Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.บัวหลวง : รอบด้านตลาดหุ้น

42

 

Sentiment Tracker
Sentiment ตลาดหุ้นสหรัฐฯ แย่ลง สวนทางไทยที่ปรับตัวดีขึ้น
KEY FINDINGS:
สหรัฐฯ: Sentiment Indicator ของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ส่งสัญญาณอ่อนแอลง โดยดัชนี CNN Fear & Greed ปรับตัวลงจาก 41 จุด เหลือ 40 จุด และยังคงอยู่ในโซน Fear ส่วนผลสำรวจ AAII สะท้อนมุมมองที่แย่ลงในหมู่นักลงทุน จาก Bull-Bear Spread ที่ปรับลดลงเมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า
ไทย: BLS Greed & Fear Barometer ของตลาดหุ้นไทยแข็งแกร่งขึ้นต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่สี่และยังคงอยู่ในโซน Greed มาตรวัดปรับเพิ่มขึ้นจาก 66 เป็น 71 จุด สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่ดีขึ้นต่อเนื่อง


US MARKET SENTIMENT TRACKER:
ดัชนี S&P500 ของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลง 1.2% WoW จากสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน ที่กลับมารุนแรงอีกครั้ง ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่ Sentiment Indicator ที่ส่งสัญญาณอ่อนแอลง โดยดัชนี CNN Fear & Greed ปรับลดลง และยังคงยืนในโซน Fear มาตรวัดปรับลงจากระดับ 41 จุดสู่ 40 จุด ฉุดจากองค์ประกอบด้าน Market Momentum ที่แย่ลง Put/Call Ratio ที่ปรับขึ้นจาก 0.75 สู่ 0.82 รวมถึงความกว้างของตลาด (Stock Price Market Breadth) ซึ่งวัดจากดัชนี McClellan Volume Summation Index ที่อ่อนแอลง


ในทำนองเดียวกัน ผลสำรวจความเชื่อมั่นนักลงทุนของ AAII สะท้อนมุมมองที่แย่ลงในช่วง 6 เดือนข้างหน้า โดยสัดส่วนผู้ตอบแบบสอบถามที่มีมุมมอง Bullish ลดลงจาก 44.9% เหลือ 29.6% (และต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ 37.5%) และสัดส่วนฝั่ง Bearish เพิ่มขึ้นจาก 32.9% เป็น 42.3% (และสูงกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ 31.0%) ส่งผลให้ Bull-Bear Spread ปรับตัวเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้าจาก +12.0% เป็น -12.7%


THAI MARKET SENTIMENT TRACKER:
ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ที่ราว 1,660 จุดในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ก่อนย่อลงเล็กน้อยในช่วงปลายสัปดาห์ ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.4% WoW สอดคล้องกับดัชนี BLS Greed & Fear Barometer ที่แข็งแกร่งขึ้น และยังคงยืนในโซน Greed ต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่สี่ มาตรวัดปรับเพิ่มขึ้นจาก 66 จุดสู่ 71 จุด โดยองค์ประกอบย่อยดีขึ้นในเกือบทุกมิติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความผันผวนของตลาดที่ปรับลดลง Market Breadth ที่ปรับขึ้นจาก 65% เป็น 70% และ Momentum Strength ที่แข็งแกร่งขึ้นจาก 21.1 จุดสู่ 25.3 จุด

IMPLICATION:
การที่ดัชนี Fear & Greed ยังคงอยู่ในโซน Fear ขณะที่องค์ประกอบด้าน Market Momentum เริ่มชะลอลง Market Volatility ปรับขึ้นเหนือเส้นค่าเฉลี่ยอีกครั้ง รวมถึงความกว้างของตลาด (Stock Price Market Breadth) สะท้อนจากดัชนี McClellan Volume Summation Index ที่อยู่ในระดับต่ำ ส่งผลให้ดัชนี S&P500 อาจยังคง ผันผวนต่อไปในระยะอันสั้น

