Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.บัวหลวง : รอบด้านตลาดหุ้น

30

 


สรุปภาพตลาดวานนี้ SET แกว่งแคบๆ โดยมี DELTA กดดันเป็นหลัก (หักออกเป็นบวก) แต่สังเกตว่ามีแรงขายเป็นกลุ่มใรธนาคาร การเงิน ขณะที่แรงซื้อเป็นกลุ่มในพลังงาน อิเล็กฯ (KCE HANA) ส่วนหุ้นแกร่ง เล่นดีกว่าตลาด เช่น รับเหมาฯ STECON CK ITD พลังงานสะอาด GUNKUL TSE อื่นๆ FORTH FSMART UBE เป็นต้น


แนวโน้มตลาดวันนี้ ไทยแลนด์เฟิร์ส
ราคาหุ้นรายตัวที่เล่นตาม ธีมลงทุน บวกกับ แนวโน้มคาดการณ์งบออกมาดี เมื่อวานที่บวกดีกว่าตลาดได้แก่ กลุ่มรับเหมาฯ, อิเล็กทรอนิกส์ และหุ้นพลังงานหมุนเวียน ซึ่งล่าสุดน่าจะมีการยืนยันแล้วว่าจะใช้กองทุน TFFIF มาเป็นตัวช่วยเร่งการลงทุน เน้นพลังงานสีเขียว เช่น โซลาร์ราชการ, ฟาร์มโซลาร์ลอยน้ำ, รับซื้อไฟโซลาร์จากประชาชน เป็นต้น
อาศัย ธีมการลงทุน บวกกับ คาดการณ์กำไรมีลุ้นดีเกินคาด รอบนี้เราจับ 2 กระแสลงทุนมาประกอบกัน และแนะนำ ถือหุ้น Run trend ตามหุ้นแนะนำพอร์ตลงทุนของเรา เช่นหุ้น GUNKUL MRDIYT STECON CCET AMATA WHA WHAUP เป็นต้น
ส่วนการเล่นหุ้นดักงบ Earnings (pure) play เพียวๆ แนะนำดูตามตารางคาดการณ์งบที่จะประกาศในแต่ละวัน จากการเทียบ คาดการณ์ของเรา (BLS Research) กับตลาด (Consensus) สำหรับหุ้นเล่นดักงบ ที่มองว่ามีโอกาสสร้าง Positive surprise ได้แก่ TRUE GPSC SPRC TOP IVL แต่การเล่นดักงบในหุ้น บางตัวรอบนี้ เราแนะนำ ให้ขายรับข่าวดี (Sell into strength)
เพราะ การที่รายงานกำไรออกมาดีครั้งนี้ จะเริ่มมีความเสี่ยงในไตรมาส 2 ซึ่งน่าท้าทายว่าจะยังสามารถรักษาฐานกำไรแบบนี้ต่อไปได้อีกหรือไม่ ด้วยสถานการณ์สงครามตะวันออกกลาง ภาวะคอขวดช่องแคบฮอร์มุซ กดดันต้นทุน, การผลิต, การเดินทางท่องเที่ยว กระทบโดยตรงกับ กลุ่มท่องเที่ยว โรงแรม สายการบิน การท่าอากาศยาน ปิโตรเคมี โรงกลั่น โรงไฟฟ้า ค้าปลีก ทำให้งบไตรมาสถัดๆไป มีความเสี่ยงกำไรต่ำกว่าคาด แนะนำให้ขายทำกำไรรับข่าวงบดี


กลยุทธ์การลงทุน กลยุทธ์การลงทุนช่วงนี้ สะสมหุ้นเมื่อราคาย่อลง เน้นไปที่หุ้นผลตอบแทนเงินปันผลสูง หุ้นที่มีการปรับเพิ่มประมาณการกำไร และ เพิ่มการเล่นหุ้นตามกระแสการเก็งกำไร



