Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.คิงส์ฟอร์ด : บทวิเคราะห์ภาวะตลาดหุ้นรายวัน

33

Market Wrap-Up

  • SET วันที่ 23 เม.ย.69 ปิด -18.39 จุด อยู่ที่ 1,461.35 จุด มูลค่าการซื้อขาย 66,513 ลบ.ลบ. ต่างชาติขาย 3,063 ลบ. สถาบันขาย 1,832 ลบ. พอร์ตโบรกขาย 2,024 ลบ. และรายย่อยซื้อ 6,918 ลบ. NVDR ขายสุทธิ 2,204 ลบ.ซื้อ KBANK,PTT,ADVANC,AOT,PTTEP และขาย SCC,SCB,GULF,BBL,TISCO มูลค่า Short Sales อยู่ที่ 2,402 ลบ. หุ้นที่มี % ช็อตเซลสูง เช่น CNSTAR5023,CN23,CNTECH01 โดยนักลงทุนต่างประเทศมีสถานะ Short ใน Index Futures จำนวน 10,329 สัญญา ยอดสะสมตั้งแต่ต้นปีต่างชาติ Long สุทธิรวม 20,318 สัญญา ต่างชาติขายสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย 2,826 ลบ.

Market View

  • DJIA -0.36%, S&P500 -0.41%, Nasdaq -0.89% นำโดยกลุ่มเทคโนโลยี -1.47% หลัง IBM -8.25% จากรายได้ของธุรกิจซอฟต์แวร์ที่ปรับลดลง ส่งผลให้หุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์ -5.09% ขณะที่ Tesla -3.5% หลังค่าใช้จ่าย Capex ปีนี้อยู่ที่ $5 หมื่น ล. สูงกว่าคาดที่ $2.0 หมื่น ล. โดยนักลงทุนยังกังวลต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลาง หลังสหรัฐยังคงใช้ ม.ปิดล้อมทางทะเล ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ WTI วานนี้ +3.11% ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์เพิ่มขึ้น 6,000 ราย อยู่ที่ 214,000 & คาด 210,000 ราย และ PMI รวมภาคผลิต & บริการเบื้องต้น เม.ย. ปรับขึ้นอยู่ที่ 52.0 & มี.ค. 50.3 สูงสุดในรอบ 3 เดือน ส่วนค่ำวันนี้ ม.มิชิแกนจะรายงานดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐ เม.ย. ,
  • Stoxx600 ยุโรป +0.05% นำโดยกลุ่มอาหาร & เครื่องดื่ม +1.6% หลัง Nestle +5.9% ได้รับผลกระทบน้อยจากภาวะสงครามในตะวันออกกลาง ส่วนกลุ่มสินค้าส่วนบุคคล +1.3% หลัง L’Oreal +9% ตอบรับยอดขาย Q1/69 ที่เพิ่มขึ้น ขณะที่กลุ่มธนาคาร -1.2% โดย LSEG คาดกำไรหุ้นกลุ่ม Blue Chip ไม่รวมกลุ่มพลังงานของยุโรปใน Q1/69 คาด +0.4% ทางด้านข้อมูล PMI รวมภาคผลิต & บริการยูโรโซนเบื้องต้น เม.ย.ลดลงอยู่ที่ 48.6 & มี.ค. 50.7 สาเหตุมาจากภาคบริการปรับลดลงอยู่ในโซนหดตัว
  • ตลาดหุ้นเอเชียวานนี้ นิเกอิ -0.75% จากแรงขายกลุ่มโลหะที่ไม่มีส่วนผสมของเหล็ก, ขนส่งทางอากาศ และกลุ่มบริการถูกโปรแกรมเทรดล็อคขายทำกำไร หลังดัชนีผ่านระดับ 60,000 จุด ส่วน Kospi เกาหลีใต้ +0.90% ได้แรงหนุนจากกลุ่มเทค ฯ เช่น Samsung Electronics +3.22%, SK Hynix +0.16% กอปรกับรายงาน GDP เกาหลีใต้ Q1/69 +1.7% ดีกว่าคาดที่ +0.9% QoQ ซึ่งเป็นการขยายตัวเร็วสุดในรอบ 5 ปีครึ่ง โดยแรงหนุนจากภาคส่งออกและอุปสงค์ในประเทศ ขณะที่ดัชนีเซี่ยงไฮ้ -0.32% จากแรงชายหุ้น Zijin Mining Group -3.2%, BYD -1.6%, Eoptolink Tech -2.3% โดยยังรอดูสถานการณ์ในตะวันออกกลาง
  • SET -1.24% ปริมาณการซื้อขาย 6 หมื่น ลบ. ต่างชาติขาย 3,063 ลบ. สถาบันขาย 1,832 ลบ. พอร์ตโบรกขาย 2,024 ลบ. และรายย่อยซื้อ 6,918 ลบ. โดยดัชนีปรับลดลงจากแรงขายกลุ่มวัสดุ นำโดย SCC -8.15% หลังบริษัทประกาศหยุดการผลิตที่โรงงาน LSP ที่เวียดนามเป็นการชั่วคราวตั้งแต่กลางเดือน พ.ค. ซึ่งส่งผลกระทบต่อต้นทุนประมาณ 250 ลบ./เดือน ส่วนกลุ่มโรงกลั่นก็ปรับลดลง หลัง กบง.มีมติปรับลดราคาดีเซลหน้าโรงกลั่น 2 ช่วง คือ วันที่ 24 เม.ย. – 9 พ.ค. ปรับลด 5.00 บาท/ลิตร และวันที่ 10 พ.ค. – 19 พ.ค. ปรับลด 3.00 บาท/ลิตร ซึ่งเบื้องต้นคาดจะส่งผลให้กำไรของกลุ่มโรงกลั่นหายไปราว 1.2 หมื่น ลบ. ขณะที่หุ้น DELTA,PTTEP,TRUE,GULF,AOT,CPF,BH,MINT,SCC ยังถูกกดดันจากคาดการณ์ MSCI มีโอกาสปรับลดน้ำหนักการลงทุนในประกาศรีบาลานท์วันที่ 13 พ.ค.นี้ โดยภาพรวมตลาดหุ้นเอเชียยังถูกกดดันจาก ม.ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมัน & ก๊าซ, ปุ๋ยเคมี, กำมะถัน & กรดซัลฟิวริก, อะลูมิเนียม, ก๊าซฮีเลียมที่ใช้ในอุต ฯ เซมิคอนดักเตอร์ขาดแคลน และอาจก่อให้เกิดภาวะ Supply Shock ได้ ประเด็นที่ต้องติดตามวันนี้ ก.พาณิชย์จะรายงานยอดส่งออกไทย มี.ค. คาด+11.5% & ก.พ.+9.9% YoY และศาลฎีกาจะวินิจจัย 44 สส.พรรคก้าวไกลยื่นแก้ไข ม.112 ว่าเข้าข่ายผิดจริยธรรมร้ายแรงหรือไม่