ตลาดหุ้นไทยยังคงแข็งแกร่งกว่าตลาดหุ้นโลก ขณะที่ดัชนี BLS Greed & Fear Barometer ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องและยืนในโซน Greed ได้เป็นสัปดาห์ที่สี่ ชี้ให้เห็นว่าดัชนี SET ยังมีอัพไซด์และมีพื้นที่ให้ปรับตัวขึ้นได้อีกก่อนจะเข้าสู่โซน Extreme Greed อย่างไรก็ตาม ดัชนี Bull-to-Bear ที่เริ่มปรับตัวลงจากโซน Overbought อาจทำให้ตลาดเผชิญแรงขายทำกำไรเข้ามาบ้าง แต่คาดว่าจะส่งผลให้ตลาดพักตัวสั้นๆ เท่านั้น


สรุปภาพตลาดวานนี้ DELTA-ธนาคาร จับมือพยุงตลาด แม้พบแรงขายในหลายกลุ่ม เช่น ท่องเที่ยว ไอซีที คอมเมิร์ช โรงพยาบาล การเงิน แต่หุ้นไทยยังบวกเบาๆ จากแรงซื้อกลับหุ้น DELTA (ดักงบวันนี้) และกลุ่มธนาคาร (รีบาวด์) รวมทั้งกลุ่มพลังงาน-ปิโตรฯ ยังถือว่าเป็นกลุ่มที่แกร่ง อย่างไรก็ดี พบว่าทิศทางการเล่นหุ้นไทยช่วงนี้ ยังมีการเล่นเป็นกลุ่มอยู่ แม้เข้าสู่ช่วงใกล้ประกาศงบฯ (ที่ปกติจะเล่นเป็นรายตัว)


แนวโน้มตลาดวันนี้ ต้านไม่ไหวก็จงเข้าร่วม
จากการทยอยทำคาดการณ์กำไรของนักวิเคราะห์ หากจะเล่นรอบตามโมเมนตั้มกำไรที่ดีขึ้นกว่าคาด อิง Preview เราต้องเกาะหุ้นตามแนวโน้มกำไรไว้ก่อน และคว้าหุ้น DELTA เข้าพอร์ตตามที่เราเริ่มเห็นสัญญาณของการเล่นหุ้นผู้นำตลาดกลับมาอีกครั้ง ขณะที่ราคาหุ้น DELTA พักฐานมาระยะหนึ่ง (ร่วมๆเดือน)
และเราคงมุมมอง Sector Rotations ที่กลยุทธ์แนะนำ ขายทำกำไรหุ้นธนาคารที่ราคาขึ้นต่อเนื่องมาจากเดือน มิ.ย.ถึงค่อนเดือน ก.ค.บวกดีกว่าดัชนี โดยคาดราคาหุ้นธนาคาร และโรงกลั่น จะปรับฐาน-รับไม้ต่อจากกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ที่โดนเช็คบิล ไปก่อน
ส่วนกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ รอบนี้หลังจากราคาไหลลงมาเซ็ตตัวได้ที่ เราใช้กลยุทธ์ ศึกตัดสิน (Battle Royale) เพื่อหาหุ้นยืนหยัดเป็นตัวสุดท้ายของกลุ่มนี้ ได้แก่ ปิโตรเคมี (PTTGC SCC IVL IRPC) และ พลังงานต้นน้ำ (PTT PTTEP)
ส่วนหุ้นกลุ่มอื่นๆ ที่ยังไม่ได้กล่าวถึงในรอบนี้ เพราะเรามองว่ายังขาดซึ่ง (Catalyst) ปัจจัยหนุนราคาหุ้นระหว่างรอบ ยกตัวอย่าง เช่นหุ้น AOT MINT AWC ERW CENTEL CPN ที่ราคาหุ้นโดนเทหลังจากยังไม่มีประเด็นอะไรใหม่มาเสริมแนวโน้มราคาหุ้น...
แต่เมื่อถึงจังหวะที่ราคาไหลลงมาพัก และ น่ากลับมาเล่นเราพร้อมจะปรับพอร์ตรับหุ้นล่างที่น่าสนใจอีกครั้ง (เหมือนที่วันนี้เรา เพิ่ม DELTA)
และปัจจัยที่ต้องติดตามระยะสั้นนี้; กำแพงภาษี “ทรัมป์” ที่จะทยอยประกาศ “เล่น” เป็นรายประเทศ และกลุ่มสินค้ามากกว่าที่จะกวาดหมดเหมือนรอบก่อน, แนวโน้มภาวะสงครามตะวันออกกลาง และเหตุโจมตีโรงกลั่นน้ำมัน รวมถึงรัสเซีย