วิเคราะห์ทางเทคนิค Price Structure: “ดัชนีกำลังเผชิญกับบททดสอบสำคัญบริเวณแนวต้านจิตวิทยาที่ 1,500 จุด” โดยมีการพยายามพุ่งขึ้นไปให้ทะลุ แต่ยังไม่สามารถผ่านได้ โดยปรับตัวลงมาปิดที่ 1,490จุด “เปิดสูง ปิดกลางๆ”
RSI: แสดงสัญญาณชะลอตัวแต่ยังคงเคลื่อนที่อยู่สูงกว่า > 50 สะท้อนว่าตลาดต้องการ "พักฐาน" เพื่อสะสมกำลัง
แนวรับ: 1,470-1,480 จุด (เส้น EMA 10&25 วัน) แนวต้าน: 1,500 จุด / 1,510 จุด (Previous high)
แผนเทรด: จุดวัดใจอยู่ที่แนวรับ 1,470 จุด"....หากดัชนียังสามารถประคองตัวยืนเหนือแนวรับนี้ได้ โอกาสที่จะฟื้นตัวกลับไปทดสอบ 1,510 จุดยังมีอยู่สูง แต่หากหลุดแนะนำให้ลดพอร์ตบางส่วนเพื่อถือเงินสดรอจังหวะใหม่ครับ โดยยังให้น.น.ปรับฐานย่อย (ลงไม่ลึก)
Note: นอกจากเรื่องประกาศงบ 1Q26 แล้ว แนะจับตาตัวเลข US Non-farm Payrolls ศุกร์นี้ ซึ่งคาดว่าจะส่งผลต่อทิศทางค่าเงินและ Flow ของนักลงทุนต่างชาติ




What to watch ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐอเมริกา ขู่ว่าจะขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์และรถบรรทุกจากสหภาพยุโรป (EU) ระบุ "อัตราภาษีจะเพิ่มขึ้นเป็น 25%" ปัจจุบัน สหรัฐฯ เรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากสหภาพยุโรปในอัตรา 15% ตามข้อตกลงที่เจรจากันไว้เมื่อเดือนก.ค.ปีที่แล้ว
ทั้งนี้ ปธน.ทรัมป์ไม่ได้ระบุว่าจะอ้างอิงกฎหมายฉบับใดในการบังคับใช้มาตรการภาษีดังกล่าว หลังจากที่ศาลฎีกาสหรัฐฯ มีคำวินิจฉัยยกเลิกมาตรการภาษีศุลกากรที่ทรัมป์เรียกเก็บจากประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกไปเมื่อเดือนก.พ. แต่เขายืนยันว่าจะเรียกเก็บภาษีภายใต้กฎหมายฉบับอื่นแทน
ครบ 60 วัน นับตั้งแต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แจ้งต่อสภาคองเกรสเรื่องการโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 2 มี.ค. ซึ่งตามกฎหมาย War Powers Act ปี ค.ศ. 1973 ประธานาธิบดีจะต้องยุติปฏิบัติการทางทหารหากไม่ได้รับการรับรองจากรัฐสภาภายในกรอบเวลานี้ ประธานาธิบดีต้องเริ่มถอนกำลังทหารออกจากสงคราม เว้นแต่จะได้รับการอนุมัติอย่างเป็นทางการจากสภาคองเกรส
เริ่มคาดการณ์ SET50 ชุดใหม่: ตลาดคาดหุ้นเข้า THAI BCP MRDIYT ITC หุ้นออก BTS CBG SAWAD OSP
ครม.เห็นชอบ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน รับมือวิกฤตศก.-ปรับโครงสร้างพลังงาน คลังยันไม่กระทบหนี้สาธารณะ พรก.กู้เงินครั้งนี้ เพื่อหยุดความเสี่ยงก่อนที่เศรษฐกิจไทยจะเข้าสู่ภาวะเงินเฟ้อสูง แต่เศรษฐกิจชะลอตัว หรือ Stagflation ในระยะถัดไป
สำหรับวงเงินกู้ดังกล่าวจะแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 2 ส่วน ส่วนละ 200,000 ล้านบาท ส่วนแรกจะใช้เพื่อการเยียวยาและบรรเทาผลกระทบ ลดค่าใช้จ่ายประชาชน
ส่วนโครงการคนละครึ่ง พลัส จะใช้วงเงินนี้ด้วยหรือไม่ นายเอกนิติ กล่าวว่า โครงการคนละครึ่งจะพิจารณาแหล่งเงินต่างๆ ซึ่ง มีทั้งส่วนนี้ และงบประมาณที่เราสามารถปรับลดมาได้ ซึ่งตนจะนำมาพิจารณา อย่างไรก็ตาม นายเอกนิติ ย้ำว่า โครงการคนละครึ่ง พลัส ตั้งเป้าเริ่มดำเนินโครงการในวันที่ 1 มิ.ย.นี้


หุ้นแนะนำวันนี้
WHAUP รัฐบาลเตรียมระดมทุน TFFIF เฟส 2 เพื่อกระตุ้นการลงทุนเน้นธุรกิจพลังงานสีเขียว
แนวรับ 4.74 ต้าน 4.96 Stop loss 4.5