   Daily Strategy

  • ประเมินแนวรับดัชนี 1,440– 1,450 แนวต้าน 1,470 – 1,475 คาดดัชนีมีโอกาสชะลอตัวถูกกดดันจากการปรับลดน้ำหนักหุ้นไทยของ MSCI ใน พ.ค. กอปรกับรอประเมินสถานการณ์ในตะวันออกกลาง และการประชุม ครม.เศรษฐกิจในสัปดาห์หน้า แนะนำทยอยชื้อ  AMATA, WHA, WHAUP, GUNKUL ได้ประโยชน์จาก ม.ส่งเสริมการลงทุน/ พักเงินในกลุ่ม High Yield เช่น CPNREIT, DIF,3BBIF      
  • HANA* (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 24.40 บาท)แนวโน้มผลการดำเนินงานผ่านจุดต่ำสุดมาแล้วจากการทยอยปรับโครงสร้างลดต้นทุนลดขนาดธุรกิจ แม้ภาพของตัวธุรกิจเดิมยังไม่เห็นสัญญาณฟื้นตัวชัดโดยเฉพาะโรงงานในจีนและธุรกิจ SiC แต่ก็มีความคาดหวังจากการเซ็นสัญญาร่วมกับ Phononic ที่เป็นผู้พัฒนาเทคโนโลยี Solid State Cooling System คาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้เข้ามาใน 2H69 และเติบโตขึ้นในปี 70 สอดคล้องกับความต้องการใช้ในอุตสาหกรรม AI Data Center ที่กินพลังงานสูงซึ่งต้องการระบบ Cooling GPU อิงจาก consensus ตลาดคาดกำไรปี 69-70 อยู่ที่ 843 ล้านบาท +26%YoY และ 16 พันล้านบาท +38%YoY
  • AP* (ซื้อ /ราคาเป้าหมาย IAAConsensus 10.31 บาท) มองเป็นหุ้นป้องกันความผันผวนได้ระดับนึงจากปันผลสูง โดยจะ XD 06 พ.ค.69 นี้ที่ 52 บาท/หุ้น คิดเป็น Div. Yield ที่ราว 6% ด้านผู้บริหาร AP* วางเป้ารายได้ปีนี้ 4.9 หมื่นลบ. มีแรงหนุนจากการโอนฯ 5 โครงการ ได้แก่ ASPIRE อิสมภาพ สเตชั่น, GOOD DAY สุขุมวิท 93, RHYTHM เจริญนคร ไอคอนิค, LIFE สาทร-นราธิวาล 22 และ LIFE เจริญนคร-สาทร ขณะที่ในแง่ของโครงการเปิดใหม่ คาดว่าจะเปิดราว 42 โครงการ มูลค่ารวมราว 5.5 หมื่นลบ. ปัจจุบัน ตลาดคาดว่าในปี69และ 70 กำไรสุทธิของ AP* จะอยู่ที่ 4,829 ลบ.(+12%YoY) และ 5,209 ลบ.(+8%YoY)

 