กลยุทธ์การลงทุน กลยุทธ์การลงทุนช่วงนี้ สะสมหุ้นเมื่อราคาย่อลง เน้นไปที่หุ้นผลตอบแทนเงินปันผลสูง หุ้นที่มีการปรับเพิ่มประมาณการกำไร และ เพิ่มการเล่นหุ้นตามกระแสการเก็งกำไร

 

 

 

 

วิเคราะห์ทางเทคนิค
Elliott Wave Structure: ตลาดพักตัว ปรับฐานย่อยหรือการทำ Corrective Wave (ABC) ในขาขึ้น ปัจจุบันอยู่ในช่วงตั้งทรง Wave 5
EMA Timeframe Day/Week: เห็นการเรียงตัวแบบขนานของเส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้น-กลาง-ยาว (EMA 10, 25, 50,75 ,200 วัน)

Dynamic Support: เส้น EMA 10 วันกลายเป็นแนวรับทางเทคนิคที่แข็งแกร่ง
On-Balance Volume (OBV): ทำ New High สะท้อนการเก็บสะสมหุ้นของนักลงทุนรายใหญ่ต่างชาติอย่างต่อเนื่อง
MACD: ยืนเหนือเส้น Zero Line ได้อย่างมั่นคง หนุนภาพการเก็งกำไรในฝั่ง Long & Buy
Technical Framework: แนวรับระยะสั้น 1,630 จุด (EMA 10 วัน) หากย่อตัวลงมาไม่หลุดโซนนี้ จะเป็นเพียงการพักฐานเพื่อสะสมกำลังไปต่อ (Healthy Correction) / แนวรับถัดไป Major Support: 1,600-1,610 จุด = โซนจิตวิทยา EMA 25 วัน
แนวต้าน: โซน 1,650 ด่านด่านแรกและเป้าหมายถัดไปที่ 1,700 จุด
Trailing Stop: หาก SET Index พลิกกลับมาหลุด 1,610 จุด ให้ลดน้ำหนักหุ้นในพอร์ตลง
Sector Rotation: เห็นสัญญาณการหมุนเงิน (Rotation) กลับเข้าสู่ Market Heavyweights เช่น DELTA, กลุ่มพลังงาน PTT. ปิโตรเคมี IVL & PTTGC และกลุ่มธนาคารที่เริ่มฟื้น (ภายหลังร่วงหลังประกาศงบ 2Q26)
Tips: ช่วงฤดูประกาศงบ 2Q26 Earnings Season ถือเป็นตัวเร่งสำคัญ ตลาดกำลัง Price-in ผลประกอบการของหุ้นกลุ่มนำตลาด หากงบออกมาดีกว่าคาด จะเกิดแรงช้อนซื้อแบบ Follow Through…วันนี้ถึงคิวพี่เดลครับ

 