 

 

 

รายงานพื้นฐานวันนี้

Healthcare Sector

ตะวันออกกลางกำลังกลับมา หนุน Medical tourism รอบใหม่
วันนี้ เราได้โอน Coverage กลุ่มโรงพยาบาลระหว่างนักวิเคราะห์ โดยภาพรวมกลุ่มยังคงให้น้ำหนัก “มากกว่าตลาด” (Overweight) จากโครงสร้างธุรกิจในระยะยาวที่แข็งแกร่ง ทั้งสังคมผู้สูงอายุ โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) และการกลับมาของ Medical tourism โดยเฉพาะผู้ป่วยตะวันออกกลาง (GCC) ที่เริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวหลังเส้นทางบินกลับมาเปิดอีกครั้ง
ประเด็นสำคัญคือ “pent-up demand” จากตะวันออกกลางเริ่มปลดล็อก หลังสงครามและรอมฎอน กดดันช่วง 1Q26–ต้น 2Q26 โดยพบการเดินทางเข้าไทยของกลุ่มตะวันออกกลางกลับมาโต +20.7% WoW ในช่วง 20–26 เม.ย. และสายการบิน GCC เริ่มกลับมาเพิ่มเที่ยวบินตั้งแต่มิ.ย. เป็นต้นไป หนุนแนวโน้ม Medical tourism ช่วง 2H26 โดยเฉพาะโรงพยาบาลที่มีฐานผู้ป่วย fly-in สูง เช่น BH และ PR9 และผู้ป่วย GCC มี length-of-stay (การค้างคืน) สูงราว 16 วัน และเป็นเคสซับซ้อน หนุน margin สูงขึ้น
ด้านโครงสร้างระยะยาวยังแข็งแรง ไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยเต็มตัว โดยประชากรอายุเกิน 65 ปี คิดเป็น 17% ของประชากรในปี 2025 และจะเพิ่มเป็น 32% ในปี 2050 หนุน demand กลุ่มโรคประจำตัว, การดูแลผู้สูงอายุ และรักษาโรคซับซ้อน ขณะที่ค่าใช้จ่ายด้าน Healthcare ของไทยยังอยู่เพียง 3.8% ของ GDP ต่ำกว่าหลายประเทศ สะท้อน upside ของการใช้จ่ายสุขภาพระยะยาว
แรงหนุนสำคัญคือโรคเรื้อรัง (NCDs) ซึ่งคิดเป็นกว่า 70% ของสาเหตุการเสียชีวิตในไทย โดยปัจจุบันมีคนไทยเกือบ 20 ล้านคนเป็นเบาหวานและความดัน และอีก 27.4 ล้านคนอยู่ในกลุ่มน้ำหนักเกิน หนุน demand โรงพยาบาลระยะยาว ขณะที่ฝั่งโรคติดต่อยังช่วยเสริม ปริมาณบริการเป็นรอบๆ เช่น ไข้หวัดใหญ่ปี 2025 ทำสถิติสูงสุดกว่า 1.19 ล้านเคส และ 1Q26 ยังพบแล้วกว่า 1.37 แสนเคส
อย่างไรก็ตาม BLS มองว่าการฟื้นตัว “ไม่เท่ากันทั้งกลุ่ม” โดยหุ้นที่ได้ประโยชน์ชัดจะเป็นโรงพยาบาลที่มีผู้ป่วยต่างชาติสูงและเน้นเคสซับซ้อน ขณะที่โรงพยาบาลที่พึ่งในประเทศ ยังถูกกดดันจากเศรษฐกิจในประเทศและกำลังซื้อที่ชะลอ และกลุ่มประกันสังคม (SSO) ยังถูกกดดันจาก margin แม้จะมีการเพิ่มบริการที่ครอบคุลมทันตกรรมและการรักษาเพิ่มมากขึ้น ช่วยหนุนด้านปริมาณ แต่บางอย่างอาจจะยังเบิกค่ารักษาได้ต่ำกว่าต้นทุนจริง
Fundamental view: เรายังคงให้ BH เป็น Top pick ตามด้วย PR9 และ BDMS ส่วน BCH ยังถูกคงคำแนะนำ “ขาย” จากโครงสร้างรายได้ที่พึ่งประกันสังคม (SSO) และคนไข้ไทยเป็นหลัก

 

