ภาวะตลาด: SET Index วันศุกร์พักฐาน ปิดตลาดที่ 1517.95 ลดลง -21.17 จุด มูลค่าซื้อขาย 6.7 หมื่นลบ. นำโดยหุ้น DELTA ที่ลดลง -15 บาท ทำให้ดัชนีร่วงลง -14.55 จุด ตามมาด้วย PTT, GULF, SCGP, PTTGC, IVL, SCC ฯลฯ ปัจจัยกดดัน คือ การขายทำกำไร / sell on fact หลังรายงานผลประกอบการ 1Q26 และกังวลสงครามตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ และช่องแคบฮอร์มุซยังปิดต่อไป นักลงทุนต่างชาติและสถาบันในปท.ขายสุทธิ -729 ลบ. และ -671 ลบ. ตามลำดับ พอร์ตบล.และรายย่อยซื้อสุทธิ
ปัจจัยต่างประเทศ
- ประเด็นภูมิรัฐศาสตร์: ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐ-อิหร่านกลับมามากขึ้น ช่องแคบฮอร์มุซยังไม่กลับมาปกติ, กองทัพอิสราเอลปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ราว 100 จุดในสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
- สหรัฐ-จีน: ตลาดประเมินว่าการพบกันระหว่างปธน.ทรัมป์ ของสหรัฐ กับปธน.ดีสี จิ้นผิง ของจีน สิ้นสุดลง โดยแทบไม่มีผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม และจีนไม่ได้แสดงท่าทีที่จะช่วยคลี่คลายความขัดแย้งระหว่างสหรัฐกับอิหร่านอย่างชัดเจน
- สหรัฐ: เงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นแรง ทำให้โอกาสที่เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยปลายปีนี้มีมากขึ้นตามข้อมูลจาก CME Group FedWatch tool สะท้อนโอกาสที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในเดือนธ.ค.26 เพิ่มขึ้นมาใกล้ 40% จากระดับ 13.6% ในสัปดาห์ก่อน
-Berkshire ตัดขายหุ้น Chevron บางส่วน ช่วงราคานิวไฮใน 1Q26 รับเงินราว 8 พันล้านดอลลาร์
- UAE เร่งสร้างท่อส่งน้ามันใหม่ หวังเพิ่มส่งออก 2 เท่าภายในปี 2027 โดยหลีกเลี่ยงการผ่านช่องแคบฮอร์มุซ...อุปทานน้ำมันในปี 2027 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทั้งจากประเทศกลุ่มโอเปกและนอกกลุ่มโอเปก ทำให้ราคาน้ำมันมีโอกาสลดลงจากปัจจุบัน
- ตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวลดลง หลังราคาพลังงานเพิ่มขึ้นสงครามตะวันออกกลางยังยืดเยื้อ สัญญาน้ำมัน WTI & BRENT ปรับขึ้น 3-4% เป็น 105 และ 109 US$/bbl เนื่องจากบรรยากาศระหว่างสหรัฐและอิหร่านกลับมาตึงเครียดมากขึ้นความหวังที่จะเปิดช่องแคบฮอร์มุซตามปกติลดลง สัญญาทองคำ ส่งมอบมิ.ย.26 ลดลง 123.40 US$ เป็น 4,561.90 US$/ออนซ์ จาก US bond yield ปรับขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบเกือบ 1 ปี ดัชนีค่าเงิน US$ แข็งขึ้นสู่ 99.27; เงินบาทอ่อนเป็น 32.65 Bt/US$ ส่วน US bond yield 10 ปี พุ่งขึ้นเป็ น 4.59% ดัชนีราคาถ่านหิน (NC) ขยับข้นึ สู่ 131.7 ดัชนี Baltic Dry Index อ่อนเป็น 3,151
ปัจจัยในประเทศ & ข่าวหุ้นเด่น
- ไทยช่วยไทยพลัส จะเปิดลงทะเบียน 25 พ.ค.นี้ โดยในส่วนคนละครึ่งพลัสเฟส 2 แจกเงินเดือนละ 1,000 บาท เป็นเวลา 4 เดือน คือ มิ.ย.-ก.ย.26 (สำหรับการใช้จ่าย รัฐช่วยจ่าย 60% ประชาชนจ่ายเอง 40%) มีทั้งหมด 30 ล้านสิทธิ สำหรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพิ่มวงเงินจาก 300 เป็น 1,000 บาท มีทั้งหมด 13.2 ล้านสิทธิ...คาดว่าโครงการนี้จะช่วยให้การบริโภคในประเทศดีขึ้น ถึงแม้ว่าจะเป็นชั่วคราว 4 เดือนก็ตาม...หุ้นเด่น CPAXT, CRC, OSP, CBG, ICHI
- สภาพัฒน์เคาะใช้ผลศึกษาแลนด์บริดจ์ จากสนข.-สว.เป็นฐาน ตั้ง 3 อนุกรรมการ ให้สรุปความเห็นเสนอมิ.ย.นี้
กลยุทธ์: เลือกซื้อหุ้นพื้นฐานดีจังหวะราคาอ่อนตัว…ระยะสั้นให้แนวรับ SET ไว้ที่ 1512-1505, 1500-1497 ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 1530-1540, 1550-1560
หุ้นพื้นฐานแนะนำวันนี้: ADVANC : คาดกำไรหลักใน 2Q26F ยังเติบโตได้ YoY จาก ARPU ที่เพิ่มขึ้น (แพจเกจเดิมที่ราคาต่ำทยอยหมดลง และออกแพจเกจใหม่ที่มีราคาสูงขึ้น โดยจูงใจให้ลูกค้าด้วยบริการที่มากขึ้น) และบริหารค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ กระแสเงินสดจากการดำเนินงานแข็งแกร่ง ฐานะการเงินดี สามารถจ่ายปันผลที่ DY ประมาณ 4% ต่อปีได้ต่อเนื่อง แนะนำ ซื้อ ให้ราคาเป้าหมาย 420 บาท
นักวิเคราะห์&กลยุทธ์: อาภาภรณ์ แสวงพรรค : arparporns@dbs.com : Tel 02 587 7829