Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.เอเซีย พลัส : บทวิเคราะห์ภาวะตลาดหุ้นรายวัน

18

 

สงครามไม่ยอมสงบ เงินเฟ้ออาจพุ่ง ตลาดหุ้นอาจร่วง


HORIZON MARKET VIEW
• ศุกร์ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นสหรัฐฯ และยุโรปร่วงลงราว -1.1% ถึง -2.1% ซึ่งมีแนวโน้มเห็นการพักฐาน จากการกลับมาโฟกัสในประเด็นผลกระทบที่ตามมาของสงครามสหรัฐฯและอิหร่านที่ยืดเยื้อเข้าสู่เดือนที่ 3 ผลักดันราคาน้ำมันดิบ BRENT พุ่งขึ้นราว79.6%YTD และยังยืนอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง แม้จะเข้าสู่เฟสหยุดยิง แต่การเจรจายังไม่ได้ข้อสรุป บวกกับมีความกังวล SUPPLY การผลิตขาดแคลน จากเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซหยุดชะงัก
• ผลพวงที่ตามมาทำให้เงินเฟ้อประเทศต่างๆ ช่วง เม.ย. 2026 เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยฯ อาทิสหรัฐฯ +3.8%YOY (เดิม +3.3%), ไทย +2.9%YOY (เดิม -0.1%) กดดัน BONDYIELD ค่อยๆ ปรับตัวเพิ่ม ทำให้มีความกังวลว่าธนาคารกลางทั่วโลกจำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม เพื่อควบคุมเงินเฟ้อที่เร่งตัวขึ้น


REGION RADAR
• ตลาดกลับมาให้ความสนใจการรายงานงบของหุ้นจีนในสัปดาห์นี้หลังจากที่หุ้นสหรัฐฯ ส่วนใหญ่ได้รายงานในช่วงที่ผ่านมาแล้วสัปดาห์นี้ (18-22 พ.ค.) จะมีการรายงานงบหุ้นจีนอย่าง BAIDU,BILIBILI, TRIP.COM, NETEASE, XPENG, NIO และ MEITUAN
• BERKSHIRE HATHAWAY ได้มีการปรับพอร์ตครั้งใหญ่ ซึ่งลดขนาดพอร์ตลงสู่ระดับ $2.63แสนล้าน (เดิม $2.74 แสนล้าน) ในไตรมาสที่ 1 ปี 2026 และลดจำนวนหุ้นที่ถือครองจาก 40 บริษัท เหลือเพียง 26 บริษัท ซื้อหุ้น ALPHABET เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ


THAI FOCUS
•ติดตามตัวเลข GDP 1Q26 ประกาศ 9.30 น. คาดเติบโต +2.4% YOYและ +0.3% QOQ ส่วน GDP 2Q26 มีความเสี่ยงที่จะชะลอตัวลงเหลือเพียง +1.2% YOY จึงคาดหวังม็ดเงินหมุนเวียนและแรงกระตุ้นจากมาตรการรัฐ เช่น คนละครึ่ง พลัส ที่จ่อเข้า ครม. วันพรุ่งนี้
• ส่วน GDP ทั้งปีมีค่าเฉลี่ยของสถาบันการเงินและหน่วยงานเศรษฐกิจอยู่ที่ 1.6% โดยธปท. (แบงก์ชาติ) มองต่ำสุดที่ 1.5% แต่หากมีการบังคับใช้พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท มาช่วยขับเคลื่อนมีโอกาสดันGDP ขึ้นไปแตะ2.1% ได

SYNAPSE STRATEGY
• ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อที่มากขึ้นสะท้อนเข้ามาใน BOND YIELD 10ปี สหรัฐที่พุ่งขึ้น 24 BPS. อยู่ที่ 4.63% สูงสุดในรอบ 1 ปี กดดันให้MEYG ตลาดหุ้นสหรัฐฯ แคบลงจนจะติดลบ และอาจจะกดดันให้ตลาดหุ้นปรับฐานได้ 3 ด้าน คือ กำไรลดลง จากต้นทุนวัตุดิบ และการเงินลดลง, ตามกลไก P/E ซื้อขาถูกลง, VALUATION ลดลง
• กลยุทธ์แนะนำกลุ่มหุ้นมีเกราะป้องกันเงินเฟ้อ PTT, PTTEP CPF,NER, STA, BBL, KTB, KBANK, BLA, TLI