Commodities Tracker
น้ำมันขึ้นแรงสุด ขณะที่สเปรดปิโตรฯ เริ่มพักฐาน
สัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาน้ำมันดิบปรับขึ้นแรงที่สุด โดย Dubai crude เพิ่มขึ้น $6.49 WoW สู่ $107.52/bbl จากความกังวล supply disruption ในตะวันออกกลาง หลังการเจรจาระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ ยังไร้ข้อสรุป ขณะที่ราคาถ่านหินปรับขึ้นตาม (+4% WoW) จาก demand migration หลัง LNG และน้ำมันแพงขึ้น หนุนมุมมองเชิงบวกต่อ BANPU และ PTTEP
ด้านค่าการกลั่น (GRM) ทรงตัวที่ $22.01/bbl โดย diesel เพิ่มขึ้น $2.33 WoW สู่ $51.55/bbl จาก demand และ inventory ที่ตึงตัวในยุโรป ขณะที่ fuel oil spread เพิ่มขึ้นจาก supply จำกัด อย่างไรก็ตาม gasoline และ jet fuel spread อ่อนตัว โดย jet fuel ลดลงแรง $7.99 WoW เหลือ $73.05/bbl จากสายการบินเริ่มลด capacity ทำให้ภาพกลุ่มโรงกลั่นยังผันผวน แม้มี upside จากโอกาสเปิดส่งออก jet fuel
ฝั่งปิโตรเคมีเริ่มพักฐาน หลังต้นทุน Naphtha ปรับขึ้นแรงกดดัน spread โดย Ethylene spread ลดลง 49% WoW, Propylene -63%, HDPE -25% และ PP -32% สะท้อนแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่เร่งตัวขึ้น แม้ระยะสั้นอ่อนตัว แม้ระยะสั้นอ่อนตัว แต่ความตึงตัวของ supply ยังเป็นปัจจัยหนุนต่อ IVL และ PTTGC
ค่าระวางเรือฝั่ง dry bulk ยังปรับขึ้นต่อ โดย BDI +1% WoW และ Supramax +4% WoW หนุน PSL และ TTA ขณะที่ container rate อ่อนตัวเล็กน้อย (-1% WoW) กดดัน RCL
Fundamental view: ยังชอบ PTTEP และ BANPU จากทิศทางพลังงานที่แข็งแกร่ง ขณะที่ IVL และ PTTGC ยังได้ประโยชน์จาก supply ตึงตัว แม้ spread ระยะสั้นเริ่มพักฐาน
ส่วนกลุ่มโรงกลั่นยังต้องติดตามความเสี่ยงด้านนโยบายและทิศทาง crack spread อย่างใกล้ชิด



รายงานผลประกอบการวันนี้

PTTGC
พีทีที โกลบอล เคมิคอล

 

 

PTTGC รายงานกำไรสุทธิ 1Q26 ที่ 3,232 ล้านบาท พลิกจากขาดทุนทั้ง YoY และ QoQ และกำไรหลัก 6,338 ล้านบาท พลิก YoY และ QoQ ดีกว่าเราและตลาดคาด 14% และ 22% ตามลำดับ จากภาษีจ่ายเฉลี่ยต่ำกว่าคาด โดยการพลิกฟื้นของกำไรหนุนจากธุรกิจหลักฟื้นตัวเกือบทุกส่วน ทั้งโรงกลั่น อะโรเมติกส์ โอเลฟินส์ และ Allnex โดยค่าการกลั่น (GRM) เพิ่มเป็น $16.7/bbl จาก $3.4/bbl ใน 1Q25 และ refinery run rate สูงถึง 103% หลังไม่มี shutdown เหมือนไตรมาสก่อน แนวโน้ม 2Q26 คาดกำไรหลักยังเติบโตต่อทั้ง YoY และ QoQ จาก spread ปิโตรเคมีและค่าการกลั่นที่ยังอยู่ในระดับสูง รวมถึงปริมาณขายที่ดีขึ้นในหลายธุรกิจ โดยเรายังคงประมาณการกำไรปี 2026 ที่ 1.12 หมื่นล้านบาท แต่มี upside หาก HDPE spread เฉลี่ยปีนี้อยู่ที่ $380/t (เทียบ base case $350/t) ซึ่งจะเพิ่มกำไรปี 2026 ได้อีก ~36% และเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 40 บาท คงคำแนะนำ “ซื้อ” มองการฟื้นตัวของการดำเนินงานและ spread ที่ยังแข็งแกร่ง เป็นปัจจัยหนุนราคาหุ้นระยะถัดไป


TU
ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป (+)