What to watch กบง. เห็นชอบ นำผลประโยชน์ส่วนเกินโรงกลั่น ลดราคา ณ โรงกลั่นน้ำมันดีเซล 2.40 บาทต่อลิตร ตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม ถึงวันที่ 15 สิงหาคม 2569 เพื่อบรรเทาภาระประชาชน
ใช้หลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง (คตร.) เคยให้ไว้เป็นเกณฑ์ในการพิจารณาผลประโยชน์ส่วนเกินจากค่าการกลั่น โดยกำหนดสมมติฐานปริมาณการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศไทย (เบนซินและดีเซลหมุนเร็ว) ณ เดือนมิถุนายน 2569 อยู่ที่ 91.03 ล้านลิตรต่อวัน สามารถประมาณการมูลค่าของผลประโยชน์ส่วนเกินที่เกิดขึ้นในช่วงวันที่ 1 - 15 กรกฎาคม 2569 ตามหลักการของ คตร. ได้ประมาณ 3,892 ล้านบาท นำมาช่วยเป็นส่วนลดของราคาน้ำมัน ณ โรงกลั่น สำหรับดีเซลหมุนเร็ว
กกพ. เคาะค่าไฟงวด ก.ย.-ธ.ค. ที่ 3.95 บาท/หน่วย หลังใช้เงิน Claw back อุดหนุน
กกพ. เปิดเผยว่า ค่าเอฟทีดังกล่าวสะท้อนประมาณการต้นทุนเชื้อเพลิงและค่าซื้อไฟฟ้าสำหรับงวดเดือนก.ย.-ธ.ค. 69 จำนวน 41.27 สตางค์ต่อหน่วย ภายหลังการปรับประมาณการราคาก๊าซธรรมชาติให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ยังคงรับภาระต้นทุนคงค้าง (AF) สะสมจำนวน 31,268 ล้านบาท ไว้แทนประชาชน ควบคู่กับการที่ กกพ. พิจารณานำเงินเรียกคืนผลประโยชน์ส่วนเกิน (Claw back) จำนวน 16,127.17 ล้านบาท หรือคิดเป็น 25.04 สตางค์ต่อหน่วย มาช่วยลดภาระค่าไฟฟ้า ทำให้ค่าเอฟทีเรียกเก็บลดลงเหลือ 16.23 สตางค์ต่อหน่วย

ทั้งนี้ ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านกลับมาทวีความรุนแรงอีกครั้ง หลังข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวที่ทั้งสองฝ่ายลงนามไว้เมื่อเดือนก่อนล่มลงเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ท่ามกลางความกังวลว่าสถานการณ์อาจบานปลายเป็นสงครามเต็มรูปแบบ
ศูนย์ภูมิอากาศแห่งชาติของจีน (National Climate Center) เตือนว่า จีนมีความเสี่ยงที่จะเผชิญกับภาวะน้ำท่วมและคลื่นความร้อนที่รุนแรงขึ้นในเดือนสิงหาคม โดยคาดว่าปริมาณน้ำฝนจะสูงกว่าระดับปกติในภูมิภาคทางตอนเหนือ ตะวันออก และตอนใต้ ซึ่งจะส่งผลให้เกิดน้ำท่วมทั่วบริเวณลุ่มน้ำสายหลักหลายแห่ง
ปธน.ทรัมป์เตรียมตั้งกำแพงภาษียานำเข้า, ปธน.ทรัมป์ ได้ลงนามในประกาศ 3 ฉบับ เพื่อเรียกเก็บภาษีศุลกากรเพิ่มเติมในอัตรา 50% สำหรับสินค้าบางประเภทจากแคนาดา โดยระบุว่า แคนาดามีการเลือกปฏิบัติต่อการค้าของสหรัฐฯ, สหรัฐฯ ประกาศเก็บภาษีลงโทษบราซิล 25% เริ่ม 22 ก.ค. นี้ ชี้ทำการค้าไม่เป็นธรรม กระทบน้ำตาล เครื่องจักร สินค้าเกษตร
ไทยน้ำทิพย์" เตรียมขายIPO จำนวน 612.45 ล้านหุ้น ระดมทุนเข้าSET TNCC ผู้ประกอบธุรกิจ จัดเตรียม บรรจุ จัดจำหน่าย และจำหน่ายเครื่องดื่มตามสัญญากับ The Coca-Cola Company และ Schweppes Holdings Limited ในพื้นที่ 63 จังหวัดจาก 77 จังหวัดในประเทศไทย และในประเทศลาวผ่านการถือหุ้นทางตรงและทางอ้อมใน Lao Coca-Cola Bottling Co., Ltd. (LCCB) ในสัดส่วนร้อยละ 100.00 ของทุนจดทะเบียนทั้งหมด รวมทั้งการลงทุนในบริษัทซึ่งเป็นผู้ที่ได้รับอนุญาตให้จัดจำหน่ายเครื่องดื่มและประกอบธุรกิจตามสัญญากับ The Coca-Cola Company และ Schweppes Holdings Limited ในประเทศกัมพูชาในสัดส่วนประมาณร้อยละ 30 ของทุนจดทะเบียนทั้งหมด
คมนาคม เล็งดัน Missing Link สถานีชุมพร-ท่าเรือระนองวงเงิน 2.7 หมื่นลบ. เชื่อมโครงข่ายเหนือ-ใต้
นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง (ขร.) กล่าวว่า จากที่ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ได้เสนอนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้พัฒนาโครงข่ายรถไฟเชื่อมโยงจากภาคเหนือลงมายังภาคใต้นั้น ปัจจุบัน โครงข่ายรถไฟทางคู่ระยะที่ 1 อยู่ระหว่างก่อสร้างใกล้เสร็จแล้ว ส่วนทางคู่ระยะที่ 2 เริ่มก่อสร้างไปแล้วบางส่วน ส่วนรถไฟสายใหม่ เด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ คาดจะเสร็จในอีก 2 ปีข้างหน้า
สำหรับรถไฟทางคู่สายใต้ปัจจุบันก่อสร้างไปถึงชุมพร สิ่งที่ยังขาดอยู่คือ จากสถานีรถไฟชุมพร ไปยังท่าเรือระนอง


