสนุนเม็ดเงินลงทุนภาครัฐและเอกชน
(1)High Dividend Yield กลุ่มธนาคารพาณิชย์ KBANK, KTB, SCB, TTB, BAY*, KKP*, TISCO กลุ่ม REIT CPNREIT*
(2) Anti-Commodity ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมัน-ก๊าซฯ ลดลง กลุ่มโรงไฟฟ้า BGRIM*, GPSC* กลุ่มบรรจุภัณฑ์ SCGP* กลุ่มวัสดุก่อสร้าง EPG*, SCC*, TOA* กลุ่มท่องเที่ยว-ขนส่ง-ร.พ. CENTEL*, MINT*, ERW*, AOT, BA, BH, BDMS, PR9*, BCH, CHG
(3) กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กฯ / ICT / AI Infrastructure / รับเหมาฯ-นิคมฯ-สาธารณูปโภค DELTA*, CCET*, KCE, HANA*, SMT*, ADVANC, TRUE, GULF*, ASEFA*, FTE*, TRT*, STECON, INSET*, AMATA, WHA, WHAUP*, EASTW*
(4) การลงทุนภาครัฐฯ เอกชน CK, SEAFCO*, PYLON*, GUNKUL*, BEM*, KGEN*
(5) สินเชื่อ-ไฟแนนซ์ / สินค้าอุปโภค-บริโภค MTC*, SAWAD*, TIDLOR*, SINGER*, SGC*, SCAP*, NCAP*, CPALL, CPAXT, CPN*, CRC, CBG*, ICHI*, OSP*, SAPPE*, TACC*
**หุ้นแนะนำเชิงกลยุทธ์ที่ยังไม่อยู่ใน Coverage ของฝ่ายวิจัย
Asset Allocation: Equity 50% Fixed Income 40% Alternative Investment etc. Gold 5% Cash 5%
Today Fundamental Research: -
Monthly Portfolio July 2026: GPSC*, CPN*, BEM*, CPALL, STA*
Analysts
Apichai Raomanachai
Fundamental and Technical Investment Analysis ID No. 002939
Tel 02-829-6999 Ext 2200
Email : apichai.ra@kfsec.co.th
Nopporn Chaykaew
Fundamental Analysis ID No. 043964
Tel 02-829-6999 Ext 2203
Email : noppoen.ch@kfsec.co.th
Nattawat Poosunthornsri
Fundamental Analysis ID No. 087077
Tel 02-829-6999 Ext 2204
Email : nattawat.po@kfsec.co.th
|