pI Daily กลุ่ม Semiconductor ในสหรัฐฯ ปรับขึ้นแข็งแกร่ง สะท้อนความคาดหวังเชิงบวกเกี่ยวกับผลประกอบการจาก Capex ที่เร่งขึ้น ประกอบกับราคาน้ำมันที่ลดลงต่อเนื่องเป็นปัจจัยคลายเงินเฟ้อ จากนี้รอติดตามตัวเลขเศรษฐกิจต่างๆ หากประกาศมาแล้วต่ำกว่าคาดหมายจะยิ่งกดดัน Yieldลดลง (+กับตลาดหุ้น) กลยุทธ์การลงทุนยังเน้นที่ Anti Oil เป็นหลัก
DJIA เมื่อคืนปิดบวก 72 จุด (+0.14%) S&P500 +1% NSDQ +2% ได้แรงหนุนจากการเข้าซื้อหุ้น Semiconductor ประกอบกับนักลงทุนคลายกังวลภาวะเงินเฟ้อ ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดบวก 0.38% หลังจาก JD เตือนอิสราเอลเกี่ยวกับการโจมตีฮิซบอลเลาะห์ในเลาบานอน ฝั่งราคาทองคำปรับลง -0.9% จากการแข็งค่าของ Dollar
เมื่อคืนที่ผ่านมามีการประกาศตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานพบว่าเป็นไปตามคาดการณ์ แต่อย่างไรก็ตามนักลงทุนกลับมาให้น้ำหนักกับกลุ่ม Semiconductor MU+8.7% SNDK +11% ประเมินว่าเรื่องของการเติบโตผลประกอบการเป็นปัจจัยบวกที่บดบังความกังวลดอกเบี้ยจะปรับขึ้นระยะสั้น แต่ Dollar Index เมื่อคืนแข็งค่าอย่างมีนัยยะซึ่งอาจเป็นจากการขึ้นดอกเบี้ยระยะสั้นของ FED สอดคล้องกับ US Bond Yield ที่ปรับขึ้นเมื่อคืนโดยเฉพาะ 2 ปีแต่ 10 ปีกลับทรงตัวในระดับเดิม สะท้อนว่านักลงทุนกังวลแค่ระยะสั้นแต่ระยะยาวยังไม่ได้กังวล จากนี้รอติดตามตัวเลขเศรษฐกิจต่างๆ ที่จะรายงานออกมาหากคลายกังวลจะหนุน 2 ปีปรับลงและดีกับตลาดหุ้น
ยังไร้ปัจจัยใหม่ๆ แต่ BondYield ไทยยังคงปรับลงต่อเนื่องตีความได้ว่าความกังวลเงินเฟ้อได้ลดลง ซึ่งอาจเป็นเพราะราคาน้ำมันที่ปรับลงโดยเฉพาะราคาหน้าปั๊มที่ทยอยลดลงต่อเนื่อง วันนี้ประเมิน SET เคลื่อนไหวในกรอบ 1575 – 1595 อาจได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่ม Tech (DELTA HANA KCE) ตามการปรับขึ้นของ US Tech และเช้านี้ Kospi +2.9% กลยุทธ์การ ลงทุนเน้นที่หุ้นมีปัจจัยหนุน อาทิ Tech กลุ่ม Anti Oil (BGRIM GPSC GULF AAV BA) ค้าปลีก (CPALL CPN) กลุ่มการเงิน (MTC SAWAD TIDLOR) กลุ่มท่องเที่ยว (CENTEL MINT) โรงพยาบาล (BH)
หุ้นแนะนำ
CPALL: ราคาเป้าหมาย 61 บาท
คาดว่าแนวโน้ม SSSG จะมีทิศทางที่ดีขึ้นต่อเนื่องใน 2Q26 จากสภาพอากาศที่ร้อนขึ้น
MTC: ราคาเป้าหมาย 39 บาท
NIM ใน 2Q26 ฟื้นตัวจากอัตราผลตอบแทนสินเชื่อเพิ่มขึ้น และต้นทุนการเงินลดลง โดยมีแผนออกหุ้นกู้ใหม่ 10 พันล้านบาท ในปลายเดือน พ.ค.