 


HORIZON MARKET VIEW
ตลาดหุ้นโลกมีแนวโน้มเข้าสู่โหมดพักฐาน
ศุกร์ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นสหรัฐฯ และยุโรปร่วงลงราว -1.1% ถึง -2.1% ซึ่งมีแนวโน้มเห็นการพักฐาน จากการกลับมาโฟกัสในประเด็นผลกระทบที่ตามมาของสงครามสหรัฐฯ และอิหร่านที่ยืดเยื้อเข้าสู่เดือนที่ 3 ผลักดันราคาน้ำมันดิบ BRENT พุ่งขึ้นราว 79.6%YTD และยังยืนอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง แม้จะเข้าสู่เฟสหยุดยิง แต่การเจรจายังไม่ได้ข้อสรุป บวกกับมีความกังวล SUPPLY การผลิตขาดแคลน จากเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซหยุดชะงักขณะที่ข้อมูลในอีตช่วงสงครามรัสเซีย-ยูเครนปี 2022 ชี้ให้เห็นว่า แม้กระแสข่าวสงคราม “WAR” จะมีจำนวนน้อยลงเรื่อยๆ เมื่อเทียบกับช่วงเริ่มต้น แต่ราคาน้ำมันยังมีโอกาสปรับตัวสูงขึ้นได้ ก่อนทยอยปรับตัวลดลงหลังจากความตึงเครียดยืดเยื้อมาราว 3-4เดือน

 

ผลพวงที่ตามมาทำให้เงินเฟ้อประเทศต่างๆ ช่วง เม.ย. 2026 เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยฯ อาทิ สหรัฐฯ +3.8%YOY (เดิม+3.3%), ไทย +2.9%YOY (เดิม -0.1%) กดดัน BOND YIELD ค่อยๆ ปรับตัวเพิ่ม ซึ่งล่าสุด BOND YIELD สหรัฐ10 ปี พุ่งทะลุ 4.5%, BOND YIELD ญี่ปุ่น 30 ปี แตะ 4% (สูงสุดเป็นประวัติการณ์), BOND YIELD อังกฤษพุ่ง
สูงสุดในรอบ 28 ป

ทำให้เริ่มมีความกังวลว่าธนาคารกลางทั่วโลกจำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมในระยะถัดไปช่วง 4Q2026 หรือ ช่วง1Q2027เพื่อควบคุมเงินเฟ้อที่เร่งตัวขึ้น

REGION RADAR
สัปดาห์การรายงานงบหุ้นจีน
ตลาดกลับมาให้ความสนใจการรายงานงบของหุ้นจีนในสัปดาห์นี้ หลังจากที่หุ้นสหรัฐฯ ส่วนใหญ่ได้รายงานในช่วงที่ผ่านมาแล้ว สัปดาห์นี้(18-22 พ.ค.) จะมีการรายงานงบหุ้นจีนอย่าง BAIDU, BILIBILI, TRIP.COM,NETEASE, XPENG, NIO และ MEITUAN โดยตัวที่น่าจับตามี 2 ตัว ได้แก่ BAIDU (DR: BIDU80) เนื่องจากALIBABA เผยธุรกิจ CLOUD แข็งแกร่งมากในไตรมาส 1 คาดว่า BAIDU จะรายงานธุรกิจ CLOUD เติบโตแข็งแกร่งเช่นเดียวกัน และ MEITUAN (DR: MEITUAN80) คาดหวังธุรกิจหลักอย่าง FOOD DELIVERY ขากทุนลดลงและจะเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวสะท้อนผ่านการส่งสัญญาณของทั้ง ALIBABA และ JD.COM การแข่งขันในธุรกิจ FOOD DELIVERY มีแนวโน้มผ่อนคลายมากขึ้น นอกจากนี้ NVIDIA มีกำหนดรายงานงบช่วงเช้ามืดของวันพฤหัสบดี


