เทคๆ จ้า...ลงแรงจัง
HORIZON MARKET VIEW
• วานนี้ ดัชนีหุ้น DOW JONES +1.7% ทำจุดสูงสุดใหม่, S&P 500 +0.4%, NASDAQ-0.1% สะท้อนภาพเม็ดเงินโยกออกจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี
ชิป (SEMICONDUCTOR)AI ไปยังหุ้นกลุ่ม VALUE และ DEFENSIVE มากขึ้น อาทิ HEALTHCARE, FINANCE
• ขณะที่ราคาน้ำมันดิบ BRENT ย่อตัวลงราว 2.8% ซึ่งถูกขับเคลื่อนตามความคาดหวังว่า สหรัฐฯ และอิหร่านมีโอกาสเจรจาทางการทูตสำเร็จ แม้ว่า HEZBOLLAH จะปฏิเสธข้อเสนอหยุดยิงในเลบานอน
• ธนาคารกลางหลายแห่งมีโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมรอบเดือน มิ.ย. 69 อาทิECB, BOE, BOJ สังเกตจาก BOND YIED 10Y ที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ทำให้เม็ดเงินลงทุนมีแนวโน้มหมุนมายังกลุ่มหุ้น SEARCH FOR YIELD (ธพ.-ประกัน) ที่ราคายังต่ำกว่าช่วง PRE-WAR และมี UPSIDE ต่อการฟื้นตัวในอนาคต
REGION RADAR
• DR : JPSEMI24 ครอบคลุมห่วงโซ่การผลิตเซมิคอนดักเตอร์ของญี่ปุ่น โดยเน้นอุตสาหกรรมต้นน้ำและกลางน้ำ โดยได้รับประโยชน์โดยตรงจากกระแส AI, HIGH PERFORMANCE COMPUTING(HPC) และการขยายกำลังการผลิตชิปทั่วโลก
• วานนี้ ELI LILLY (LLY) ปรับตัวขึ้น +4.3% สาเหตุจากผลทดสอบเฟส3 ของยาลดน้ำหนักตัวใหม่ RETATRUTIDE ออกมาสำเร็จและมีประสิทธิภาพสูง นักลงทุนคาดว่ายานี้จะเป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโตใหม่ (NEW S-CURVE) ต่อจากยา MOUNJARO และ ZEPBOUND
THAI FOCUS
• วันนี้ 10 โมงตรง จะมีประกาศตัวเลขเงินเฟ้อไทย (CPI) เดือน พ.ค. 69จะพุ่งขึ้น +3.1% YOY (แม้เทียบ MOM จะชะลอตัวลงตามราคาน้ำมัน
โลกที่ลดลง จากสถานการณ์สหรัฐฯ-อิหร่านที่ผ่อนคลาย)
• รัฐบาลได้คลอดโครงการคนละครึ่ง พลัส เฟส 2 มอบวงเงินสูงสุดคนละ 4,000 บาท ให้ประชาชน 30 ล้านสิทธิ โครงการนี้ใช้อัดฉีดงบประมาณถึง 1.2 แสนล้านบาท หวังช่วยดัน GDP เพิ่มขึ้นอีก 0.5%-0.6% ซึ่งทิศทางเริ่มต้นค่อนข้างดี เพียง 3 วันแรกของการ สแกนจ่ายมียอดเงินสะพัดในระบบทะลุ 7,000 ล้านบาท
SYNAPSE STRATEGY
• สัปดาห์นี้เม็ดเงินเริ่มหมุนออกจากหุ้น HIGH GROWTH ชัดขึ้น ทั้งCYPTRO ที่ย่อตัวลงวันละ -2% ถึง -5% และหุ้นเทคฯ ประเทศต่างๆเริ่มย่อตัวลงแรงในเช้านี้ เช่น เกาหลีใต้ -6.4%, ญี่ปุ่น -1.8% และNASDAQ FUTURES -1.2% โดยเม็ดเงินเริ่มสลับหุ้น VALUE
• ดังนั้นกลยุทธ์ แนะนำ ROTATE มาหุ้น DEFENSIVE : BDMS BHBGRIM GULF หุ้นได้ประโยชน์จาก BOND YIELD ที่อยู่ในระดับสูง :BBL KTB KBANK SCB BLA TLI และหุ้น REIT : DIF 3BBIF LHHOTEL
HORIZON MARKET VIEW
ใกล้ถึงจุดดอกเบี้ยเปลี่ยนทิศ
วานนี้ ดัชนีหุ้น DOW JONES +1.7% ทำจุดสูงสุดใหม่, S&P 500 +0.4%, NASDAQ -0.1% สะท้อนภาพเม็ด
เงินโยกออกจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีชิป (SEMICONDUCTOR) AI ไปยังหุ้นกลุ่ม VALUE และ DEFENSIVE มากขึ้นอาทิ HEALTHCARE,FINANCE เป็นต้นขณะที่ราคาน้ำมันดิบ BRENT ย่อตัวลงราว 2.8% ซึ่งถูกขับเคลื่อนตามความคาดหวังว่า สหรัฐฯ และอิหร่านมีโอกาสเจรจาทางการทูตสำเร็จแม้ว่า HEZBOLLAH จะปฏิเสธข้อเสนอหยุดยิงในเลบานอน
อย่างไรก็ดี ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ก่อให้เกิดแรงกดดันเงินเฟ้อผ่านราคาน้ำมัน ถือเป็นหนึ่งในปัจจัยที่มำให้จบยุคดอกเบี้ยขาลง และอาจให้ธนาคารกลางหลายแห่งมีโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมรอบเดือน มิ.ย.69 อาทิ ECB, BOE, BOJ สังเกตจาก BOND YIED 10Y ของยุโรป, อังกฤษ, ญี่ปุ่น ที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น
สรุป เม็ดเงินลงทุนมีแนวโน้มหมุนมายังกลุ่มหุ้น SEARCH FOR YIELD (ธพ.-ประกัน) ที่ราคายังต่ำกว่าช่วงPRE-WAR และมี UPSIDE ต่อการฟื้นตัวในอนาคต
REGION RADAR
DR: JPSEMI24 หุ้นตัวแทนของชิปญี่ปุ่นที่น่าสนใจในระยะยาว
DR: JPSEMI24 พึ่งเข้าตลาดในช่วงเดือนที่ผ่านมา โดยมีการลงทุนใน ETF ที่ชื่อว่า GLOBAL X JAPANSEMICONDUCTOR (2644 JP) เป็นกองทุนที่เปิดโอกาสให้นักลงทุนเข้าถึงห่วงโซ่อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของญี่ปุ่นแบบครบวงจร ตั้งแต่ผู้ผลิตวัสดุ เวเฟอร์ อุปกรณ์การผลิตชิป ไปจนถึงบริษัททดสอบและตรวจสอบชั้นนำของโลก โดยมีการลงทุนในบริษัทคุณภาพสูงอย่างLASERTEC, ADVANTEST, RENESAS, DISCO CORPและ TOKYO ELECTRON ซึ่งล้วนเป็นผู้เล่นสำคัญที่ได้รับประโยชน์โดยตรงจากการลงทุนด้าน AI, HIGHPERFORMANCE COMPUTING (HPC) และการขยายกำลังการผลิตชิปทั่วโลก นอกจากนี้ ญี่ปุ่นยังมีบทบาทโดดเด่นในส่วนต้นน้ำและกลางน้ำของอุตสาหกรรมที่มีความได้เปรียบทางเทคโนโลยีสูง
ELI LILLY ปรับตัวขึ้นแรงตอบรับผลทดลองยาใหม่
ELI LILLY (LLY US) +4.3% หลังบริษัทผลการทดสอบทางคลินิก PHASE 3 ของยา RETATRUTIDE ซึ่งเป็นยา
ลดน้ำหนักและรักษาโรคอ้วนรุ่นถัดไป (NEXT-GENERATION) ของบริษัท โดยผลลัพธ์แสดงให้เห็นว่าสามารถลดน้ำหนักตัวของผู้ป่วยลงได้อย่างมีนัยสำคัญและมีประสิทธิภาพสูงมากในกลุ่มยารักษาโรคเมตาบอลิซึม ทำให้นักลงทุนคาดหวังว่าจะเป็นอีกหนึ่ง NEW S-CURVE ต่อจาก MOUNJARO และ ZEPBOUND โดยเราแนะนำเก็งกำไร DR: LLY80 จากการที่บริษัทเป็นผู้นำในกลุ่มยาลดน้ำหนัก GLP-1 และผลการทดลองยาของบริษัทถือว่าออกมาประสบความสำเร็จ
THAI FOCUS
จับตาเศรษฐกิจไทย เมื่อเงินเฟ้อพุ่งแรง รัฐต้องงัดมาตรการแจกเงินมาช่วย
