แม้สงครามยังไม่จบ แต่หุ้นเขียวขจีต่อเนื่อง
HORIZON MARKET VIEW
• วานนี้ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เข้าสู่โหมด RISK ON เฉพาะอย่างยิ่งหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี โดยดัชนีNASDAQ +1.6% และ S&P500 +1.1% ทำจุดสูงสุดใหม่ (ATH) หลังได้รับแรงหนุนจากผลประกอบการบริษัทสหรัฐฯ ที่ออกมาดี และกระแส AI กลับมาแรง สะท้อนแง่มุมของตลาดการเงิน เลือกมองข้ามความเสี่ยงระยะสั้น
• ในทางกลับกัน ราคาน้ำมันดิบยังอยู่ในโหมดตึงตัวจากความเสี่ยงอุปทาน โดย BRENTขยับขึ้นยืนเหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลอีกครั้ง
• อย่างไรก็ตาม แม้สงครามจะจบลง แต่ราคาน้ำมันโลกมีแนวโน้มค้างอยู่ในระดับสูงจาก 4สัญญาณ คือ 1.อุปทานโลกหดตัวรุนแรงสุดในรอบกว่า 20 ปี, 2.ประเทศนำเข้าน้ำมันรายใหญ่เริ่มตึงตัว, 3.บริษัทน้ำมันไม่รีบลงทุนเพิ่ม 4. ตลาดมองสมดุลใหม่ของราคาน้ำมัน BRENT ที่ 75–90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ใน 1–2 ปีข้างหน้า
REGION RADAR
• หากมองว่าเทคโนโลยี AI เป็นสิ่งที่ดีสุดในตอนนี้แล้ว โลกของQUANTUM COMPUTING คือพรมแดนถัดไปที่จะมาดิสรัปต์ทุกวงการ แนะนำเก็งกำไร DR: IONQ03 และ QTUM ETF (QTUM US)สำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ต่ำกว่า
• TESLA (TSLA US) รายงานผลประกอบการไตรมาส 1/26 มีรายได้รวมอยู่ที่ $2.23 หมื่นล้าน +16% YOY (สูงกว่าคาด 0.9%) ขณะที่EPS อยู่ที่ $0.41 +52% YOY (สูงกว่าคาด 21%)
THAI FOCUS
• งบประมาณปี 2570 คาดกรอบวงเงินไว้ที่ 3.788 ล้านล้านบาท(เพิ่มขึ้น 0.2%YOY) โดยกระทรวงการคลังจ่อรื้อโครงสร้างงบปี2569-2570 และอาจออก พ.ร.ก. กู้เงิน 5 แสนล้านบาท เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและช่วยกลุ่มเปราะบาง หลังกังวลว่า GDP อาจโตเพียง1.4% ท่ามกลางเงินเฟ้อที่สูงขึ้น
• วันพรุ่งนี้ติดตามตัวเลขส่งออกคาด +11.5% (ดีขึ้นจากเดือนก่อน)ส่วนนำเข้าคาด +20.6% (ชะลอตัวลง) ส่งผลให้การขาดดุลการค้าลดลงมาอยู่ที่ประมาณ -1,512 ล้านเหรียญฯ
SYNAPSE STRATEGY
• แม้ตลาดหุ้นโลกปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง และเม็ดเงินส่วนใหญ่ไหลเข้าสหรัฐอยู่ แต่หากิจารณาความแรงดัชนี NASDAQ ขึ้นมาแรง14.2%MTD แรงสุดในรอบ 6 ปีและใกล้กับระดับการฟื้น 1 เดือนหลังวิกฤตต่างๆ อย่างช่วงเกิด COVID-19 +15.4% ทำให้การขยับขึ้นอาจจะเริ่มลดระยะลงได้
• ขณะที่ไทย ยังมีภาพรับผลกระทบจากสงครามสหรัฐ - อิหร่าน แต่ก็มีแรงรับจากต่างชาติที่ชะลอการขาย แนะนำเก็งกำไรหุ้นที่มีปัจจัยหนุนเฉพาะตัว DELTA, BBL, BDMS, PR9, COM7, ICHI
HORIZON MARKET VIEW
วนเวียนอยู่กับเรื่องสงคราม
วานนี้ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เข้าสู่โหมด RISK ON เฉพาะอย่างยิ่งหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีโดยดัชนี NASDAQ +1.6% และS&P500 +1.1% ทำจุดสูงสุดใหม่ (ATH) หลังได้รับแรงหนุนจากผลประกอบการบริษัทสหรัฐฯ ที่ออกมาดีและกระแส AI กลับมาแรง สะท้อนแง่มุมของตลาดการเงิน เลือกมองข้ามความเสี่ยงระยะสั้นในทางกลับกัน ราคาน้ำมันดิบยังอยู่ในโหมดตึงตัวจากความเสี่ยงอุปทาน โดย BRENT ขยับขึ้นยืนเหนือ 100ดอลลาร์ต่อบาร์เรลอีกครั้ง หลังสงครามตะวันออกกลางยังมีความตึงเครียดและความไม่แน่นอนสูง ซึ่งล่าสุดสหรัฐฯ ยังคงปิดล้อมเรือที่เกี่ยวข้องกับอิหร่าน ขณะที่อิหร่านยังควบคุมช่องแคบฮอร์มุซอย่างเข้มงวด และยกระดับความรุนแรงจากการยึดเรือสินค้า 2 ลำ ที่แล่นออกจากช่องแคบฮอร์มุซ นอกจากนี้อิหร่านยังไม่ยืนยันขยายเวลาข้อตกลงหยุดยิงกับสหรัฐฯ ถึงแม้ ปธน. ทรัมป์ เผยว่า สหรัฐฯ-อิหร่านอาจกลับสู่โต๊ะเจรจาในวันศุกร์น