BERKSHIRE HATHAWAY ปรับพอร์ตครั้งใหญ่ เพิ่มน้ำหนัก ALPHABET ขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
BERKSHIRE HATHAWAY ได้มีการปรับพอร์ตครั้งใหญ่ ซึ่งลดขนาดพอร์ตลงสู่ระดับ $2.63 แสนล้าน (เดิม$2.74 แสนล้าน) ในไตรมาสที่ 1 ปี 2026และลดจำนวนหุ้นที่ถือครองจาก 40 บริษัท เหลือเพียง 26 บริษัท โดยหุ้นที่ถือครองรายใหญ่ที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ APPLE, AMERICAN EXPRESS, COCA COLA, BANK OFAMERICA และ CHEVRON ซึ่งปัจจุบันคิดเป็นสัดส่วนราว 68% ของพอร์ตรวม โดยมี AAPL เพียงตัวเดียวที่ครองสัดส่วนไปแล้วประมาณ 22% สิ่งที่น่าสนใจในครั้งนี้คือ BERKSHIRE ได้ซื้อหุ้นใหม่ 2 ตัว ได้แก่ DELTA AIRLINES และ MACY’S INC. นอกจากนี้ BERKSHIRE ได้ซื้อหุ้น ALPHABET เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในรอบนี้+225% จากครั้งก่อน

 

THAI FOCUS
จับตามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น และการประกาศ GDP 1Q26
เช้านี้ 9.30 น. ติดตามตัวเลข GDP 1Q26 ของไทยคาดไว้ที่ 2.4%YOY และ 0.3%QOQ ซึ่งลดลงเล็กน้อย YOYจากไตรมาสก่อนหน้าที่ +2.5%YOY ส่วนระยะถัดไป 2Q26 อาจเห็นแนวโน้มการชะลอตัวของ GDP โดยคาดว่าการขยายตัวจะลดลงเหลือเพียง1.2% YOY แต่ฝ่ายวิจัยฯมองว่าอาจเห็นความหวังจากมาตรการภาครัฐ ที่จะเข้ามาช่วยพยุงสถานการณ์ เช่น โครงการคนละครึ่ง พลัส(ที่จะเข้า ครม.วันพรุ่งนี้) เพื่อกระตุ้นการบริโภคและการหมุนเวียนของเม็ดเงินในระบบ


เมื่อมองภาพรวมทั้งปี 2026 สถาบันการเงินและหน่วยงานเศรษฐกิจชั้นนำได้ประเมินทิศทางเศรษฐกิจไทยไว้ค่อนข้างหลากหลาย โดยมีค่าเฉลี่ยการเติบโต (AVG. GDP GROWTH) อยู่ที่ 1.6% ซึ่งสะท้อนถึงการฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งวันนี้อาจเห็นการปรับประมาณการของ สศช. (สภาพัฒน์) ที่ประเมินไว้ที่ 2.0% ก็เป็นได้ส่วนธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะประเมินการเติบโต GDP ไว้เพียง 1.5% แต่ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า หากมีการบังคับใช้ พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท เม็ดเงินดังกล่าวจะเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยผลักดันให้ GDP ของไทยในปี2026 อาจไปแตะระดับ 2.1% ได้

SYNAPSE STRATEGY
ตลาดหุ้นไทยยังเนื้อหอม ต่างชาติทยอยสะสมเพิ่ม
ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อที่มากขึ้นสะท้อนเข้ามาใน BOND YIELD 10 ปี สหรัฐที่พุ่งขึ้น 24 BPS. อยู่ที่ 4.63%สูงสุดในรอบ 1 ปี


กดดันให้ MEYG ตลาดหุ้นสหรัฐฯ แคบลงจนจะติดลบ และอาจจะกดดันให้ตลาดหุ้นปรับฐานได้ 3 ด้าน คือ กำไรลดลง จากต้นทุนวัตุดิบ และการเงินลดลง, ตามกลไก P/E ซื้อขาถูกลง, VALUATION ลดลง


กลยุทธ์แนะนำกลุ่มหุ้นมีเกราะป้องกันเงินเฟ้อ PTT, PTTEP CPF, NER, STA, BBL, KTB, KBANK, BLA, TLI

จัดทำโดย
ภราดร เตียรณปราโมทย์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์

ภวัต ภัทราพงศ์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์
เลขทะเบียนนักวิเคราะห์: 117985

สิริลักษณ์ พันธ์วงค์
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์

ธนกฤต สัจจมงคล
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์

 

 

 

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้