Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.ลิเบอเรเตอร์ : STGT แนะนำ BUY ราคาเป้าหมาย 12.90 บาท

123


Equality for All
STGT : บมจ.ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย)

อุตสาหกรรมถุงมือยางอุปสงค์ยังโตต่อเนื่อง ขณะที่อุปทานเริ่มสมดุลมากขึ้น : สมาคมผู้ผลิตถุงมือยางมาเลเซีย (Margma) คาดการณ์ปริมาณความต้องการถุงมือยางตลาดโลกปี 2026 อยู่ที่ 455,000 ล้านชิ้นเติบโต 8% y-y และยังคาดว่าจะมีการเติบโตต่อเนื่อง (รูปที่ 1) ขณะที่ในส่วนอุปทานนั้นมีการหดตัวลงจากช่วงก่อนหน้าปัญหาอุปทานล้นตลาดตามการขยายกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นในช่วง COVID-19 แต่การแข่งขันราคาที่มากขึ้นทำให้มีการปรับลดการผลิตลง รวมถึงล่าสุดได้รับผลกระทบจากต้นทุนวัตถุดิบเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะราคายางสังเคราะห์ที่ปรับขึ้นถึง 160% หลังเกิดสงครามในตะวันออกกลาง ประกอบกับต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้นและขาดแคลนทำให้ผู้ผลิตบางรายต้องหยุดการผลิตไปโดยเฉพาะในมาเลเซียซึ่งเป็นผู้ผลิตถุงมือยางรายใหญ่ของโลก และจากราคาวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นโดยยางสังเคราะห์ขึ้น 160% ส่วนยางธรรมชาติขึ้นราว 30% และสามารถปรับราคาขายขึ้นราว 35-40% เพื่อสะท้อนต้นุทนเพิ่มขึ้นได้คาดมีผลตั้งแต่เม.ย. เป็นต้นไป และจากราคายางสังเคราะห์ที่เพิ่มขึ้นมากทำให้คาดว่าลูกค้าบางประเทศอย่างตลาดเกิดใหม่หรือยุโรปอาจหันมาใช้ถุงมือยางธรรมชาติแทนซึ่งคาดว่า STGT จะมีความได้เปรียบหากเทียบกับคู่แข่งในอุตสาหกรรมจากมีบ. แม่อย่าง STA ส่งน้ำยางให้ ปัจจุบันสัดส่วนการขายถุงมือยางธรรมชาติ (NR) : ถุงมือยางสังเคราะห์ (NBR) อยู่ที่ 70:30
ขณะที่ภาษีนำเข้าสหรัฐ ปัจจุบันเสียที่ 10% คงต้องรอหลังเดือนก.ค. อีกทีว่าจะมีเปลี่ยนแปลงหรือไม่ แต่สถานการณ์ปัจจุบันทั้งไทยและมาเลเซียยังมีความได้เปรียบหากเทียบกับจีนในตลาดถุงมือยางการแพทย์จากอัตราภาษีนำเข้าสูงกว่า

2Q26 คาดการดำเนินงานฟื้น q-q จากปรับราคาขายขึ้นตามต้นทุนที่เร่งตัวขึ้น : แนวโน้ม 2Q26 คาดปริมาณขายทรงตัวหรือเพิ่มขึ้น q-q แต่คาดราคาขายจะเพิ่มขึ้น 35-40% q-q ตามราคาวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น โดยราคายางสังเคราะห์เพิ่ม 160% ส่วนยางธรรมชาติราคาเพิ่ม 30% คาดสัดส่วนการขาย 2Q26 จะขายถุงมือยางสังเคราะห์มากขึ้นจากราคาขายที่ดีกว่า

ปรับประมาณการปี 2026 ขึ้น 11% จากเดิม : เราคาดการดำเนินงานปี 2026 จะฟื้นตัว y-y จากการปรับราคาขายขึ้นตามราคาวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นทำให้ผลกระทบจำกัดต่อการดำเนินงาน ทำให้เราปรับประมาณการขึ้น 11% จากเดิม คงปริมาณขายอยู่ที่ 39,544 ล้านชิ้น เพิ่ม +7% y-y แต่ปรับราคาขายเฉลี่ยเพิ่มเป็น 0.75 บาท/ชิ้น จากการปรับราคาขายขึ้นตามต้นทุนที่เพิ่มขึ้น พร้อมปรับอัตรากำไรขั้นต้นขึ้น คาดกำไรปกติอยู่ที่ 1,190 ลบ. เพิ่มขึ้น 71% y-y เราปรับเพิ่มคำแนะนำเป็น “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 12.90 บาท


ได้ปรับราคาขายขึ้น
“ เรามีมุมมองบวกมากขึ้นจากช่วงที่เหลือของปีว่าแนวโน้มการดำเนินงานยังดีต่อเนื่องทั้งการได้ปรับราคาขายขึ้นตามต้นทุนเพิ่ม ความได้เปรียบหากเทียบกับผู้ประกอบการในกลุ่มเดียวกัน อีกทั้งคาดอาจได้ผลบวกจากการย้ายคำสั่งซื้อจากกลุ่มยางสังเคราะห์มายางธรรมชาติแทนจากราคายางสังเคราะห์ที่ยังทรงตัวระดับสูงตามราคาน้ำมัน
กลยุทธ์การลงทุน ยังเก็งกำไรตามปัจจัยบวกดังกล่าวได้ และผลตอบแทนเงินปันผล 4% ต่อปี ”

นารี อภิเศวตกานต์
นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐาน #17971
naree.a@liberator.co.th

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้