อย่างไรก็ตาม แม้สงครามจะจบลง แต่ราคาน้ำมันโลกมีแนวโน้มค้างอยู่ในระดับสูงจาก 4 สัญญาณ รายละเอียดดังนี้
1. อุปทานโลกหดตัวรุนแรงสุดในรอบกว่า 20 ปี โดยการผลิตน้ำมันของกลุ่ม OPEC ในเดือนมีนาคมลดลง7.56 ล้านบาร์เรล/วัน เนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานเสียหาย ซึ่งต้องใช้เวลาในการฟื้นกำลังผลิต
2. ประเทศนำเข้าน้ำมันรายใหญ่เริ่มตึงตัว อาทิ จีน สต๊อกน้ำมันที่ท่าเรือลดลงใกล้ระดับต่ำสุดของค่าเฉลี่ย5 ปี, ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ปริมาณสำรองลดลงต่อเนื่อง เป็นต้น
3. บริษัทน้ำมันไม่รีบลงทุนเพิ่ม (หันมาเพิ่มการจ่ายปันผลและซื้อหุ้นคืน) ทำให้ CAPEX ต่ำ และ SUPPLYใหม่อาจไม่พอรองรับ DEMAND
4. ตลาดมองสมดุลใหม่ของราคาน้ำมัน BRENT ที่ 75–90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ใน 1–2 ปีข้างหน้า โดยเส้นราคา BRENT ปัจจุบัน (สีขาว) เมื่อเทียบกับ 2 สัปดาห์ก่อน (สีน้ำเงิน) มีลักษณะ BACKWARDATIONลดลง แบบ FLATTENING จากราคาระยะสั้นอ่อนตัว แต่ระยะยาวทรงตัวในระดับสูง
REGION RADAR
กลุ่ม QUANTUM ได้รับความสนใจอีกครั้งหลัง NVIDIA เปิดตัว “ISING”
หากมองว่าเทคโนโลยี AI เป็นสิ่งที่ดีสุดในตอนนี้แล้ว โลกของ QUANTUM COMPUTING คือพรมแดนถัดไปที่จะมาดิสรัปต์ทุกวงการ โดยจะกล่าวถึง 3 หุ้น PURE-PLAY กลุ่ม QUANTUM ที่น่าสนใจ ได้แก่ IONQ ผู้นำเทคโนโลยี ION-TRAP ที่ความแม่นยำสูง, D-WAVE (QBTS) ผู้เชี่ยวชาญด้าน QUANTUM ANNEALING ที่ผนึกกำลังกับยักษ์ใหญ่อย่าง NVIDIA, และ RIGETTI (RGTI) ที่ชูจุดเด่นเรื่องความเร็วด้วย SUPERCONDUCTINGQUBITS อย่างไรก็ตาม QTUM ETF (QTUM US) เป็นอีกทางเลือกสำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ต่ำกว่าเนื่องจาก ETF นี้มีการกระจายลงไปในหลากหลายกลุ่มนอกจาก QUANTUM อาทิ SEMICONDUCTOR และPHOTONICS
TESLA ทุ่มงบ $2.5 หมื่นล้าน ลุยแผนพัฒนา AI และ HUMANOID ROBOT
TESLA (TSLA US) รายงานผลประกอบการไตรมาส 1/26 ออกมาสูงกว่าที่ตลาดคาด โดยรายได้รวมอยู่ที่$2.23 หมื่นล้าน +16% YOY (สูงกว่าคาด 0.9%) ขณะที่ EPS อยู่ที่ $0.41 +52% YOY (สูงกว่าคาด 21%) โดยผลประกอบการออกมาดีกว่าคาด แม้ว่ายอดส่งมอบรถยนต์จะยังคงชะลอตัวเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม บริษัทประกาศงบลงทุนในปีนี้ที่ระดับ $2.5 หมื่นล้าน มากกว่าปีที่แล้วราว 3 เท่า โดยจะใช้เงินในการขยายโรงงานอย่างมหาศาล รวมถึงการผลิตหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ OPTIMUS, โครงการด้าน AI และรถยนต์ไร้คนขับนอกจากนี้ ธุรกิจ ROBOTAXI ของบริษัทเตรียมขยายตัวเข้าสู่เมืองฟีนิกซ์, ไมอามี, ออร์แลนโด, แทมปา และลาสเวกัส ภายในครึ่งแรกของปีนี
THAI FOCUS
จับตานโยบายการคลังเชิงรุก และตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญที่นักลงทุนต้องรู้