หุ้นแนะนำวันนี้
DELTA นักวิเคราะห์ BLS คาดกำไร 2Q26 ฟื้นตัวจากภาวะขาดแคลนชิ้นส่วนเริ่มคลี่คลาย พร้อมทั้งปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ซื้อ ราคาเป้าหมายใหม่ 440 บาท
แนวรับ 306 ต้าน 330 Stop loss 300


Tactical port ขาย OSP เพิ่ม DELTA

 

 

 


รายงานพื้นฐานวันนี้

Industrial Estate
Margin เข้าสู่ทางแยก
เรามองว่าผลประกอบการกลุ่มนิคมฯ 2Q26 ยังเติบโต YoY จากยอดโอนที่ดินที่ยังอยู่ในระดับสูงตาม Backlog เดิม แต่ภาพของผู้ประกอบการเริ่มแตกต่างกันชัดเจน โดย AMATA ได้แรงหนุนจากการโอนโครงการ Smart City ที่ช่วยดันราคาขายและอัตรากำไร ขณะที่ WHA กลับเข้าสู่ภาวะปกติหลังหมดแรงหนุนจากรายการพิเศษในไตรมาสก่อน

ภาพรวมกลุ่มคาดมีกำไรหลัก 1.94 พันล้านบาท (+57% YoY แต่ -31% QoQ) แม้ยอด Presales รวมลดลงเหลือ 511 ไร่ จากการที่ทั้ง AMATA และ WHA ยังไม่มีดีล Data Center ใหม่ในไตรมาสนี้ แต่ยอดโอนยังทรงตัวที่ 607 ไร่ จาก Backlog ที่สะสมไว้ในช่วงปี 2024-2025 อย่างไรก็ตาม จุดที่แตกต่างคือ Margin โดย AMATA ยังรักษาระดับได้ใกล้ 55% จากการเริ่มโอน Amata Smart City Chonburi ขณะที่ WHA ลดลงเหลือเพียง 22% หลังไม่มีรายการกำไรพิเศษจากการรวมงบ WHAIER เหมือนไตรมาสก่อน

สำหรับ AMATA เราคาดกำไรหลัก 1.17 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 7 เท่า YoY แม้ลดลงเล็กน้อยจากไตรมาสก่อน โดยแรงหนุนสำคัญมาจากการโอน Smart City ระยะแรก ซึ่งมีราคาขาย 11-12 ล้านบาทต่อไร่ และอัตรากำไรสูงถึง 65-70% ช่วยยกระดับ Margin แม้ยอด Presales ยังไม่โดดเด่น ขณะที่ Pipeline จากกลุ่ม Semiconductor และการพัฒนา Smart City ยังเป็นแรงขับเคลื่อนระยะยาวของบริษัท