วันนี้10 โมงตรง จะมีการประกาศตัวเลขเงินเฟ้อ (CPI) ของไทยประจำเดือน พ.ค.69 โดย CONSENSUS คาดแนวโน้มพุ่งขึ้น +3.1YOY แต่อาจชะลอตัวลง MOM หลังสงครามสหรัฐฯ - อิหร่าน เข้าสู่ขั้นตอนเจรจาและความตึงเครียดเบาลง พร้อมกับมีความคาดหวังของการกลับไปเปิดช่องแคบฮอร์มุซ กดดันราคาน้ำมันดิบ BRENT ในเดือนที่ผ่านมาหดตัว -18.7%MOM ซึ่งสมมุติฐาน CPI GROWTH(MOM) พ.ค.68 อยู่ที่ +1.0%MOM และช่วยที่เหลือของปี อยู่ที่ 0.0%MOM จะทำให้ CPI GROWTH(YOY) ช่วงที่เหลือของปีอยู่ระดับ 3.5-4.0%YOY ซึ่งสอดคล้องกับประมาณการของ กระทรวงพาณิชย์ที่คาดเงินเฟ้อไทยมีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้น โดยเฉพาะในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 (เมษายน - มิถุนายน) โดยแบ่งเป็น 2 กรณี ดังนี้
• กรณีปกติ : เงินเฟ้อทั้งปีจะอยู่ที่ 1.50 -2.50% แต่ไตรมาส 2 จะพุ่งไปถึง3.67%
• กรณีเลวร้าย (ผลกระทบหนัก) : เงินเฟ้อทั้งปีอาจสูงถึง 2.50 -3.50% และในไตรมาส 2 อาจพุ่งทะลุไปถึง5.78%
เมื่ออัตราเงินเฟ้อสูงขึ้น ของแพงประชาชนไม่มีกำลังซื้อ รัฐบาลจึงต้องเข้ามาพยุงเศรษฐกิจด้วยการออกมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายอย่างเช่น คนละครึ่ง พลัส เฟส 2 ซึ่งโครงการนี้ให้สิทธิประชาชนมากถึง 30 ล้านคนโดยให้วงเงินสูงสุดคนละ 4,000 บาท เพื่อใช้จ่ายในช่วง 4 เดือน (1 มิ.ย. - 30 ก.ย. 2569) ซึ่งรัฐอาจต้องใช้เม็ดเงินงบประมาณสูงถึง 120,000 ล้านบาท ในการอัดฉีดครั้งนี้ คาดว่าจะช่วยดันให้จีดีพี (GDP) ของประเทศเติบโตเพิ่มขึ้นได้อีก 0.5% - 0.6% ซึ่งต้องติดตามว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็นเช่นไร แต่ ณ ปัจจุบันผ่านมา 3 วันแรกมียอดเงินสะพัดทะลุ 7,000 ล้านบาทเรียบร้อย
SYNAPSE STRATEGY
หุ้นเทคฯ ลงแรง และเม็ดเงินกำลังเคลื่อนสู่สินทรัพย์มั่นคงมากขึ้นเรื่อยๆ
สัปดาห์นี้เม็ดเงินเริ่มหมุนออกจากหุ้น HIGH GROWTH ชัดขึ้น ทั้ง CYPTRO ที่ย่อตัวลงวันละ -2% ถึง -5% และหุ้นเทคฯ ประเทศต่างๆ เริ่มย่อตัวลงแรงในเช้านี้ ณ วันที่ 5 มิ.ย. เวลา 8.30 น. ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ -6.8%, ญี่ปุ่น -2.0% และ NASDAQ FUTURES -1.2% โดยเม็ดเงินเริ่มสลับหุ้น VALUE มากขึ้น
ดังนั้นกลยุทธ์ แนะนำ ROTATE มาหุ้น DEFENSIVE : BDMS BH BGRIM GULF หุ้นได้ประโยชน์จาก BONDYIELD ที่อยู่ในระดับสูง : BBL KTB KBANK SCB BLA TLI และหุ้น REIT : DIF 3BBIF LHHOTEL
จัดทำโดย
ภราดร เตียรณปราโมทย์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์
ภวัต ภัทราพงศ์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์
เลขทะเบียนนักวิเคราะห์: 117985
สิริลักษณ์ พันธ์วงค์
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์
ธนกฤต สัจจมงคล
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์