รัฐบาลกำลังเตรียมพร้อมสำหรับการบริหารจัดการงบประมาณเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง โดยโครงสร้างงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567-2570 แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการรักษาระดับการใช้จ่าย โดยคาดการณ์กรอบวงเงินงบประมาณปี 2570 ไว้ที่ 3.788 ล้านล้านบาท (เพิ่มขึ้น 0.2%YOY)อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่ากังวล คือ แหล่งเงินทุนเพิ่มเติม นอกเหนือจากงบประมาณแผ่นดินปกติ เช่น การกู้เงิน โดยกระทรวงการคลังกำลังวางแผนรื้อโครงสร้างงบประมาณปี 2569-2570 เพื่อระดมทุนหลักแสนล้านบาทในการฟื้นฟูเศรษฐกิจและช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง นอกจากนี้ ยังมีกระแสข่าวที่กระทรวงการคลังเตรียมพร้อมสำหรับการออก พ.ร.ก. กู้เงิน 5 แสนล้านบาท สาเหตุหลักมาจากความกังวลตัวเลขคาดการณ์ GDP ที่อาจเติบโตเพียง 1.4% เท่านั้น ขณะที่อัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้น ซึ่งสะท้อนว่ารัฐบาลกำลังระมัดระวังต่อภาวะเศรษฐกิจที่อาจเติบโตต่ำกว่าเป้าหมายส่วนพรุ่งนี้ จับตาการประกาศตัวเลข ส่งออก-นำเข้าของเดือนมี.ค.69 โดยยอดการส่งออกคาด +11.5%(ดีขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่ 9.9%) ซึ่งหากทำได้ตามเป้าจะถือเป็นสัญญาณบวกที่สำคัญต่อเครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจไทย ส่วนยอดการนำเข้าคาด +20.6% (ชะลอตัวลงจาก 31.8% ในเดือนก่อน) ทำให้การขาดดุลการค้ลดลงจากเดือนก่อนหน้าอยู่ที่-1,512 ล้านเหรียญฯ ขณะที่วันที่ 29 เม.ย.69 ตลาดคาดว่ากนง. จะมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 1.00% สะท้อนเห็นถึงความพยายามของกนง.ในการรักษาสมดุลระหว่าง การประคองการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ยังเปราะบางอยู่ ควบคู่ไปกับการดูแลเสถียรภาพด้านเงินเฟ้อและค่าเงินบาท
SYNAPSE STRATEGY
แนะเก็งกำไร หลังตลาดหุ้นสหรัฐขึ้นมาแรง ใกล้ระดับการฟื้นหลังวิกฤตต่างๆ แล้ว
แม้ตลาดหุ้นโลกปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง และเม็ดเงินส่วนใหญ่ไหลเข้าตลาดหุ้นสหรัฐอยู่ แต่หากิจารณาความแรงดัชนี NASDAQ ขึ้นมาแรง 14.2%MTD แรงสุดในรอบ 6 ปี และใกล้กับระดับการฟื้น 1 เดือนหลังวิกฤตต่างๆ อย่างช่วงเกิด COVID-19 +15.4% ทำให้การขยับขึ้นอาจจะเริ่มลดระยะลงได้ขณะที่ SET INDEXเดือนนี้ขึ้นได้น้อยเพียง 2.2%MTD
ขณะที่ไทย ยังมีภาพรับผลกระทบจากสงครามสหรัฐ - อิหร่าน แต่ก็มีแรงรับจากต่างชาติที่ชะลอการขายแนะนำเก็งกำไรหุ้นที่มีปัจจัยหนุนเฉพาะตัว DELTA, BBL, BDMS, PR9, COM7, ICHI
โดยเฉพาะ DELTA หลังติด TRADING ALERT มาหลังสงกรานต์ หุ้นแม่อย่าง 2308 TT วิ่งขึ้นไปแซงหุ้นDELTA ถึง 27% แล้ว จึงแนะนำเก็งกำไรสั้นๆ ได้
จัดทำโดย
ภราดร เตียรณปราโมทย์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์
ภวัต ภัทราพงศ์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์
เลขทะเบียนนักวิเคราะห์: 117985
สิริลักษณ์ พันธ์วงค์
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์
ธนกฤต สัจจมงคล
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์