ด้าน WHA คาดกำไรหลักลดลงเหลือ 763 ล้านบาท (-29% YoY, -49% QoQ) จากอัตรากำไรขายที่ดินที่กลับสู่ระดับปกติและยอด Presales ที่ชะลอลง แม้ว่าธุรกิจโรงไฟฟ้าและสาธารณูปโภคยังมีแนวโน้มแข็งแกร่งก็ตาม โดยเรามองว่า Catalyst สำคัญอย่างการขายที่ดินให้ Data Center ถูกเลื่อนออกไป หลังบริษัทคาดว่าจะรับรู้เพียง 150 ไร่ใน 3Q26 ทำให้ธีมการเติบโตขนาดใหญ่ไปกระจุกอยู่ปี 2027 มากขึ้นแทน

Fundamental view: เราเลื่อนไปใช้ราคาเป้าหมายไปปี 2027 โดยคงคำแนะนำ ซื้อ สำหรับ AMATA พร้อมปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 36.50 ในทางตรงข้าม ปรับลดคำแนะนำ WHA เป็น ถือ (คงราคาเป้าหมาย 5.50 บาท) เนื่องจาก Catalyst จาก Data Center เลื่อนไปปีหน้าแทน ทำให้ Upside จากราคาปัจจุบันเหลือจำกัด

WHA
(Idea Sell)
ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น
การโอนที่ดินลดความร้อนแรง ราคาหุ้นใกล้เป้าหมาย ปรับลดคำแนะนำ
เราคาดกำไรหลัก 2Q26 อยู่ที่ 763 ล้านบาท (-29% YoY, -49% QoQ) แม้รายได้จากธุรกิจสาธารณูปโภคและโรงไฟฟ้ายังเติบโตได้ดี แต่ธุรกิจนิคมฯ ชะลอลงตามการกลับสู่ระดับปกติของอัตรากำไรจากการขายที่ดิน หลังไม่มีรายการพิเศษจาก WHAIER เหมือนใน 1Q26 ขณะที่ยอด Presales ลดลงเหลือ 240 ไร่ จาก 951 ไร่ในไตรมาสก่อน แม้ว่ายอดโอนที่ดินยังทรงตัวได้ก็ตาม
ประเด็นสำคัญของหุ้นไม่ได้อยู่ที่ผลประกอบการไตรมาสนี้ แต่เป็นการเลื่อนของ Catalyst โดยบริษัทระบุว่าการขายที่ดินให้กลุ่ม Data Center ใน 3Q26 จะรับรู้เพียง 150 ไร่ ส่วนการขยายโครงการขนาดใหญ่ในเวียดนามจะเริ่มเห็นชัดในช่วง 2H26 ส่งผลให้ธีมการเติบโตจาก Data Center และ Semiconductor ถูกเลื่อนไปเป็นปี 2027 มากขึ้น ขณะที่ธุรกิจน้ำ ไฟฟ้า และโลจิสติกส์ยังมีแนวโน้มแข็งแกร่งและช่วยพยุงผลประกอบการได้
Fundamental view: เราคงราคาเป้าหมายไว้ที่ 5.50 บาท (อิง PER ที่ 16 เท่า เทียบเท่าค่าเฉลี่ยระยะยาว) ขณะที่ราคาหุ้นที่ปรับตัวขึ้นมาแล้ว แต่Catalyst หลักจากการขายที่ดินให้ Data Center เลื่อนออกไป ทำให้ Upside จากราคาปัจจุบันเหลือจำกัด แม้แนวโน้มธุรกิจระยะยาวยังเป็นบวกก็ตาม เราจึงปรับลดคำแนะนำเป็น ถือ (จากซื้อ)

 