(0) TU รายงานกำไรสุทธิ 1Q26 ที่ 1,113 ล้านบาท และกำไรหลัก 957 ล้านบาท (+51% YoY, +4% QoQ) เป็นไปตามที่เราและตลาดคาด โดยรายได้เติบโต +8% YoY จากทั้งธุรกิจอาหารทะเลแปรรูป แช่แข็ง และอาหารสัตว์เลี้ยง ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้น (GM) อยู่ที่ 18.2% ลดลงจากปีก่อน จาก product mix ที่มีสัดส่วนอาหารทะเลแช่แข็งมากขึ้น ด้าน SG&A/sales ลดลงจากค่าใช้จ่ายที่ปรึกษาลดลง แม้มีต้นทุนเกี่ยวกับภาษีนำเข้าสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นในธุรกิจอาหารทะเลแช่ แนวโน้ม 2Q26 คาดกำไรอ่อนตัว YoY จากต้นทุนที่สูงขึ้น แต่ฟื้นตัว QoQ ตามฤดูกาล โดยเรายังคงประมาณการกำไรปี 2026 และราคาเป้าหมายเดิมที่ 13.60 บาท คงคำแนะนำ “ซื้อ” จาก valuation ที่ยังไม่แพง แต่ในกลุ่มฯ ยังชอบ ITC มากกว่าจากแนวโน้มการเติบโตที่เด่นกว่า

 

 

สรุปประเด็นจาก Quick take

HMPRO
โฮม โปรดักส์ ซ็นเตอร์
มุมมองต่อการประชุมนักวิเคราะห์
SSSG เดือนเม.ย.กลับมาบวกทั้งโฮมโปรและเมก้าโฮม หลักๆมาจากเครื่องใช้ไฟฟ้าและวัสดุก่อสร้าง ระยะสั้นได้ประโยชน์จากสต็อคสินค้ามองมาร์จิ้น 2Q26 โต YoY
View from fundamental: 2H26ยังมีความเสี่ยงจากกำลังซื้อขาลงและประโยชน์สต็อคถูกน้อยลง จึงแนะนำเพียงถือ

 

SIS
เอสไอเอส ดิสทริวชั่น (ประเทศไทย)
แนวโน้มกำไร 1Q26 ได้ประโยชน์สต็อคสินค้าและกำไร FX
ทิศทางคำสั่ง 1Q26 ยังขยายตัว YoY เกือบทุกกลุ่ม ยกเว้นกลุ่มมือถือ (18%ของยอดขาย) ที่กดดันจากราคาสินค้าแต่กำลังลูกค้ายังอ่อน คาดยอดขาย 1Q26 เพิ่มขึ้น 6% YoY เพราะสินค้า volume ได้อานิสงส์ทยอยขึ้นราคา ส่วนสินค้า Value ยังโตตามกระแส สำหรับ QoQ ยอดขายจะลงเพราะส่งมอบงานรัฐ
View from fundamental: ทิศทางกำไรหลัก 1Q26 ยังเป็นไปตามเราเคยคาดก่อนหน้า เราชอบ SIS ที่กลยุทธ์ธุรกิจเน้นเติบโตจากกลุ่มสินค้า Value ที่รายได้มั่นคงและมีอัตรากำไรสูงกว่า ทำให้ช่วงกำลังซื้ออ่อนยังเติบโตได้ เราแนะนำ let profit run สำหรับผู้ที่มีหุ้น


วิกิจ ถิรวรรณรัตน์ Tel. (662) 618-1336
นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน/ปัจจัยทางเทคนิค
นภนต์ ใจแสน นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน
ภูวดล ภูสอดเงิน, AISA นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน

 

 

 

 

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

รายงานพิเศษ : มหากาพย์คฤหาสน์ ตัน ภาสกรนที และภรรยา ... ศาลฎีกา สั่งรื้อถอนฯ

สำนักข่าวหุ้นอินไซด์ นำเสนอมหากาพย์คฤหาสน์ของ “ตัน ภาสกรนที” และภรรยา...

HotNews: แบงก์ไทยเครดิต เปิดโครงการ “ปั้นให้โต” ยกระดับผู้ประกอบการรายย่อยสู่ความยั่งยืน

ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) เปิดตัวโครงการ "ปั้นให้โต" (Build to Grow)

เหรียญเหนือดวง By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ เช้าวันนี้ กรี๊ด ไม่จริงใช่ไหม ไม่อยากเชื่อ....ตำรวจ จับ หลวงพ่อโชติ

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้