Daily Key Factors

Oil Update(+) WTI พ.ค. +$2.89 อยู่ที่ $95.85 / บาร์เรล, Brent มิ.ย. +$3.16 อยู่ที่ $105.07/บาร์เรล หลังสหรัฐยังปิดล้อมท่าเรืออิหร่านในช่องฮอร์มุซ ขณะที่ ปธน.รัฐสภาอิหร่าน นายกาลิบาฟ ได้ลาออกจากการเป็นผู้นำคณะเจรจาสันติภาพ บ่งชี้อาจความขัดแย้งระหว่างนักการเมืองสายแข็งและสายกลางในรัฐบาลอิหร่าน

 

Gold Update (-)Comex Gold มิ.ย. -$29.00 ปิดที่ 4,724.00 ดอลลาร์ ถูกกดดันจาก Dollar Index แข็งค่า +0.18% และ US Bond Yield 10 ปีปรับขึ้น และกังวลต่อเงินเฟ้อที่สูงขึ้น อาจส่งผลให้ ธ.กลางหลัก ๆ ต้องคงดอกเบี้ยสูง ซึ่งเป็นผลลบต่อสัญญาทองคำ

 

Fund Flow(-) Fund Flow ต่างชาติในตลาด TIP วานนี้ ขายสุทธิ -160.98 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยขายหุ้นไทย -94.55 ล.ดอลลาร์สหรัฐ ขายหุ้นอินโดฯ -56.55 ล.ดอลลาร์สหรัฐ และขายหุ้นฟิลิปปินส์ -9.88 ล.ดอลลาร์สหรัฐ

 

(-) ค่าเงินบาทเช้านี้อ่อนค่าอยู่ที่ 32.46 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

(-) ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี ปรับตัวขึ้นอยู่ที่ 4.33 %

(-) ดัชนี BDI ปิด -2 จุด อยู่ที่ 2,673

(-) BitCoin เช้านี้  -0.35% อยู่ที่ 78,088 ดอลลาร์สหรัฐ

 

 Economic Calendar

 

ในประเทศ

29 เม.ย.    ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ครั้งที่ 2/2569

30 เม.ย.    ธปท. รายงานภาวะเศรษฐกิจและการเงินไทย

สัปดาห์ที่4 กระทรวงพาณิชย์ แถลงภาวะการค้าระหว่างประเทศ

ส.อ.ท. แถลงยอดผลิตและส่งออกรถยนต์ รถจักรยานยนต์และ

ชิ้นส่วนยานยนต์

สัปดาห์ที่5 สศค.รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง, ภาวะเศรษฐกิจภูมิภาค,

                ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค

                สศอ. แถลงดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม       

 

ต่างประเทศ

21 เม.ย.    US ดัชนียอดขายปลีก (มี.ค.)

22 เม.ย.    US สินค้าคงคลังน้ำมันดิบ 

23 เม.ย.    US สินค้าคงคลังน้ำมันดิบ

US ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการบริการ  (เม.ย.)

US ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิต (เม.ย.)

US จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก

 

               

Theme Strategy

ทยอยสะสมหุ้น Value Stock / High Dividend Yield ที่มีความทนทานต่อภาวะตลาดที่ผันผวนสูงจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง

 

(1) High Dividend Yield กลุ่มธนาคารพาณิชย์ KKP, KTB, SCB, TISCO, TTB กลุ่ม REIT / อื่นๆ CPN*, CPNREIT*, ROJNA*

 

(2) Commodity Linked ได้ประโยชน์จาก Energy Shock กลุ่มพลังงาน PTTEP, BANPU กลุ่มปิโตรเคมี PTTGC, IVL, IRPC กลุ่ม Biofuel BBGI*, GGC*, TAE*, UBE*, PCE*, UVAN*, APO*, VPO*, AIE* กลุ่มโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน BCPG*, GUNKUL*

 

(3) ราคาสินค้าเกษตร / อาหาร ปรับตัวเพิ่มขึ้น STA*, STGT*, TRUBB*, NER*, TFG*, BTG*

 

(4) Defensive กลุ่ม ICT / Data Center ADVANC, TRUE, DELTA*, HANA*, STECON, INSET*

 

 

**หุ้นแนะนำเชิงกลยุทธ์ที่ยังไม่อยู่ใน Coverage ของฝ่ายวิจัย

 

Asset Allocation: Equity 45% Fixed Income 40% Alternative Investment etc. Gold 10% Cash 5%

 

Today Fundamental Research: -

 

 

Monthly Portfolio April 2026: NER*, ROJNA*, TRUE, TACC*, GUNKUL*

 

 

Analysts

Apichai Raomanachai  

Fundamental and Technical Investment Analysis ID No.  002939

Tel  02-829-6999  Ext  2200

Email : apichai.ra@kfsec.co.th

Nopporn Chaykaew     

Fundamental Analysis ID No.  043964

Tel  02-829-6999  Ext  2203

Email : noppoen.ch@kfsec.co.th

Nattawat Poosunthornsri  

Fundamental Analysis ID No.  087077

Tel  02-829-6999  Ext  2204

Email : nattawat.po@kfsec.co.th

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้