AMATA
อมตะ คอร์ปอเรชัน
แรงหนุนมาจาก Smart City ที่ยังโดดเด่น

เราคาดกำไรหลัก 2Q26 อยู่ที่ 1.17 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 7 เท่า YoY จากฐานต่ำปีก่อน แต่ลดลง 11% QoQ ตามปริมาณการโอนที่ลดลง โดยรายได้รวมคาดอยู่ที่ 3.75 พันล้านบาท (+61% YoY, -5% QoQ) จุดเด่นของไตรมาสคือการเริ่มโอน 119 ไร่ ในโครงการ Amata Smart City Chonburi ซึ่งมีราคาขายเฉลี่ย 11-12 ล้านบาทต่อไร่ และอัตรากำไรสูงถึง 65-70% ทำให้แม้ยอดโอนลดลง แต่ Gross Margin ขายที่ดิน ยังทรงตัวสูงราว 55% ขณะที่รายได้จากธุรกิจสาธารณูปโภคยังเติบโตอย่างสม่ำเสมอ

เราองว่า 2Q26 สะท้อนภาพ "แม้ยอดขายใหม่ยังอ่อนตัว แต่การรับรู้รายได้ยังแกร่ง" โดยยอด Presales ครึ่งปีแรกอยู่ที่เพียง 377 ไร่ ยังต่ำกว่าเป้าทั้งปีที่ 2,800 ไร่ ทำให้การเติบโตของ 2H26 จะต้องพึ่งการปิดดีลกับลูกค้า Data Center และผู้ผลิตเทคโนโลยี รวมถึงการเปิดโครงการในลาว อย่างไรก็ตาม Backlog ที่มีอยู่ยังเพียงพอรองรับการรับรู้รายได้ต่อเนื่องในช่วงครึ่งปีหลังและปี 2027 ขณะที่รายได้ประจำจากธุรกิจสาธารณูปโภคและค่าเช่ายังคงช่วยลดความผันผวนของธุรกิจขายที่ดินได้

Fundamental view: เราเลื่อนไปใช้มูลค่าพื้นฐานไปปี 2027 และปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 36.50 บาท (อิง PER 10 เท่า) พร้อมคงคำแนะนำ ซื้อ โดยยังเชื่อว่า AMATA จะได้ประโยชน์จากการลงทุนของกลุ่ม Semiconductor (เช่น Supply Chain ของ Foxsemicon) และการทยอยโอนโครงการ Smart City ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนเชิงโครงสร้างต่อการเติบโตของกำไรและอัตรากำไรในระยะยาว

 

 

MTC
เมืองไทย แคปปิตอล
โหลดหุ้นดักกำไรทำสถิติใหม่
เราประเมินว่า MTC เป็นหุ้นที่น่าสนใจ จากแนวโน้มกำไรปีนี้ของ MTC จะขึ้นทำ new record ได้ต่อเนื่อง คุณภาพสินทรัพย์ยังดี ไม่ได้มีสัญญาณที่น่ากังวล ขณะที่ valuation ยังน่าสนใจ PER เพียง 9.4 เท่า และเราคาด EPS growth ปีนี้ ที่ 12% YoY ทำให้เรายังแนะนำ ซื้อ (ราคาเป้าหมาย 46 บาท) จาก 3 เหตุผล ได้แก่
1) MTC ได้เข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อมากว่า 2 ปีแล้ว ทำให้คุณภาพสินเชื่อของลูกค้าใหม่ๆดีขึ้น ทำให้ทิศทาง NPLs/loans ratio ปรับลดลงต่อเนื่องจากระดับ 3.1% ณ สิ้นปี 23 มาที่ 2.6% ณ สิ้น 1Q26 รวมไปถึงได้มีการเพิ่ม loan-loss coverage ratio ขึ้นมาอย่างต่อเรื่อง จนล่าสุดมี loan-loss coverage ratio เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 144% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 4 ปี ขณะที่ loan-loss reserve ต่อสินเชื่อ ก็ปรับเพิ่มขึ้นเช่นกันมาอยู่ที่ระดับ 3.7% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 10 ปี ทำให้เราประเมินว่า MTC ไม่น่าจะเร่งเพิ่ม loan-loss reserve ขึ้นจากระดับปัจจุบันมากนักในปีนี้
2) หลังจากที่งบกลุ่มธนาคารออกมาหมดแล้ว เราเห็นข้อมูลสัญญาณบวกต่อทิศทางคุณภาพสินทรัพย์ของ MTC เพราะว่าเราเห็นคุณภาพสินทรัพย์ในกลุ่มสินเชื่อรายย่อยของ KKP และ TISCO ยังอยู่ในเกณฑ์ดี ซึ่งก็สะท้อนได้ว่าทิศทางคุณภาพสินทรัพย์ของ MTC น่าจะยังดีเช่นกัน ทำให้เรามองว่าทิศทาง credit cost ก็จะปรับลดลงได้ YoY และคาดว่าจะมี upside ในด้าน credit cost ของเราได้ราว 30 bps หรือคิดเป็น scope for upside สำหรับกำไรปีนี้ของเราราว 5% และ
3) เราคาดกำไรสุทธิ 2Q26 ของ MTC ที่ 1.9 พันล้านบาท ขึ้นทำจุดสูงสุดรายปี เติบโต 15% YoY และ 4% QoQ จากสินเชื่อเติบโต 8% YoY และ 3% QoQ และคาด credit cost จะอ่อนตัวลง YoY เมื่อมองไปที่ 3Q26 เราคาดกำไรจะขึ้นทำ new high ได้ต่อเนื่องที่ 2 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 14% YoY และ 3% QoQ หนุนจากสินเชื่อและ NIM ขยายตัว

 

สรุปประเด็นจาก Quick take
SCC
ปูนซิเมนต์ไทย
มุมมองต่อการประชุมนักวิเคราะห์
แนวโน้มส่วนต่างราคาปิโตรเคมีทรงตัวอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องใน 2H26 หนุนโดยภาวะอุปทานตึงตัว เนื่องจากการลดกำลังการผลิตของผู้ผลิตจำนวนมาก รวมทั้งโรงงานขนาดใหญ่หลายแห่งได้รับความเสียหายจากการถูกโจมตี
View from fundamental: ผลประกอบการ 2Q26 ที่ออกมาดีกว่าคาดและคาดการณ์การปรับเพิ่มประมาณการกำไรของตลาด น่าจะเป็นปัจจัยหนุนให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นต่อ เราจึงคงคำแนะนำ "ซื้อ" (ราคาเป้าหมาย 332 บาท)

 

Energy
กบง. มีมติปรับลดราคาดีเซลหน้าโรงกลั่นเพิ่มเติมตามคาด
ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) เมื่อวันที่ 23 ก.ค. 2026 มีมติเห็นชอบปรับลดราคาหน้าโรงกลั่นสำหรับน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว กบง. กำหนดอัตราปรับลดราคาหน้าโรงกลั่นสำหรับน้ำมันดีเซล B0 B7 และ B20 2.40 บาท/ลิตร (จากปัจจุบันที่ปรับลด 1.40 บาท/ลิตร)
View from fundamental: ข่าวดังกล่าวเป็นไปตามที่เราคาดและน่าจะเป็น negative sentiment ต่อหุ้นกลุ่มโรงกลั่น การแทรกแซงของภาครัฐอย่างต่อเนื่องน่าจะเป็นปัจจัยกดดันต่อหุ้นกลุ่มโรงกลั่น ภายในกลุ่มพลังงาน เราชอบ PTT (อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลสูงและสม่ำเสมอ) และมองโอกาสในการ ซื้อเก็งกำไร PTTEP ตามราคาน้ำมันที่สูงขึ้นในช่วงนี้


วิกิจ ถิรวรรณรัตน์ Tel. (662) 618-1336
นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน/ปัจจัยทางเทคนิค
นภนต์ ใจแสน นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน
ภูวดล ภูสอดเงิน, AISA นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

ร้องเพลงรอ By : นายกล้วยหอม

นายกล้วยหอม ขอสวมบทเป็น นักร้องคีย์เดียว ร้องเพลงรอให้กับตลาดหุ้นไทย รอปัจจัยบวก รอเงินนอกไหล เข้ามาในตลาดหุ้นไทย ....

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้